สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าว 7 รายในทีมหาเสียงของพรรคเดโมแครต ระบุว่า นางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่จะเข้ามาแทนประธานาธิบดีโจ ไบเดน หากผู้นำสหรัฐฯ ตัดสินใจที่จะไม่ลงสู้ศึกเลือกตั้งอีกต่อไป หลังถูกกดดันให้ถอนตัวจากการเป็นแคนดิเดตพรรคเนื่องจากผลดีเบตยกแรกกับโดนัลด์ ทรัมป์ จากฝั่งรีพับลิกันออกมาน่าผิดหวัง ก่อนหน้านี้ แกนนำพรรคเดโมแครตได้เสนอตัวเลือกอื่นที่จะมาแทนไบเดน อาทิ นายกาวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย, เกร็ตเชน วิตเมอร์ ผู้ว่าการรัฐมิชิแกน และจอช ชาปิโร ผู้ว่าการรัฐเพนซิลเวเนีย หากได้รับการเสนอชื่อให้เป็นตัวแทนพรรค นางแฮร์ริส วัย 59 ปี จะสามารถใช้เงินที่ได้จากการระดมทุนในช่วงที่ไบเดนหาเสียงเพื่อเดินหน้าสู้ศึกเลือกตั้งต่อไป โดยนางแฮร์ริสได้รับการยอมรับมากที่สุดในบรรดาตัวเลือกทั้งหมด และได้คะแนนโหวตสูงสุดในพรรคที่อาจได้รับการพิจารณาให้เป็นผู้สมัครอย่างจริงจัง ขณะที่ผลสำรวจของรอยเตอร์/อิปซอสที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร (2 ก.ค.) ระบุว่า นางแฮร์ริสมีคะแนนตามหลังทรัมป์เพียง 1% อยู่ที่ 42-43% ซึ่งเป็นตัวเลขที่แข็งแกร่งพอ ๆ กับไบเดน ทางด้านนายจิม ไคลเบิร์น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการคว้าชัยชนะของไบเดนในการเลือกตั้งปี 2563 ให้สัมภาษณ์กับ MSNBC ว่า ตนเองจะสนับสนุนนางแฮร์ริสให้เป็นตัวแทนจากพรรคเดโมแครต หากไบเดนถอนตัว ด้านไมเคิล ทรูจิลโล นักยุทธศาสตร์ของพรรคเดโมแครต ระบุว่า เป็นเรื่องยากที่จะเอาชนะรองประธานาธิบดีในการเสนอชื่อเป็นตัวแทนพรรค โดยนายทรูจิลโลเคยทำงานให้กับนางฮิลลารี คลินตัน ในช่วงการหาเสียงเมื่อปี 2551 และ 2559 ทางด้านนาย Donna Brazile อดีตรักษาการประธานคณะกรรมการระดับชาติของพรรคเดโมแครต (Democratic National Committee) มองว่า คนที่สามารถเข้ามาเป็นตัวแทนพรรค หากไบเดนตัดสินใจไม่ไปต่อ ก็คือ นางแฮร์ริส อย่างไรก็ดี ทีมผู้ช่วยของนางแฮร์ริสออกมาปฏิเสธประเด็นที่ว่า อาจจะไม่มีการจับคู่ชิงประธานาธิบดีและรองประธนาธิบดี ระหว่างไบเดน-แฮร์ริส โดยระบุว่า “รองประธานาธิบดีแฮร์ริสยังคงรอที่จะอยู่ในตำแหน่งเป็นสมัยที่สอง ร่วมกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน” ที่มา Reuters |