DIF แจงการดำเนินธุรกิจยังเป็นไปปกติ และยังรับค่าเช่าจาก TRUE อย่างต่อเนื่อง ชี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงยังมีนัยสำคัญ หลังราคาหุ้นดิ่งแรง 2 วันต่อเนื่องกว่า 8% โบรกฯ มองแรงกดดันจากบอนด์ยีนด์สหรัฐฯพุ่งสูง หวั่นกระทบปันผล นางทิพาพรรณ ภัทรวิกรม Executive Director กลุ่มการลงทุนอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ จำกัด ในฐานะบริษัทจัดการของกองทุนรวม โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล (DIF) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ชี้แจงกรณีที่สภาพการซื้อขายหลักทรัพย์ของกองทุนรวมมีการเปลี่ยนแปลงไปในระยะเวลาอันสั้น โดยการดำเนินธุรกิจและผลการดำเนินงานของกองทุนรวม ยังคงเป็นไปตามปกติและไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญต่อโครงสร้างการเข้าลงทุนของกองทุนรวมที่กองทุนรวมได้มีการเปิดเผยไว้แต่อย่างใด กองทุนรวมยังคงได้รับค่าเช่าตามสัญญาเช่าระยะยาวที่มีกับผู้เช่าหลักอย่างต่อเนื่อง บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ราคาหุ้น DIF ปรับตัวลดลงกว่า 8.1% ในช่วง 2 วันที่ผ่านมาพร้อมปริมาณซื้อขายที่เพิ่มขึ้น โดยล่าสุดทาง SCBAM ซึ่งเป็นผู้จัดการของ DIF ได้มีการออกมาชี้แจงว่า การดำเนินธุรกิจและผลการดำเนินงานของกองทุนรวมยังคงเป็นไปตามปกติ และไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ โดย DIF ยังคงได้รับค่าเช่าตามสัญญาเช่าระยะยาวที่มีกับผู้เช่าหลัก (TRUE) อย่างต่อเนื่อง มองว่าการปรับตัวลดลงของ DIF นั้นน่าจะมาจากแรงกดดันของ Bond yield สหรัฐที่อยู่ในระดับสูงซึ่งโดยปกติแล้ว Bond yield สหรัฐจะมี Positive correlation กับ Bond yield ของไทย ทำให้หุ้นกลุ่ม Yield play ได้รับผลกระทบเชิงลบในประเด็นเรื่องความสนใจของเงินปันผลที่ลดลง ถ้าไปดู PF & REITs index ในช่วง 2 วันที่ผ่านมาปรับตัวลดลงเช่นกันที่ 3.7% พร้อมปริมาณซื้อขายที่เร่งตัวขึ้น คงคำแนะนำ NEUTRAL ราคาเป้าหมาย 10 บาท แต่เนื่องด้วยราคาหุ้นปรับตัวลดลงแรงในช่วง 2 วันที่ผ่านมาทำให้ Yield ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 9.7% มองว่าเป็นจุดที่อาจจะเห็นการปรับตัวขึ้นของราคาหุ้นในระยะสั้นได้ อนึ่ง ราคา DIF ปรับตัวลงแรงต่อเนื่อง 2 วันทำการ จากราคาเปิดตลาดเมื่อวันที่ 12 ต.ค.69 ที่ 9.90 บาท ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง สู่ราคาต่ำสุดของวันที่ 14 ต.ค.69 ที่ 8.95 บาท หรือลดลง 10.61% ก่อนทำราคาปิดตลาดที่ 9.10 บาท หรือลดลง 8.79% . 
|
. |