สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ CRC จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 17 ส.ค.69 ชื่อโบรกฯ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย | บล.กรุงศรี | Buy | 32.00 บาท | บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) | ซื้อ | 31.00 บาท | บล.พาย | ซื้อ | 29.00 บาท | บล.ฟิลลิป | ทยอยซื้อ | 28.25 บาท | บล.เคจีไอ | ซื้อ | 28.00 บาท | บล.เอเซีย พลัส | Trading | 27.50 บาท |
สรุปปัจจัยบวก + กำไรสุทธิ / กำไรปกติ 2Q69 เติบโตเด่นดีกว่าคาด: กำไรสุทธิอยู่ที่ 2.0 - 2.1 พันล้านบาท (+56.7% ถึง +79% YoY) ส่วนกำไรปกติอยู่ที่ 1.9 - 2.14 พันล้านบาท (+57% ถึง +97% YoY) ซึ่งดีกว่าที่โบรกเกอร์และตลาดคาดการณ์ไว้ 37% - 59% (บล.กรุงศรี, บล.เอเซีย พลัส, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.ฟิลลิป, บล.เคจีไอ, บล.พาย)
+ อัตรากำไรขั้นต้น (GPM/Margin) ขยายตัวสูงกว่าคาด: GPM รวมปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 25.6% - 27.6% (+150 bps ถึง +170 bps YoY) ผลจากการบริหารส่วนผสมสินค้า (Product Mix) มีประสิทธิภาพ, เพิ่มสัดส่วนสินค้า Private Label / House Brands, มีสต็อกต้นทุนเดิม และผลจากการโละสต็อกในปีก่อน (บล.กรุงศรี, บล.เอเซีย พลัส, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.ฟิลลิป, บล.เคจีไอ, บล.พาย)
+ ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) พลิกกลับมาเป็นบวก: SSSG งวด 2Q69 พลิกกลับมาโต +1% YoY (จาก -2% ใน 1Q69) นับเป็นการกลับมาเป็นบวกในรอบ 7 ไตรมาส หนุนโดยกลุ่มอาหารและกลุ่มแฟชั่น รวมถึงอานิสงส์จากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว (บล.กรุงศรี, บล.เอเซีย พลัส, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.ฟิลลิป, บล.เคจีไอ, บล.พาย)
+ ผลดีจากการปรับพอร์ตธุรกิจ: หยุดรับรู้ผลขาดทุนจากการจำหน่ายเงินลงทุนใน Nguyen Kim (เวียดนาม) ตั้งแต่ช่วงปลาย เม.ย. 69 และเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก JD Sports Thailand เข้ามาเต็มไตรมาส (บล.เอเซีย พลัส, บล.ฟิลลิป)
+ การลดลงของภาระดอกเบี้ยจ่าย: ดอกเบี้ยจ่ายใน 2Q69 ลดลง 17% YoY เหลือ 812 ล้านบาท จากยอดหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ย (IBD) ลดลง และอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลดลง (บล.เอเซีย พลัส, บล.เคจีไอ)
+ รายได้อื่นเสริมกำไร: มีรายได้จากเงินปันผล และค่าสินไหมประกันเข้ามาช่วยหนุน (~290 ล้านบาท) (บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.เคจีไอ)
+ แนวโน้มการเติบโตต่อเนื่องใน 2H69 และ SSSG ก.ค. 69 สดใส: SSSG ช่วงต้น 3Q69 (เดือน ก.ค. 69) ยังคงเป็นบวกต่อเนื่องราว +1% ถึง +3% YoY (ไทย +4% ถึง +6%) และคาดว่ากำไรสุทธิ 3Q69 - 4Q69 จะยังเติบโตได้ดี YoY จากมาร์จิ้นที่สูงขึ้น ภาระดอกเบี้ยที่ลดลง และเข้าสู่ช่วง High Season ปลายปี (บล.เอเซีย พลัส, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.ฟิลลิป, บล.เคจีไอ, บล.พาย)
+ นักวิเคราะห์ปรับเพิ่มประมาณการกำไรและราคาเป้าหมาย: หลายแห่งปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2026–2027 ขึ้น 6.3% - 15% และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเพื่อสะท้อน Margin ที่แข็งแกร่งกว่าคาด (บล.กรุงศรี, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.ฟิลลิป, บล.เคจีไอ)
สรุปปัจจัยลบ - ผลประกอบการชะลอตัว QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล: กำไรปกติ 2Q69 ลดลง 26.8% - 36% QoQ และคาดว่ากำไรใน 3Q69 จะชะลอตัวลง QoQ ต่อเนื่อง เนื่องจากไตรมาส 3 เป็นฤดูฝน ซึ่งปกติยอดขายจะลดลงตามฤดูกาล (บล.กรุงศรี, บล.เอเซีย พลัส, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.เคจีไอ, บล.พาย)
- ค่าใช้จ่าย SG&A ปรับตัวสูงขึ้น: สัดส่วน SG&A ต่อ ยอดขาย เพิ่มขึ้นจากการแข่งขันและค่าใช้จ่ายในช่องทาง Platform Online, ค่านายหน้าขายออนไลน์ รวมถึงค่าประชาสัมพันธ์และโฆษณา (บล.เอเซีย พลัส, บล.เคจีไอ, บล.พาย)
- ผลกระทบจากการจำหน่าย Nguyen Kim และรับรู้ผลขาดทุนอื่น: การขาย Nguyen Kim ทำให้รายได้บางส่วนหายไป และเริ่มมีการใส่ผลขาดทุนจาก AEON (Thailand) Ltd เข้ามาในประมาณการ (ขาดทุน 70 ลบ. ในปี 2569 และ 200 ลบ. ในปี 2570) (บล.เอเซีย พลัส, บล.เคจีไอ)
- ยอดขายกลุ่ม Hardline ยังหดตัว YoY: รายได้จากส่วนงานฮาร์ดไลน์ใน 2Q69 ลดลง 3% YoY ผลจากการตัดห้าง Nguyen Kim ออกไป (บล.เอเซีย พลัส)
- แนวโน้มอานิสงส์ Margin บางส่วนอาจลดลงใน 3Q69: กำไรขั้นต้นใน 3Q69 อาจไม่ได้อานิสงส์จากสินค้าคงคลังที่มีต้นทุนต่ำและผลของฐานต่ำจากการโละสต็อกเหมือนใน 2Q69 (บล.เคจีไอ)
- ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน: ค่าเงินดองเวียดนามที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินบาท ส่งผลให้ SSSG กิจกรรมอาหารในเวียดนามทรงตัว YoY เมื่อคิดเป็นสกุลเงินดอง (บล.พาย)
- ความเสี่ยงภายนอกและโครงสร้าง: กำลังซื้อโดยรวมยังเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว, การแข่งขันที่เข้มข้น, ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ย (บล.ฟิลลิป, บล.เคจีไอ)
ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |