BANPU กลับมาเทรดอีกครั้งหลังควบ BPP เปิดการซื้อขายที่ 15.50 บ. สูงกว่านักวิเคระห์คาดที่ 14.50 บ. ผู้สื่อข่าวรายงานราคาหุ้น บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU ที่กลับมาซื้อขายอีกครั้งวันนี้วันแรก หลังจากควบรวมกิจการกับ บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) BPP แล้วเสร็จ โดยราคาเปิดการซื้อขายที่ 15.50 บาท /หุ้น ทำจุดสูงสุดที่ 15.90 บาท/หุ้น ก่อนราคาจะปรับลดลง มาอยู่ที่ 15.20 บาท/หุ้น ก่อนปิดตลาดในภาคเช้า โบรกฯ มองเป้า 14.50 บ. บล.เอเซียพลัส เปิดเผยว่า วันนี้ BANPU (NewCo) จะเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นวัน แรก ภายหลังการควบรวมกิจการระหว่าง BANPUU และ BPP แล้วเสร็จ โดยยังคงใช้ชื่อ ย่อ BANPU มีทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว 4,049.62 ล้านบาท (4,049.6 ล้านหุ้น Par 10 บาท) โดยผู้ถือหุ้น BANPUU เดิม 1 หุ้น จะได้รับจัดสรรเป็น 0.38242 หุ้น BANPU และผู้ถือหุ้น BPP เดิม 1 หุ้น จะได้รับจัดสรรเป็น 0.80208 หุ้น BANPU อีกทั้งคณะกรรมเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้น จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากกำไรสะสมของ บริษัท ณ วันที่ 31 ก.ค. 2569 ที่อัตรา 0.40 บาทต่อหุ้น (XD 11 ก.ย. จ่ายปันผล 25 ก.ย.) นอกจากนี้ยังเสนออนุมัติการออกและเสนอขาย หุ้นกู้วงเงินรวมไม่เกิน 8.0 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจ การลงทุน และการบริหารโครงสร้างเงินทุนในอนาคต โครงสร้างธุรกิจใหม่ดำเนินภายใต้ 4 เสาหลัก ได้แก่ Next-Gen Mining (เหมืองถ่านหิน), U.S. Closed-loop Gas (ก๊าซธรรมชาติ และCCUS), Power Plus (ธุรกิจผลิตไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน และ Energy Trading) และ Future Tech (Data Center, ESS, ธุรกิจ พลังงานแห่งอนาคต) สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่การดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับ เป้าหมาย Net Zero จากการกระจายสัดส่วนไปยังธุรกิจที่ไม่ใช่ถ่านหินได้มากขึ้น
ในด้านผลประโยชน์จากการควบรวม คาดจะช่วยลดความซับซ้อนของโครงสร้างองค์กร จากเดิมที่ BANPU และ BPP ต่างเป็นบริษัทจดทะเบียนและถือหุ้นไขว้กัน กลายมาเป็น บริษัทเดียว ซึ่งคาดจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารธุรกิจ และการจัดสรรเงิน ลงทุน พร้อมเพิ่มโอกาสสร้าง Synergy ระหว่างธุรกิจดั้งเดิมของ BANPU และธุรกิจ โรงไฟฟ้าไฟฟ้าของ BPP ได้ดีขึ้นในระยะยาว ในแง่ของการเปลี่ยนแปลงทางบัญชี เนื่องจากก่อนการควบรวม BANPU ถือหุ้นใน BPP 78.7% และรับรู้ผลประกอบการของ BPP ผ่านงบการเงินรวมอยู่แล้ว ดังนั้นการควบรวม ครั้งนี้จึงมีผลเปลี่ยนแปลงรายการส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (NCI) ให้ลดลง ส่งผล ให้คาดกำไรปี 2569–70 เพิ่มขึ้นราว 19–22% จากประมาณการเดิม เป็น 3.6 และ 4.7 พันล้านบาทตามลำดับ ขณะที่คาดอัตราส่วน D/E ยังทรงตัวใกล้เคียงเดิมที่ 1.8 เท่า มูลค่าพื้นฐานของ BANPU (ภายหลังจากควบรวม) อยู่ที่ 14.50 บาท โดยมองปัจจัยหนุน ระยะสั้นอยู่ที่แนวโน้มผลประกอบการ 2Q69 ซึ่งคาดยังปรับตัวเพิ่มขึ้น QoQ หนุนจาก ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงความขัดแย้งของสงคราม หากราคาหุ้นปรับฐาน สามารถหาจังหวะสำหรับเข้า Trading ระยะสั้น และรับผลตอบแทนจากปันผลระหว่างกาล ที่ 0.4 บาท/หุ้น ( XD 11 ก.ย ) คิดเป็น dividend yield (อิงราคา FV 14.50 ) ราว 2.8%
ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews
|