AOT ปรับลดเป้ายอดผู้โดยสารงวดปี 69 เหลือ 125.9 ล้านคน รับช่วง 4 เดือนสุดท้ายเข้าสู่ช่วงโลซีซั่น ลุ้นสายการบินกลับมาดีขึ้นช่วงปลายปี หลังราคาน้ำมัน JAT-A1 และราคาตั๋วเริ่มปรับตัวลดลง เตรียมอัดงบลงทุนพัฒนาท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งช่วง 5 ปีกว่า 1 แสนลบ. พร้อมจับมือ IATA เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมจัดสรรเวลาการบินระดับโลกครั้งที่ 158 ระหว่างวันที่ 9 – 11 มิ.ย.นี้ นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อํานวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยภายในงาน "ประชุมจัดสรรเวลาการบินระดับโลก IATA Slot Conference ครั้งที่ 158" โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ แนวโน้มธุรกิจปี 69
จำนวนผู้โดยสารในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา (ต.ค.68 ถึง พ.ค.69) AOT ได้ให้บริการผู้โดยสารรวมแล้วประมาณ 90 ล้านคน ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.7% หากเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน อย่างไรก็ตามในช่วงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมการบินได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามในตะวันออกกลางและราคาตั๋วที่ปรับพุ่งสูงขึ้น รวมถึงการยกเลิกไฟล์ทบิน ทำให้จำนวนผู้โดยสารลดลงจากช่วง 7 เดือนที่ผ่านมาที่มีจำนวนผู้โดยสารเติบโตราว 3.5% คาดสภาวะการบินน่าจะกลับมาดีขึ้นในช่วงปลายปี หลังจากปัจจุบันราคาน้ำมัน JAT-A1 ลดลงจากช่วงเกิดภาวะสงครามในตะวันออกกลาง และคาดว่าราคาตั๋วน่าจะปรับตัวลดลง โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดสรร Slot หรือเวลาการบินของท่าอากาศยานช่วงฤดูหนาวให้แก่สายการบิน ปรับเป้าคาดการณ์จำนวนผู้โดยสารงวดปีงบประมาณ 69 (ต.ค.68-ต.ค.69) ใหม่เป็น 125.9 ล้านคน หรือเท่ากับปีก่อน ซึ่งลดลงจากเดิมที่คาดโต 130 ล้านคน เนื่องจากในช่วงที่เหลือ 4 เดือนสุดท้ายของงวดปีงบ 69 คาดจำนวนผู้โดยสารลดลงประมาณ 5-10% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากเป็นช่วงโลซีซั่นของธุรกิจการบิน ทำให้จำนวนเที่ยวบินลดลง ความคืบหน้าแผนการลงทุนโครงการส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิด้านทิศตะวันออก (East Expansion) และการให้สิทธิ์ผู้ประกอบการรายที่ 3 ได้ยื่นไปที่กระทรวงคมนาคมหมดแล้ว และเตรียมเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) คาดว่าจะเห็นครม.พิจารณาในช่วงเดือน มิ.ย.นี้ ส่วนเรื่องแผนแม่บทปัจจุบันได้มีการหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสร็จเรียบร้อยแล้วและจะมีการปรับแก้ไขตามที่มีข้อคอมเมนต์มาก่อนส่งกลับไปช่วงอาทิตย์หน้า บริษัทเตรียมงบลงทุน 5 ปี (ปี 69-73) สำหรับพัฒนาท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งประมาณ 100,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินลงทุนหลักๆ อาทิ โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มูลค่าประมาณ 13,000 ล้านบาท,โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมืองระยะที่ 3 มูลค่าราว 15,000 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้มูลค่าราว 5,000 ล้านบาท เป็นต้น จับมือ IATA เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมจัดสรรเวลาการบินระดับโลก AOT ได้ร่วมกับร่วมกับสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมจัดสรรเวลาการบินระดับโลก IATA Slot Conference ครั้งที่ 158 ระหว่างวันที่ 9 – 11 มิ.ย.69 ภายใต้แนวคิด “World-Class Hospitality” มีผู้เข้าร่วมประชุมภายในงานกว่า 1,900 คน โดยแบ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจท่าอากาศยาน 350 แห่ง สายการบิน 600 สายการบิน และผู้แสดงสินค้ากว่า 98 รายทั่วโลก การประชุมครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในการประชุมทางธุรกิจที่สําคัญของอุตสาหกรรมการบิน และเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพ เป็นการแสดงถึงศักยภาพด้านการบินเชิงพาณิชย์ สะท้อนถึงความพร้อมของ AOT ในด้านการบริหารจัดการท่าอากาศยาน เทคโนโลยีและการให้บริการที่ได้มาตรฐานระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นปัจจัยสําคัญในการดึงดูดสายการบิน พันธมิตรทางธุรกิจและนักลงทุนในอุตสาหกรรมการบิน สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการผลักดันท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้เป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่ออํานวยความสะดวกในการจัดสรรเวลาการบิน (Slot) ณ ท่าอากาศยานที่มีความแออัดอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม รวมถึงเปิดโอกาสให้มีการเจรจาโดยตรงระหว่าง Slot Coordinatorกับสายการบิน ซึ่งสายการบินสามารถเจรจาเพื่อรักษา ปรับเปลี่ยน หรือขอรับ Slot ใหม่ ณ ท่าอากาศยานที่ต้องการทําการบินได้เพื่อให้สายการบินทั่วโลกสามารถวางแผนด้านตารางบินได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดการเติบโตของเครือข่ายการบินระหว่างประเทศ ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการบิน เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรของท่าอากาศยานอย่างคุ้มค่า ภายในการประชุมประกอบด้วยการประชุมเจรจาการจัดสรรเวลาการบิน (Slot Allocation) ระหว่างหน่วยงานจัดสรรเวลาการบินของท่าอากาศยานและสายการบินทั่วโลก เพื่อการประสานงานจัดสรร Slot ให้แก่สายการบินที่มีแผนทําการบินเข้า - ออกท่าอากาศยาน รวมทั้งมีการจัดแสดงนิทรรศการของท่าอากาศยานทั่วโลกสายการบินและผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ ในอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งในส่วนของ AOT ได้ร่วมจัดนิทรรศการที่นําเสนอข้อมูลขีดความสามารถและศักยภาพของท่าอากาศยาน ตลอดจนแผนพัฒนาท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง และนําเสนอมาตรการกระตุ้นตลาดด้านการบิน (Incentive Scheme) ณ ท่าอากาศยานของ AOT เพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับสายการบินที่มาร่วมการประชุมให้พิจารณาความเป็นไปได้ในการเพิ่มความถี่เที่ยวบิน หรือเปิดเส้นทางบินใหม่เข้าสู่ประเทศไทย "AOT มุ่งหวังว่าการประชุมในครั้งนี้จะเป็นเวทีสําคัญแสดงศักยภาพท่าอากาศยาน โครงสร้างพื้นฐาน และความพร้อมในการรองรับผู้เดินทางจากทั่วโลกให้เป็นที่ประจักษ์ตลอดจนถ่ายทอดเอกลักษณ์ความงดงามของวัฒนธรรมไทย ควบคู่ไปกับการแสดงวิสัยทัศน์ด้าน World - Class Hospitality หรือการส่งมอบการบริการที่เปี่ยมด้วยอัธยาศัยไมตรีอันเป็นเลิศในระดับสากล เพื่อสร้างความประทับใจและความเชื่อมั่นแก่พันธมิตรจากทั่วทุกมุมโลกตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินทางมาถึงประเทศไทยซึ่งจะเป็นการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบินให้เติบโตและก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคต่อไป" นางสาวปวีณา กล่าว ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |