SET เช้านี้พุ่งแรงเกือบ 20 จุด กลับมายืนเหนือ 1,600 จุดอีกครั้ง รับอานิสงส์แรงซื้อกลับหุ้นเทคฯทั่วโลกและหุ้น DELTA ด้านโบรกฯให้กรอบ 1,590-1,630 จุด แนะกลยุทธ์ยังเน้น Selective Buy ในหุ้นที่กำไรไตรมาส 2/69 แข็งแกร่ง - อานิสงส์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเปิดตลาดช่วงเช้าวันนี้ พบความเคลื่อนไหวดัชนีหุ้นไทย (SET INDEX) เพิ่มขึ้น 19.18 จุด อยู่ที่ระดับ 1,617.29 จุด หรือ 1.20% มูลค่าการซื้อขายรวม 15,475.91 ล้านบาท
ขณะที่ก่อนหน้านี้โบรกฯ ประเมินหุ้นไทยวันนี้รีบาวด์ ให้กรอบ 1,590-1,630 จุด รับแรงซื้อหุ้นเทคฯ ทั่วโลก หลังหุ้น AI ฟื้นตัว ฟาก DELTA ยังเป็นตัวแปรสำคัญของดัชนี ด้านกระแสเงินทุนต่างชาติไหลออก ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ และการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังเป็นปัจจัยกดดัน กลยุทธ์ยังเน้น Selective Buy ในหุ้นที่กำไรไตรมาส 2/69 แข็งแกร่ง - อานิสงส์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ นำโดย บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุแนวโน้มตลาดวันนี้ คาดว่า SET Index จะฟื้นตัวได้ระยะสั้นจากบรรยากาศการ ลงทุนที่เป็นบวกขึ้นและแรงซื้อกลับหุ้นกลุ่ม Tech-AI หลังจากร่วงแรงในช่วงก่อนหน้า โดยประเมินว่าจะแกว่งขึ้นหากรอบ 1,610-1,620 จุด ด้านตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ตัวเลข GDPไตรมาส 2/69 เติบโต +1.5% เทียบไตรมาสก่อน (QoQ) SAAR แม้จะต่ำกว่าที่ตลาดคาด แต่เป็นผลจาก การนําเข้าที่เพิ่มขึ้นมากและสินค้าคงคลังที่ชะลอ แต่ด้านการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนยังแข็งแกร่ง ขณะที่เงินเฟ้อ PCE เดือน มิ.ย. ออกมาใกล้เคียงคาด (Core +0.1% m-m, +3.3% เทียบปีก่อน (YoY)) ซึ่งยังไม่ได้สร้างแรงกดดันและความกังวลเพิ่มเติมต่อ โอกาสที่ Fed จะต้องขึ้นดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปีอีก 1-2 ครั้ง ส่วนสัปดาห์นี้ติดตาม ตัวเลข ISM ทั้งภาคการผลิตและบริการ รวมถึงการจ้างงานอกภาคเกษตรเดือน ก.ค. ด้านราคาน้ํามันดิบ Brent ล่าสุดชะลอตัวลงสู่ระดับ 89 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้สถานการณ์ สงครามยังตึงเครียด แต่มีข่าวว่าซาอุฯจะเป็นแกนนําจัดตั้งกลุ่มพันธมิตรทางทะเลเพื่อร่วมมือด้านการป้องกันภัยในทะเลแดง จึงทําให้แรงกดดันด้านอุปทานผ่อนคลายลงบ้าง ในเชิง Sentiment อย่างไรก็ตามยังคงต้องติดตามสถานการณ์สงครามอย่างใกล้ชิด ระยะสั้นคาดหุ้นกลุ่ม Commodity อาจชะลอตัวเล็กน้อยในระยะสั้น ขณะที่กลุ่ม Tech และ Domestic Play มีโอกาสฟื้นตัว กลยุทธ์ยังเน้น Selective เลือกลงทุนในหุ้นที่คาด มีกําไรไตรมาส 2/69 แข็งแกร่ง กลยุทธ์ เลือกหุ้นที่โมเมนตัมกำไรไตรมาส 2/69 และครึ่งหลังปี 69 แข็งแกร่ง ด้าน บล.พาย เปิดเผยว่า วันนี้มีลุ้นที่ตลาดหุ้นไทยอาจฟื้นตัวจากวานนี้ปรับลงมาแรงแต่ สาเหตุหลักมาจาก DELTA และ DELTA อาจได้จิตวิทยาเชิงบวก จากการปรับขึ้นของหุ้น KOSPI (+12.4% ในเช้านี้) รวมถึง KCE HANA แต่ยังเน้นย้ำให้น้ำหนักกับ Domestic Play เพราะมีกำไร ที่นิ่งกว่าผสานกับ DELTA รายงานกำไรที่ไม่ได้เด่นช่วงไตรมาส 2/69 วันนี้ประเมิน SET กรอบ 1,590 - 1,630 มีมุมมองเชิงบวกแต่ทั้ง นี้เน้นพิจารณามากขึ้นด้วยกระแสเงินทุนต่างชาติเริ่มขายสุทธิติดต่อ 2 วัน กลยุทธ์การลงทุนเน้นใช้เงินไม่มากจากความเสี่ยง Valuation แนะนำกลุ่ม TECH (DELTA HANA KCE) Finance (MTC SAWAD TIDLOR) ค้าปลีก (CPALL CPN HMPRO) ICT (ADVANC) Bank (BBL KBANK KTB SCB)
ส่วน บล.ดาโอ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า คาดดัชนีฯ ยังผันผวนจากหุ้นกลุ่มหลักคือ DELTA และ ธนาคาร ตลาดยังมี ความกังวลในเรื่องสถานการณ์ตะวันออกกลาง ขณะที่แรงซื้อหุ้น Tech ที่ กลับเข้ามาในตลาดหุ้นสหรัฐฯคืนที่ผ่านมา จากงบของหุ้น Tech หลายตัวที่ ออกมาดี (ส่วนใหญ่เป็นหุ้นที่เคยถูกกระทบจากการถูกเทขายมาก่อน) เรายัง มองว่าเป็นจังหวะในการขายทํากําไร แต่เตรียม rotate เพื่อจัดหุ้นชุดใหม่กลับเข้าพอร์ต โดยตลาดหุ้นไทย เวลานี้ยังเป็นการพักฐานเพียงช่วงสั้นๆ (พร้อมกลับตัวถ้าข่าว บวก กลับมามากกว่าข่าวลบ) หากพิจารณาดัชนีฯ ที่ไม่รวมหุ้น DELTA และ หุ้นธนาคาร ซึ่งเป็นตัวชี้นําตลาด จะพบว่าหุ้นตัวหรือกลุ่มอื่นๆ ไม่ได้ร่วงแรงนัก และยังเห็นการ rotate ไปยังหุ้นกลุ่มอื่นๆ ด้วย โดยเรายังเล็งชุดของหุ้นที่เป็น เป้าหมายในการ rotate ไว้ชุดเดียวกับเมื่อวานนี้ คือ กลุ่มค้าปลีก (CRC, CPN, COM7), หุ้น Domestic Play (ADVANC, TRUE) และหุ้นขนาดใหญ่-กลาง ที่ราคายังขึ้นมาไม่มาก
กลยุทธ์หลัก ยังเป็นเลือกขายทํากําไรหุ้นที่ราคาขึ้นมามาก และเตรียมหาจังหวะ เข้าซื้อหุ้นรอบใหม่ โดยจุดเข้ารับของดัชนีฯ จะเป็น 1,590 และ 1,570 จุด ตามลําดับ พอร์ตหุ้นแนะนํา เรานํา PTTEP, PTT ออก และถือเงินสดไว้ก่อน เพื่อลดความ เสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ํามันและสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ด้าน Technical แนะ SCGP, BBIK
อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |