BTG เดินหน้าขยายธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง ตั้งเป้ารายได้ปี 69 แตะ 3,300 ลบ. ก่อนเพิ่มเป็น 5,600 ลบ. ปี 71 จ่อขยายกำลังการผลิตเพิ่ม รุกส่งออก เจาะกลุ่มพรีเมียม หวังดันส่วนแบ่งตลาดในประเทศแตะ 8% นายสมชาญ ศุภปีติพร ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยง บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG เปิดเผยว่า ตั้งเป้ายอดขายธุรกิจสัตว์เลี้ยง ในปี 71 แตะระดับ 5,600 ล้านบาท ส่วนปี 69 ตั้งเป้า ยอดขายแตะระดับ 3,300 ล้านบาท เติบโต 24% จากปีก่อน (YoY) ทั้งนี้ปี 68 บริษัทฯ มียอดขาย 2,660 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25%YoY และในไตรมาส 1/69 มียอดขาย 721 ล้านบาท โต 22%YoY โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการเพิ่มกำลังการผลิต การขยายช่องทางการจัดจำหน่าย รวมถึงการรุกตลาดต่างประเทศ โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีตลาดส่งออก 16 ประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย รวมทั้งการขยายสู่ตลาดใหม่ ๆ อาทิ บาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บรูไน ฮ่องกง และเกาหลีใต้ ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ มีสัดส่วนยอดขายภายในประเทศ 65% และมียอดขายจากการส่งออก 35% ทั้งนี้ในปี 68 ยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 18% YoY และมียอดขายจากส่งออกเพิ่มขึ้น 43% YoY ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการรับจ้างผลิต (OEM) ที่ 35% และมีสัดส่วนรายได้จากแบรนด์ตัวเองที่ 65% โดยตั้งเป้าปรับสัดส่วนรายได้จากการผลิตแบรนด์ตัวเองเพิ่มเป็น 70% และสัดส่วนรายได้จาก OEM เหลือ 30% ในปี 71 สำหรับส่วนแบ่งการตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงของบริษัทฯ ปัจจุบันอยู่ที่ 5% และตั้งเป้าแตะระดับ 8% ในปี 71 ผ่านกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ขยายกำลังการผลิต พัฒนาสินค้าใหม่ๆ และการให้ความสำคัญกับความยั่งยืน (Sustainability) ด้านงบการลงทุนธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงในช่วง 3 ปี (69-71) มีแผนจะขยายกำลังการผลิตรองรับความต้องการเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิต 9,000 ตันต่อปี โดยปี 69 ใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 75% และ ปี 70 คาดว่าจะเพิ่มเป็น 85% ดังนั้นในปี 70 จะเริ่มศึกษารูปแบบการเพิ่มกำลังการผลิต เช่น เพิ่มเครื่องจักรหรือสร้างโรงงานใหม่ นอกจากนี้บริษัทฯจะลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) สินค้ากลุ่มใหม่ๆ โดยเฉพาะกลุ่มพรีเมียม(Premium) และอาหารรักษาโรค (Prescription Diet) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีมาร์จิ้นสูง โดยตั้งเป้าที่จะปรับพอร์ตสินค้ากลุ่มพรีเมียมแตะระดับ 54% ในปี 71 จากปัจจุบัน 45% สำหรับการลงทุนด้านความยั่งยืน มีแผนการลงทุนติดตั้งโซลาร์เซลล์เพิ่มอีก 0.6 เมกะวัตต์ จากเดิม 2.7 เมกะวัตต์ และปรับเปลี่ยนเครื่องจักรบอยเลอร์ให้ใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ (Bio-fuel) เป็น 100% ใน 1-2 ปีข้างหน้า รวมถึงวางเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก 20% ภายในปี 2030 นอกจากนี้ยังวางงบประมาณด้านการตลาดและการสร้างแบรนด์ เพื่อส่งเสริมการขายประมาณ 15-20% ของยอดขายต่อปี ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |