ORN มั่นใจครึ่งปีหลังเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก หลังตุน Backlog 4,261 ล้านบาท เตรียมโอนโครงการใหญ่ 3 แห่ง พร้อมเปิดใหม่อีก 4 โครงการ มูลค่า 3,158 ล้านบาท เดินหน้าขยายคอมมูนิตี้มอลล์ โรงเรียนนานาชาติ และธุรกิจทรัพย์มือสอง หนุนรายได้ประจำเพิ่มขึ้น นายปรีดิกร บูรณุปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จํากัด (มหาชน) หรือ ORN เปิดเผยว่า คาดการณ์แนวโน้มการเติบโตของรายได้ทั้งปีที่ 20% โดยคาดว่าในช่วงไตรมาส 2/69 ดีกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) เนื่องจากฐานปีก่อนต่ำ ประกอบกับลูกค้าเร่งโอนกรรมสิทธิ์ เพราะยังไม่มั่นใจการต่อมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง และการผ่อนคลายมาตรการ LTV
แนวโน้มธุรกิจช่วงครึ่งปีหลังจะเติบโตโดดเด่นกว่าครึ่งปีแรก จากการทยอยโอนกรรมสิทธิ์หลายโครงการ รวมถึงบริษัทฯ มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) กว่า 4,261 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้ในช่วงที่เหลือของปีนี้ประมาณ 1,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือทยอยรับรู้ถึงปี 71
โดยครึ่งปีหลังจะมีโครงการสร้างเสร็จใหม่ 3 แห่ง มูลค่าโครงการรวม 3,500 ล้านบาท ได้แก่ โครงการ HABITAT MAHIDOL โดยมียอดขายแล้ว 30%, ARISE VIBE PHUKET มียอดขายแล้ว 80%, ARISE HILL มียอดขายแล้ว 60% โดยได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าจากพม่า จีน และชาวรัสเซีย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการซื้อสูง และวางเงินดาวน์สัดส่วน 30-50% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อแบรนด์อรสิริน
อีกทั้ง บริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 4 โครงการ มูลค่ารวม 3,158 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการคอนโดมิเนียม 3 โครงการ ได้แก่ เดอะ เน็กซ์ เจ็ดยอด 4, THE ASTRA SAMUI และ ARISE BUSINESS PARK และโครงการแนวราบ 1 โครงการ ได้แก่ บีลีฟ วงแหวน–สันกำแพง 2 ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างยอดขายและรายได้ในอนาคต
“ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ คาดว่าจะเป็นไปตามเป้าหมาย โดยบริษัทมียอดขายสุทธิ (Net Presale) จำนวน 2,207 ล้านบาท และมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) กว่า 4,261 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 32% และโครงการแนวสูง 68% ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปีนี้เป็นต้นไป มั่นใจว่าผลการดำเนินงานช่วงที่เหลือของปีจะเติบโตได้ตามแผนที่วางไว้” นายปรีดิกร กล่าว
มั่นใจอสังหาฯ ภาคเหนือโต รับแรงหนุนท่องเที่ยว-ต่างชาติ-Long Stay ดันดีมานด์ต่อเนื่อง
นายอรรคเดช อุดมศิริธำรง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จํากัด (มหาชน) หรือ ORN เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์พื้นที่ภาคเหนือและเมืองท่องเที่ยวสำคัญ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต และสมุย ยังมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง จากการทยอยฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว การเข้ามาของประชากรแฝง นักลงทุนต่างชาติ กลุ่มผู้พำนักระยะยาว (Long Stay) และครอบครัวผู้ปกครองของโรงเรียนนานาชาติ
ซึ่งนับเป็นฐานลูกค้าสำคัญของบริษัท ขณะที่ เชียงใหม่ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในเมืองที่น่าอยู่และดีที่สุดของโลก ยิ่งช่วยเสริมศักยภาพด้านการอยู่อาศัยและการลงทุน ส่งผลดีต่อความต้องการที่อยู่อาศัยในระยะยาว
บริษัทวางกลยุทธ์พัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละทำเล โดยให้ความสำคัญด้านการออกแบบ ฟังก์ชันการอยู่อาศัย และมาตรฐานการก่อสร้างระดับสากล พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกของภาคเหนือที่ได้รับมาตรฐาน EDGE Champion สะท้อนแนวคิดการพัฒนาอาคารประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการใช้สินเชื่อสีเขียว (Green Loan) เพื่อบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) สร้างความมั่นคงของผลประกอบการระยะยาว ปัจจุบันธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์ THE BACKYARD มีพื้นที่ให้เช่ารวม 3,026 ตารางเมตร มีผู้เช่าแล้วประมาณ 81% และเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 1/2569 พร้อมทั้งศึกษาการขยายโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ในทำเลที่มีศักยภาพเพิ่มเติม ด้านธุรกิจบริหารทรัพย์มือสอง บริษัทเตรียมจัดหาทรัพย์คุณภาพเพิ่มอีกประมาณ 10 ยูนิต แบ่งเป็นบ้าน 30% และคอนโดมิเนียม 70% มูลค่ารวมประมาณ 20 ล้านบาท เพื่อรีโนเวทและจำหน่ายต่อ รองรับความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่ โรงเรียนนานาชาติ Mill Hill International School Thailand เตรียมเปิดภาคการศึกษาใหม่ โดยปัจจุบันมีจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นเป็น 176 คน จากเดิมในปีการศึกษาแรกที่ 81 คน แบ่งเป็นนักเรียนไทยประมาณ 40% และนักเรียนต่างชาติ 60% ได้แก่ จีน เกาหลี พม่า และชาวยุโรป คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปลายไตรมาส 3/2569 เป็นต้นไป และมีศักยภาพสร้างรายได้ประมาณกว่า 100 ล้านบาทต่อปี
รุกบ้านมือสอง จับมือ BAM พร้อม ลุยซื้อทรัพย์ SCB-ธอส.-กสิกร
ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา ORN ได้ร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับบริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เพื่อบริหารจัดการและขยายตลาดบ้านมือสอง (NPA) ในเขตภาคเหนือ นอกจากนี้เซ็นสัญญาซื้อทรัพย์จากธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) แล้ว และอยู่ระหว่างการเลือกทรัพย์ นอกจากนี้อยู่ระหว่างเจรตาเตรียมซื้อทรัพย์จากธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารกสิกร ในไตรมาส 3/69 นี้ โดยเน้นในสินทรัพย์กลุ่มคอนโดมิเนียม
ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |