| | | สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -21 ส.ค. 62 17:41 น.
นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA เปิดเผยใน Opportunity Day ในวันนี้ว่า มั่นใจว่าปีนี้จะพลิกกำไรได้ หลังครึ่งปีแรกขาดทุน 266.25 ลบ. รับเหมืองแร่ Vale ในบราซิลกลับเดินเครื่อง - ค่าระวางเรือเป็นขาขึ้น พร้อมลุยประมูลน้ำประปาในลาวอีกกว่าพันลบ. - กลุ่มธุรกิจขุดเจาะในตะวันออกกลางสดใส โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติมดังนี้ -ในปีนี้ มั่นใจว่าผลการดำเนินงานจะพลิกกลับมามีกำไรได้แน่นอน จากครึ่งปีแรกที่ขาดทุน 266.25 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่จะมาจากธุรกิจเดินเรือ โดยเฉพาะการกลับมาดำเนินการอีกครั้งของเหมืองแร่ Vale ในบราซิล หลังจากเหตุการณ์เขื่อนกักเก็บหางแร่ถล่มในช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้กลับมาเป็นปกติแล้ว รวมถึงการเพิ่มขึ้นของการนำเข้าถ่านหินจากอินเดียด้วย ซึ่งจะทำให้ปริมาณการขนส่งเริ่มกลับมาเติบโตได้ -ปัจจุบัน ค่าระวางเรือมีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยต้นไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ค่าระวางเรือปรับเพิ่มขึ้น 11,000 ดอลลาร์ต่อลำต่อวัน จากครึ่งปีแรกเฉลี่ยอยู่ที่ 9,200 ดอลลาร์ต่อลำต่อวัน -ด้านธุรกิจบริการนอกชายฝั่ง เมอร์เมด มาริไทม์ ยังมีมูลค่าสัญญาให้บริการที่รอส่งมอบอีก 73 ล้านดอลลาร์ และล่าสุดได้ทำสัญญาให้บริการแก่บริษัทน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในแถบตะวันออกกลางและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย ส่วนกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตร จะมุ่งเน้นเพิ่มรายได้ในตลาดส่งออกต่อไป -กลุ่มการลงทุนในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม โดยบริษัทตั้งเป้าหมายขยายสาขา ทาโก้ เบลล์ ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ทั้งสิ้น 3 สาขา และจะเพิ่มขึ้นเป็น 8 สาขา ในช่วง เมษายน-พฤษภาคม 2563 ขณะที่พิซว่า ฮัท ปัจจุบัน มีทั้งสิ้น 141 สาขา - ด้านธุรกิจทรัพยากรน้ำผ่านบริษัท เอเชีย อินฟราสตักเชอร์ แมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ AIM ซึ่งบริษัทถือหุ้น 80.5% ซึ่งปัจจุบันได้รับสัมปทานในการจำหน่ายน้ำประปาในหลวงพระบาง ในสปป.ลาว และนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน AIM ได้เข้าร่วมประมูลโครงการของภาครัฐ โดยมีมูลค่าโครงการรวมกันมากกว่า 1,000 ล้านบาท -ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้รวมที่ 3,680.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม คือ กลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือที่มีสัดส่วนรายได้ 40% กลุ่มธุรกิจบริการนอกชายฝั่ง สัดส่วนรายได้ 21% และกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตรสัดส่วนรายได้ 24% ของรายได้รวม ด้านกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 672 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน และ EBITDA อยู่ที่ 212.9 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงานปกติก่อนผลกำไร (ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยน 91.7 ล้านบาท และผลขาดทุนสุทธิ 174.3 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 2/2562 -ในปัจจุบัน กลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือ เป็นเจ้าของเรือ 21 ลำ มีระวางบรรทุกเฉลี่ยเท่ากับ 55,285 เดทเวทตัน และมีอายุเฉลี่ย 12.21 ปี ทั้งนี้ ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา บริษัทไม่มีการซื้อหรือขายเรือในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา -ส่วนธุรกิจขุดเจาะซึ่งดำเนินงานภายใต้บริษัทร่วม โดยเป็นเรือขุดเจาะประเภท jack-up drilling rigs สเปคสูง 3 ลำ มีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในตะวันออกกลาง โดยมีอัตราการใช้ประโยน์ของเรือเฉลี่ยเกือบ 100% ขณะที่สัญญาสำหรับเรือขุดเจาะนี้มีการขยายอายุสัญญาจำนวน 1 สัญญา ออกไปอีก 3 ปี จนถึงมิถุนายน 2565 กับลูกค้ารายเดิม ส่วนอีก 2 สัญญาจะหมดอายุในเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2562 โดยมีโอกาสได้รับการต่อสัญญาออกไปอีก 3 ปี หรือจนถึงปี 2565 |
ลักษณะธุรกิจของ TTA ธุรกิจลงทุนโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น โดยลงทุนในธุรกิจหลัก 4 กลุ่มได้แก่ กลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือ กลุ่มธุรกิจบริการนอกชายฝั่ง กลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตร และกลุ่มการลงทุนอื่น |
|
|