สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 11 ส.ค.69
ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 83.00 บาท | บล.ยูโอบีเคย์เฮียน | ซื้อ | 80.00 บาท | บล.กรุงศรี | BUY | 80.00 บาท | บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส | ซื้อ | 74.25 บาท | บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล | ซื้อ | 74.25 บาท | บล.ฟิลลิป | ทยอยซื้อ | 74.00 บาท |
สรุปปัจจัยบวก + ผลประกอบการและกำไรเติบโตแข็งแกร่ง: กำไรสุทธิ 2Q26 อยู่ที่ 4.75 พันล้านบาท (+10.3% YoY) และกำไรหลัก (Core Profit) อยู่ที่ 4.65 พันล้านบาท (+19% YoY) โดยกำไรปกติ 1H26 อยู่ที่ 9.52 - 9.72 พันล้านบาท (+13% ถึง +23% YoY) คาดการณ์กำไรทั้งปี 2569 เติบโตทำ New High ที่ 19.2 - 19.9 พันล้านบาท (+5.6% ถึง +11.1% YoY) (บล.ทิสโก้, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.กรุงศรี, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.ฟิลลิป)
+ รายได้ค่าเช่าและบริการทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High): ทำ New High ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกัน อยู่ที่ 1.153 หมื่นล้านบาท (+8% YoY) จากการเปิดศูนย์การค้าใหม่ และอัตราการเช่าพื้นที่ที่ทรงตัวในระดับสูงถึง 91% (บล.ทิสโก้, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.กรุงศรี, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.ฟิลลิป)
+ อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของธุรกิจค้าปลีกขยายตัว: GPM ธุรกิจให้เช่าพื้นที่ค้าปลีกเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 60.8% (+160 bps YoY) จากการรับรู้รายได้ศูนย์การค้าใหม่ การเพิ่มขึ้นของอัตราการเช่า และมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เช่น ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป (บล.ทิสโก้, บล.กรุงศรี, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล)
+ ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม (JV) เพิ่มขึ้น: รับแรงหนุนจากการขายทรัพย์สินเข้ากองทรัสต์ CPNREIT โครงการพระราม 2 เพิ่มขึ้น 46% YoY เป็น 741 ล้านบาท (บล.ทิสโก้, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล)
+ ธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์เติบโต YoY: รายได้ธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น 5% YoY เป็น 464 ล้านบาท จากการเปิด GO! Hotel ใหม่ 3 แห่ง และรายได้ธุรกิจที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น 29% YoY เป็น 640 ล้านบาท จากการโอนโครงการแนวราบ (บล.ทิสโก้, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.ฟิลลิป)
+ โครงสร้างทางการเงินแข็งแกร่งขึ้น: อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงมาอยู่ที่ 0.49 เท่า (จาก 0.63 เท่า) และอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักลดลงมาอยู่ที่ 2.64% (บล.ทิสโก้)
+ โมเมนตัมครึ่งปีหลัง (2H26) ยังคงแข็งแกร่ง: เดินหน้าเปิดศูนย์การค้าใหม่ เช่น Central Northville (เปิด 3 ก.ค. 69), ส่วนขยาย Central Phuket (4Q26) และ The Central (1Q27) รวมถึงการเตรียมโอนคอนโดมิเนียมอีก 3 โครงการ (เอสเซ็นท์ บางนา, ภูเก็ต, อุบล 2) (บล.ทิสโก้, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ฟิลลิป)
+ ได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นของรัฐและการท่องเที่ยว: ได้ปัจจัยหนุนจากมาตรการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส", มาตรการลดค่าโอน/จดจำนอง และการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ (บล.ฟิลลิป)
+ แผนการขายสินทรัพย์เข้ากองทุน CPNREIT: คาดว่าจะขายสิทธิการเช่า 7 มอลล์ ในอีก 8 ปีข้างหน้า (ปลายปี 2026-2027 ตั้งเป้าขาย 1.5 - 2.0 หมื่นล้านบาท) ซึ่งเป็นโอกาสสร้าง Upside เพิ่มเติม (บล.กรุงศรี, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส)
สรุปปัจจัยลบ - ผลประกอบการลดลง QoQ จากปัจจัยฤดูกาล: กำไรสุทธิลดลง 4.4% QoQ และกำไรหลักลดลง 5% QoQ เนื่องจากต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นในช่วงฤดูร้อน และปัจจัยฤดูกาลของธุรกิจศูนย์การค้าและโรงแรม (บล.ทิสโก้, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส)
- ค่าใช้จ่าย SG&A ปรับตัวสูงขึ้น: ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 8% YoY ส่งผลให้อัตราส่วน SG&A ต่อยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 32.2% จาก 28.2% ในปีก่อน (บล.ทิสโก้)
- ธุรกิจโรงแรมและคอนโดมิเนียมชะลอตัวลงบางส่วน: อัตราการเข้าพักโรงแรมลดลงมาอยู่ที่ 74% (จาก 75%) มาร์จิ้นธุรกิจอ่อนลง และยอดโอนคอนโดมิเนียมลดลง 18% QoQ เนื่องจาก Backlog โครงการ ESCENT นครสวรรค์ และนครปฐม ลดลง (บล.ทิสโก้, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส)
- ความเสี่ยงกดดันที่ต้องติดตาม: การชะลอตัวของการใช้จ่ายผู้บริโภค การแข่งขันจากตลาดออนไลน์ อัตราการเช่าของศูนย์การค้าใหม่ต่ำกว่าคาด การลดลงของ Backlog คอนโดมิเนียม และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนจากการดำเนินงานในต่างประเทศ (บล.ทิสโก้, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส)
ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews
|