สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 13 ส.ค.69 ชื่อโบรกฯ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | บล.ทรีนีตี้ | ซื้อ | 8.20 | บล.บัวหลวง | ขาย | 6.50 | บล.ทิสโก้ | ขาย | 6.00 | บล.เคจีไอ | อยู่ระหว่างทบทวน | อยู่ระหว่างทบทวน |
สรุปปัจจัยบวก + ผลงาน 2Q69 ฟื้นตัว QoQ: กำไรสุทธิ 2Q69 อยู่ที่ 234 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% QoQ ได้แรงหนุนจากการจัดเก็บเงินสดรวมที่ปรับตัวดีขึ้นเป็น 3.5 พันล้านบาท (+16% QoQ) โดยเฉพาะกระแสเงินสดจาก NPA ที่เพิ่มขึ้น 37 - 48% QoQ (อยู่ที่ 1.4 พันล้านบาท) จากการจัดแคมเปญการตลาดและผลทางฤดูกาล รวมถึงกระแสเงินสดจาก NPL ที่เพิ่มขึ้น 6% QoQ (อยู่ที่ 2.2 พันล้านบาท) (บล.ทรีนีตี้, บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ) + การตั้งสำรองหนี้ (ECL) ลดลง: ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ใน 2Q69 ลดลง 8% QoQ สอดคล้องกับแนวโน้มกระแสเงินสดรับรวมที่ปรับตัวดีขึ้น (บล.ทรีนีตี้, บล.ทิสโก้)
+ การเร่งเข้าซื้อ NPL หนุนเป้าหมายทั้งปี: เร่งเข้าซื้อ NPL เพิ่มขึ้นใน 2Q69 ด้วยมูลค่าหนี้คงค้าง 10.7 พันล้านบาท (คิดเป็นมูลค่าการลงทุน 2.8 พันล้านบาท) ทำให้มีแนวโน้มบรรลุเป้าหมายการซื้อ NPL ทั้งปีที่ 1.5 หมื่นล้านบาท (บล.ทิสโก้)
+ แนวโน้ม 2H69 ฟื้นตัวและได้แรงหนุนจากปัจจัยใหม่: คาดกำไร 2H69 จะฟื้นตัว HoH และ YoY จากยอดจัดเก็บที่ดีขึ้นตามแคมเปญการตลาด, การขาย NPA แปลงใหญ่, การรับชำระหนี้ NPL รายกลาง-ใหญ่, ผลการดำเนินงานของ JV AMC (เช่น Ari AMC และ Arun AMC) รวมถึงแนวโน้มต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลง (บล.ทรีนีตี้, บล.บัวหลวง)
+ ผลตอบแทนจากเงินปันผลน่าสนใจ: มีเงินปันผลจ่ายในระดับราว 7 - 8% ต่อปี ช่วยจำกัดความเสี่ยงด้านราคาหุ้น (บล.ทรีนีตี้)
สรุปปัจจัยลบ - กำไรสุทธิ 2Q69 หดตัวแรง YoY และต่ำกว่าคาด: กำไรสุทธิ 2Q69 อยู่ที่ 234 ล้านบาท ลดลง 82% YoY (และกำไร 1H69 อยู่ที่ 451 ล้านบาท ลดลง 70% YoY) โดยต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาด 9% และต่ำกว่าตลาดคาด 7% สาเหตุหลักมาจากฐานที่สูงผิดปกติใน 2Q68/2Q25 ที่มีการรับชำระหนี้ก้อนใหญ่ ประกอบกับกำไรจากการขาย NPL ในไตรมาสนี้ต่ำกว่าคาด (บล.ทรีนีตี้, บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ)
- กระแสเงินสดรับรวมยังอ่อนแอเมื่อเทียบ YoY: ยอดจัดเก็บเงินสดใน 2Q69 ลดลง 49 - 50% YoY (และงวด 1H69 อยู่ที่ 6.5 พันล้านบาท ลดลง 36% YoY) ซึ่งยังห่างไกลจากเป้าหมายเต็มปีที่ตั้งไว้ 1.79 หมื่นล้านบาท (บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ)
- ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) เพิ่มขึ้น QoQ: OPEX ใน 2Q69 อยู่ที่ 721 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% QoQ จากการบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่า NPA หลังประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ใหม่ และค่าภาษีอากร ส่งผลให้ Cost-to-Income Ratio ปรับขึ้นเป็น 43.0% (จาก 40.7% ใน 1Q69) ซึ่งไม่สอดคล้องกับรายได้และกำไรที่ชะลอตัว (บล.ทรีนีตี้, บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ)
- สภาวะเศรษฐกิจกดดันธุรกิจบริหารหนี้: เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า หนี้ครัวเรือนสูง ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังซบเซา และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ ส่งผลให้ธุรกิจบริหารหนี้แบบมีหลักประกันฟื้นตัวได้ช้า (บล.ทรีนีตี้, บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้)
- ผลประกอบการ 1H69 คิดเป็นสัดส่วนต่ำกว่าเป้าหมายทั้งปี: กำไร 1H69 คิดเป็นเพียงประมาณ 26% ของประมาณการทั้งปี (ราว 1,760 ล้านบาท หรือคาดลดลง 3 - 5% YoY) ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะต้องปรับลดประมาณการกำไรลงหากครึ่งปีหลังไม่มีรายการใหญ่เข้ามาช่วย (บล.ทรีนีตี้, บล.บัวหลวง, บล.เคจีไอ)
ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews
|