หากเอ่ยถึง “สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย” เชื่อว่าอาจไม่ใช่เรื่องที่ชาวคริปโทฯ ส่วนใหญ่สนใจใคร่รู้นัก เพราะในโลกของนักเทรดสิ่งสำคัญที่อยู่ตรงหน้าคงไม่ใช่การรู้จักสมาคมหรือนโยบายภาครัฐ หากแต่เป็น “ตัวเลขบนกราฟ” แต่สำหรับ “นเรศ เหล่าพรรณราย” เรื่องราวของเขาไม่ใช่แค่เส้นกราฟในตลาดคริปโทฯ แต่เป็นเส้นทางชีวิตที่เต็มไปด้วยการปรับตัว การเรียนรู้ และการดิ้นรนจากคนข่าวสายการเงิน สู่บทบาทใหม่ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน “จากคนที่เคยรายงานข่าวเศรษฐกิจ วันหนึ่งเขากลายเป็นตัวละครที่ต้องเข้าไปอยู่ในข่าวเสียเอง” ต้นทาง : ปลายปากกาที่เขียนอนาคต หากย้อนเวลากลับไปสัก 15 ปีก่อน ชีวิตของ “นเรศ เหล่าพรรณราย” คงไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลหรือบล็อกเชนเลยแม้แต่น้อย เขาเป็นนักข่าวที่ใช้ปลายปากกาจดข่าว และปลายนิ้่วถ่ายทอดเรื่องราว ข่าวสารตลาดเงินตลาดทุน ผ่านมาแล้วทั้งหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ ที่ในโลกยุคนั้นยังไม่มีคริปโทเคอร์เรนซีเข้ามาเปลี่ยนแปลงอะไร ชีวิตของเขาแต่ละวันสั่งสมประสบการณ์ทำงาน ไม่ต่างอะไรกับงานด้านการศึกษาที่ต้องค้นคว้า พูดคุย สรุป วิเคราะห์ ขณะเดียวกันก็วิ่งแข่งกับนาฬิกาชีวิตทั้งรายวันรายสัปดาห์ เหมือนกับวิถีของนักข่าวสายเศรษฐกิจทั่วไป แต่สิ่งที่ทำให้เขา “แตกต่าง” คือ “สายตาที่มองการณ์ไกล” ไม่ใช่แค่การเล่าเรื่องราวของคนอื่น แต่ ณ จุดที่ทำงานอยู่ทำให้เขามีโอกาสในการเฝ้าสังเกตการเปลี่ยนแปลงของโลกการเงินมาโดยตลอด และเมื่อคลื่นลูกใหม่ของเทคโนโลยีกำลังซัดเข้ามาเขาตัดสินใจว่า “จะไม่ยืนดูอยู่ข้างสนาม” แต่ต้องการจะมี skin in the game! ก้าวแรกสู่โลกคริปโทฯ : จุดเปลี่ยนที่สิงคโปร์ ปี 2017 เป็นปีที่ชื่อ "Bitcoin" เริ่มดังก้องไปทั่วโลก ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว คนมากมายเริ่มสนใจสกุลเงินดิจิทัล และในช่วงนั้น ICO (Initial Coin Offering) กลายเป็นกระแสที่ไม่มีใครในวงการการเงินละเลยได้ แม้แต่ “นเรศ” เองก็ไม่อาจมองข้าม โอกาสเข้ามาในรูปของข้อเสนอจากบริษัทฟินเทคแห่งหนึ่ง เขาได้เข้าร่วมงานในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) จากการที่เคยเป็นแค่ผู้สังเกตการณ์ เขากลายเป็นผู้เล่นในสนามจริง ไม่นานนักตลาดในประเทศไทยก็ได้รู้จักกับ ICO เมื่อ “J Ventures” ในเครือ JMART บริษัทในตลาดหุ้นไทยประกาศแผนออกเหรียญดิจิทัลของตัวเองเป็นรายแรกในไทย กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมคริปโทฯ ในประเทศไทยเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ในขณะเดียวกัน “นเรศ” และทีมของเขาก็กำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการทำ ICO ของบริษัทมหาชนอีกแห่งหนึ่งและเลือก "สิงคโปร์" เป็นฐานปฏิบัติการ เขาและทีมงานเดินทางไปสิงคโปร์พบกับบริษัทที่ปรึกษา สำนักงานกฎหมาย เพื่อศึกษาแนวทางการทำ ICO ให้ถูกต้องตามกฎหมายและมีประสิทธิภาพสูงสุด แต่ในขณะที่ทุกอย่างดูเหมือนจะไปได้สวย ตลาดคริปโทฯ กลับเริ่มสั่นคลอนอย่างหนัก… ล้มแล้วลุก : บทเรียนจากวิกฤต ปี 2018 กลายเป็นจุดพลิกผันของชีวิต “นเรศ” จากที่ตลาดคริปโทฯ เคยร้อนแรง ราคาสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกกลับร่วงลงอย่างต่อเนื่อง ความหวังที่เคยสว่างไสวกลับกลายเป็นความกังวลเข้ามาแทน “ตอนต้นปีทุกคนยังมีความหวังว่าเดี๋ยวราคากลับมา แต่พอกลางปีเราเริ่มรู้สึกว่าตลาดมัน ‘วาย’ ไปแล้ว” เขาเล่าถึงช่วงเวลานั้น เมื่อทีมงานประเมินแล้วว่า “ความเสี่ยงสูงเกินไป” แผน ICO จึงถูกยกเลิก แม้ว่าพวกเขาจะเตรียมการมาไกลแล้วก็ตาม แต่ทว่า…นเรศไม่ได้มองว่านี่คือจุดจบ เขามองว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นใหม่ ทักษะที่เคยมีจากการเป็นนักข่าว โดยเฉพาะการสร้างคอนเน็คชั่นยังคงเยี่ยมยอดเสมอ ในตอนที่เดินทางไปสิงคโปร์เพื่อตั้งไข่ ICO ให้ลูกค้า เขาได้พบกับพาร์ทเนอร์สิงคโปร์และได้แลกเปลี่ยนช่องทางการติดต่อกันไว้ ซึ่งต่อมาพาร์ทเนอร์ได้ชักชวนให้เขา “ร่วมก่อตั้ง” Supercryptonews เว็บไซต์ข่าวคริปโทฯ ที่ทำเนื้อหา 3 ภาษา (ไทย อังกฤษ เวียดนาม) Supercryptonews เป็นเหมือนประตูบานใหญ่ที่เปิดให้เขาเข้าสู่โลกคริปโทฯ แบบเต็มตัว การสั่งสมความรู้และต่อยอดทักษะนักข่าวของ “นเรศ” ในโลกใบใหม่เกิดขึ้นอย่างเข้มข้นที่นี่ และไม่ใช่แค่เรื่องราวของโลกคริปโทเคอร์เรนซีเท่านั้น แต่มันคือโอกาสในการเรียนรู้วัฒนธรรมการทำงานในหลากหลายประเทศ นอกจากการทำเว็บไซต์ข่าวคริปโทฯแล้ว เขาได้ขยับเข้ามามีส่วนร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในรูปแบบของสมาคม ด้วยการร่วมงานกับสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยตั้งแต่ปี 2019 จาก Supercryptonews สู่การก่อตั้ง Ricco Tech Supercryptonews ค่อยๆ เติบโตไปบนเส้นทางของการให้ความรู้และข่าวสารเกี่ยวกับโลกใบใหม่ แต่แล้ววันหนึ่งโลกต้องเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 การระบาดครั้งใหญ่ทำให้หลายธุรกิจต้องปิดตัวลงรวมถึง Supercryptonews แต่ความล้มเหลวครั้งนี้…ไม่ได้ทำให้นเรศถอยหลัง เขาตัดสินใจก่อตั้งบริษัทใหม่ “Ricco Tech” สื่อเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัลจึงถือกำเนิดขึ้น และไม่นานนักเส้นทางของเขาก็พาไปสู่…บทบาทที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย : บทบาทใหม่ที่ท้าทาย ชั่วโมงบินจากโลกการเงินแบบดั้งเดิม ประสบการณ์ในสมาคมฟินเทค และความเข้าใจในเทคโนโลยีใหม่ที่ครอบคลุมถึงสินทรัพย์ดิจิทัล “นเรศ” จึงได้รับเลือกจากคณะกรรมการให้ดำรงตำแหน่ง “นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย” ในปลายปี 2022 บทบาทของเขาคือการเป็นสะพานเชื่อมระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้กฎระเบียบและนโยบายเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรม “ตลาดการเงินแบบดั้งเดิมคือผู้ใหญ่ที่เติบโตเต็มที่ มีระเบียบ มีกรอบที่ชัดเจน ส่วนคริปโทฯ ก็เหมือนเด็กแรกเกิดที่ต้องการเวลาในการพิสูจน์ตัวเอง” นเรศ กล่าว เขาสะท้อนว่าทิศทางของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย “กำลังดีขึ้นเรื่อยๆ” โดยเฉพาะ ก.ล.ต.ที่เริ่มมีหน่วยงานส่งเสริมแล้วไม่ใช่แค่มุ่งกำกับดูแล ประกอบกับมีโร้ดแม็ปที่ชัดเจนในการส่งเสริมการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้ประโยชน์ ที่ผ่านมาสมาคมฯ ให้ความคิดเห็นกับหน่วยงานกำกับดูแลอย่างต่อเนื่องอย่างเช่น ก่อนที่จะมีกฎระเบียบให้นักการเมืองเปิดเผยการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล สมาคมก็ได้เข้าไปมีส่วนร่วมให้ความรู้ นอกจากนี้ ยังเคยออกจดหมายเปิดผนึกขอให้ Zipmex เปิดเผยข้อมูลรอบด้านเพื่อช่วยนักลงทุนที่ได้รับผลกระทบ แม้จะไม่มีอำนาจในทางนิตินัยแต่ก็พยายามให้ความรู้กับนักลงทุน เกี่ยวกับการปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง เช่น การจดไว้ว่ามีคริปโทฯ อะไรบ้างในบัญชี วิสัยทัศน์และเป้าหมาย ของสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ในระยะสั้นสมาคมฯ กำลังจัดทำ “ข้อเสนอ” ในการยกระดับอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย เพื่อยื่นเสนอต่อรัฐบาล โดยจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนภายในปีนี้ ตั้งแต่ผู้ประกอบการไปจนถึงนักลงทุนรายย่อย เขาเชื่อว่าประเทศไทยสามารถเป็น “ศูนย์กลางของการระดมทุนดิจิทัล” โดยเฉพาะ RWA Hub แต่สิ่งที่ต้องแก้ไขก่อน คือ กฎระเบียบที่ต้องทันสมัย และต้นทุนการออกโทเคนดิจิทัลที่ต้องลดลง เปิดให้ขายได้ในตลาดต่างประเทศ ไทยจะสามารถดึงดูดทั้งผู้ออกโทเคนและนักลงทุนจากทั่วโลกได้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาสมาคมฯ ภายใต้การนำของเขามีการทำงานทั้งเชิงรับและเชิงรุก “ในเชิงรับเราให้ความรู้กับหน่วยงานภาครัฐ ที่ต้องการเข้าใจเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัล ส่วนเชิงรุกเรากำลังร่วมมือกับ 12 สมาคมเทคโนโลยีอื่นๆ เพื่อผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของไทย” นเรศกล่าว เขามีความหวังว่าอยากเห็นผู้ประกอบการไทยก้าวสู่ตลาดโลก “ถ้าจะทำธุรกิจคริปโทฯ อย่ามองแค่ในประเทศ เพราะเรามีโอกาสเติบโตไปกับประชากร 3-4 พันล้านคนทั่วโลก” ก่อนทิ้งท้าย “ไม่ใช่แค่ทำธุรกิจในไทย แต่ต้องพร้อมจับมือกับคนทั่วโลก นี่คือโอกาสที่สินทรัพย์ดิจิทัลเปิดให้” “Proof of Work” ของชายที่ชื่อ นเรศ หากมองย้อนกลับไป เส้นทางชีวิตของ “นเรศ เหล่าพรรณราย” ไม่ใช่แค่เรื่องของโชคชะตาหรือโอกาสที่วิ่งเข้าหา แต่เป็นการพิสูจน์ด้วย "การลงมือทำ" ครั้งแล้วครั้งเล่า จากนักข่าวที่เคยเล่าข่าวสู่การเป็นผู้เล่นในสนามจริง ผ่านความผันผวนของตลาด ล้มแล้วลุก ฝ่าฟันทุกบททดสอบ จนวันนี้เขายืนอยู่ในจุดที่สามารถเป็นกระบอกเสียงให้อุตสาหกรรม "Proof of Work" ของเขาไม่ได้วัดที่ตำแหน่งหรือความสำเร็จ แต่คือ “ร่องรอย” ของความพยายามที่ทิ้งไว้บนเส้นทางที่เขาเลือกเดิน |