“สมโภชน์ อาหุนัย” บิ๊ก EA ยอมรับถูก Force Sell แต่จัดการปัญหาทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ยืนยันยังกอดหุ้นแน่น ถือหุ้นร่วมกับกลุ่มพันธมิตรมากกว่า 50% - ทีมผู้บริหารยังมีขวัญและกำลังใจดีพร้อมเดินหน้าลุยขยายธุรกิจ พร้อมลงนามเป็นพาร์ทเนอร์กับ CRRC ผู้ผลิตรถไฟรายใหญ่ที่สุดของโลก เตรียมนัดชี้แจงฐานะการเงินของกลุ่มบริษัท EA ต่อในวันพรุ่งนี้ *** แจงหุ้น EA ร่วงแรง เหตุพอร์ตส่วนตัวถูก Force Sell นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) เปิดเผยเปิดใจภายในงาน "แถลงข่าวกรณีที่ราคาหุ้น EA ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา" ว่า มองว่าหลักๆที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงมากเกิดจากการถูกบังคับขาย (Force Sell) ซึ่งตนเองก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยที่ผ่านมาได้นำหุ้นไปค้ำประกันเงินกู้โดยสัดส่วนของการกู้เป็นเพียงประมาณ 3% ของมูลค่าทรัพย์สินที่มีทั้งหมด ณ ราคาหุ้นเมื่อทำสัญญา ส่วนตัวเห็นว่าสัดส่วน 3% ถือเป็นจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับหุ้นที่มี อีกทั้งเชื่อมั่นบริษัทจะสามารถดำเนินธุรกิจได้ตามแผนที่วางไว้ จึงประเมินว่าไม่มีความเสี่ยงกระทบถึงบริษัท *** รับ "เจ็บแต่ยังไม่ตาย" ชี้กลุ่มพันธมิตรยังถือหุ้นมากกว่า 50% นายสมโภชน์ ยอมรับว่า พอร์ตส่วนตัวเสียหายแน่นอน ซึ่งหุ้นจำนวนขนาดนั้น เจ็บ เสียหาย แต่โดยรวมแล้วโครงสร้างหุ้นที่เหลืออยู่ในพอร์ตส่วนตัวและรวมกับพันธมิตรต่างๆที่เป็นทีมงานยังมีสัดส่วนเกิน 50% ของบริษัท ซึ่งทำให้บริษัทยังอยู่ในฐานะที่ปลอดภัย เพราะเรื่องที่เป็น Hostile (การครอบงำกิจการอย่างไม่เป็นมิตร) คงจะเกิดไม่ได้ เนื่องจากเจ้าของกิจการยังถือครองหุ้นมากกว่า 50% "เจ็บ แต่ไม่ตายต้องบอกคำนี้ก่อน เพราะถ้าวันนี้ผมเป็นคนไม่ Conservative คงตายไปแล้ว โดยสำหรับผมวันที่ผมกู้มันไม่ถึง 3% ของ wealth ที่ผมมีวันนั้น ผมยังโดนเลย ซึ่งคนที่ไม่โดน Force Sell ลักษณะแบบนี้มันน่าจะมีแค่คนที่ไม่กู้เท่านั้นแหละ โดยยกตัวอย่างคนที่ 100 บาท และไปกู้ 3 บาท แล้วเป็นคนทำธุรกิจ ผมไม่คิดว่าเป็นเรื่อง aggressive ซึ่งคิดว่าส่วนตัวเป็นคน Conservative พอสมควร" นายสมโภชน์ กล่าว *** แจงต้นเหตุปัญหา ชี้เป็นบทเรียนสำคัญ
โดยปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากตนได้ใช้บริการไพรเวท เวลธ์ กับสถาบันการเงินต่างประเทศแห่งหนึ่ง ซึ่งได้เรียกคืนหนี้โดยต้องการให้คืนเป็นเงินสดหลักพันล้านบาทภายในระยะเวลาเพียง 3 วัน เนื่องจากราคาหุ้นปรับลดลงจึงถูกเรียกหลักประกัน จึงทำให้หุ้นในบัญชีถูก Force Sell ตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา และโดนอย่างหนักเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 67 โดยในช่วงที่ผ่านมาตนเองพยายามทุกวิถีทางในการเจรจากับสถาบันการเงิน ไม่ว่าจะเสนอทางเลือกให้กับเจ้าหนี้หลากหลายรูปแบบ อาทิ หานักลงทุนเข้ามาซื้อหุ้นโดยทำ Big Lot เพื่อไม่ให้กระทบกับราคาหุ้นในกระดาน,ขอจ่ายชำระบางส่วนพร้อมนำหลักทรัพย์ปลอดภาระที่อยู่กับเจ้าหนี้มาค้ำประกันเพิ่มขึ้น รวมถึงขอขยายเวลาชำระหนี้จากภายใน 3 วันขยายเป็น 15 วันโดยมีหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าจะสามารถนำเงินมาชำระคืนได้อย่างแน่นอน แต่เจ้าหนี้ก็ไม่ยอม จึงนำมาสู่การถูก Force Sell ดังกล่าวขึ้น "ผมได้พยายามทำทุกทางอย่างเต็มที่แล้วแต่ไม่สำเร็จ จากสิ่งที่เกิดขึ้นตัวเองสูญเสีย wealth เป็นมูลค่าหลักหมื่นล้าน แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่เกิดขึ้นไปกระทบกับความเชื่อมั่นของบริษัท กระทบภาพรวมของตลาด ผมขอโทษทุกคนที่เกี่ยวข้องด้วย" นายสมโภชน์ กล่าว ขณะที่เชื่อว่าครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนที่สำคัญ เพราะสิ่งที่เราเคยเข้าใจกันว่าตลาดหลักทรัพย์เป็นที่ระดมทุนให้กับบริษัท แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนที่ผมได้เรียนรู้ว่าทั้งที่สัดส่วนของการกู้เป็นเพียงประมาณ 3% ของมูลค่าทรัพย์สินที่มีทั้งหมด เมื่อเจอข่าวลือและข่าวปล่อยต่างๆ ที่เกิดขึ้นและการทำ Short Sell เพื่อกดราคาหุ้น ผมยังโดน Force Sell ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้กลายเป็นตลาดทุนเป็นที่ทำลายธุรกิจ จึงขอให้กรณีของผมถือเป็นกรณีศึกษาและอย่าได้เกิดกับใครอีกเลย
*** คาด Force Sell จบแล้ว โดยวันศุกร์ที่ 28 มิ.ย.67 ถือเป็นช่วงที่เจ็บที่สุด เพราะหุ้นโดนขายจนแหล่งมูลหนี้ที่ตั้งไว้หมดไป จึงคาดว่าแรง Force Sell รอบนี้น่าจะจบแล้ว ดังนั้นต่อไปนี้ราคาหุ้น EA น่าจะเริ่มกลับมาสู่สภาพปกติ ส่วนราคาปิดเมื่อสิ้นสัปดาห์ที่แล้วมองว่าเป็นราคาที่ไม่สะท้อนพื้นฐานที่แท้จริงของบริษัท ในอีกมุมหนึ่งวิกฤติที่เกิดขึ้นถือเป็นโอกาสของนักลงทุนที่มองเห็นอนาคตของ EA “วันนี้ปัญหาของผมเคลียร์จบหมดแล้ว ปัจจุบันยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ใน EA สัดส่วนมากกว่า 33% รวมทั้งพันธมิตรยังถือหุ้นมากกว่า 50% จากนี้จะเดินหน้าทำธุรกิจต่อไป ผู้บริหารและพนักงานของ EA ทุกคนยังกำลังใจดีมาก พร้อมร่วมมือเป็นพลังที่เข็มแข็งกว่าเดิม ในฐานะผู้บริหารผมยังคงทำหน้าที่อย่างดีที่สุดและเป็นมืออาชีพ ผมอยากให้นักลงทุนแยกแยะระหว่างเกมการเงินกับปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจออกจากกัน" *** ยันปัจจัยพื้นฐานธุรกิจยังแกร่ง-มีความเป็นมืออาชีพในการขับเคลื่อนองค์กร โดยเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.67 ซึ่งเป็นวันที่หุ้นถูกเทขายอย่างวิกฤต และเป็นวันที่ผมอยู่ต่างประเทศและได้ทำหน้าที่อย่างมืออาชีพในนามบริษัทฯได้ร่วมลงนามเซ็น MOU กับ China Railway Rolling Stock Corporation (CRRC) ผู้ผลิตรถไฟรายใหญ่ที่สุดของโลก ในฐานะ Strategic Partner ถือเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีความเชื่อมั่นต่อปัจจัยพื้นฐานของบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) และความเป็นมืออาชีพของผู้บริหารในการขับเคลื่อนองค์กร ทั้งนี้มั่นใจว่าทิศทางที่บริษัทดำเนินการในเรื่อง พลังงานสะอาด การลดก๊าซคาร์บอน เป็นเทรนด์ใหญ่ของโลก และจะมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยลดก๊าซเรือนกระจกตามที่ได้สัญญาในข้อตกลงระหว่างประเทศ *** เตรียมนัดชี้แจงฐานะการเงิน-ข้อมูลในส่วนของกลุ่มบริษัท EA ในวันพรุ่งนี้(2 ก.ค.67) นอกจากนี้ในส่วนของรายละเอียดของแผนธุรกิจรวมทั้งความกังวลของนักลงทุนที่มีต่ออนาคตของบริษัทจะขอแถลงข่าว “ EA ฐานะการเงินมั่นคงแข็งแกร่ง ธุรกิจอินเทรนด์ มีศักยภาพเติบโตอีกมากในอนาคต ” ในวันพรุ่งนี้ (2 ก.ค.67) |