สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 30 ก.ค.69 | ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย | | บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) | TRADING | 2.30 บาท | | บล.เคจีไอ | ถือ | 2.20 บาท | | บล.ทรีนีตี้ | ถือ | 2.00 บาท | | บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส | Fully Valued (เต็มมูลค่า) | 1.80 บาท | | บล.ลิเบอเรเตอร์ | Non-rated | 1.73 บาท |
ปัจจัยบวก + ผลประกอบการ 2Q26 พลิกฟื้น YoY มีกำไรสุทธิ: คาดกำไรสุทธิ 2Q26 อยู่ในช่วง 2,230 - 2,800 ล้านบาท พลิกฟื้นอย่างแข็งแกร่งจากขาดทุนสุทธิราว 2.1 พันล้านบาทใน 2Q25 หนุนโดยค่าการกลั่นและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมัน (Spread) ที่สูงขึ้นจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ทรีนีตี้, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)) + มาร์จิ้นธุรกิจปิโตรเลียม (Market GIM/GRM) เร่งตัวขึ้น: Market GIM ใน 2Q26 เพิ่มขึ้นเป็น 13.6 - 16.8 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล (หรือ Accounting GIM อยู่ที่ 13.5 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งสูงกว่าระดับคุ้มทุนที่ 10.5 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล) โดยได้แรงหนุนจาก GRM ที่เพิ่มเป็น 14 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ตามส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซล เบนซิน และน้ำมันเครื่องบินที่ปรับตัวดีขึ้น (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ทรีนีตี้, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)) + ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีบางชนิดปรับขึ้น QoQ: Spread ของ PP เพิ่มขึ้น 53% QoQ เป็น 506 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน และ Spread ของ ABS เพิ่มขึ้น 32% QoQ เป็น 997 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน (บล.เคจีไอ) + ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ขึ้น: ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1.1 - 1.5 หมื่นล้านบาท เพื่อสะท้อน Market GRM ที่สูงกว่าคาด และผลกระทบเชิงบวกจาก Stock gain ก้อนใหญ่ใน 1Q26 (บล.เคจีไอ, บล.ทรีนีตี้, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)) + แนวโน้ม 3Q26 และปัจจัยหนุนระยะสั้น: การดำเนินงาน 3Q26 คาดว่าจะได้รับปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันและ Crack Spread ที่เร่งตัวขึ้นตามสถานการณ์สงคราม ความตึงเครียดในตลาดโลก รวมถึงมีโอกาสจ่ายเงินปันผลสำหรับผลงาน 1H26 (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)) ปัจจัยลบ - กำไรสุทธิ 2Q26 หดตัวแรง QoQ: คาดกำไรสุทธิลดลงช่วง 65% - 72% QoQ เนื่องจากฐานที่สูงใน 1Q26 และเผชิญกับผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันสุทธิ (Stock Loss รวม NRV) ใน 2Q26 ราว 1.5 - 1.8 พันล้านบาท (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ทรีนีตี้, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)) - ธุรกิจปิโตรเคมีฟื้นตัวน้อยกว่ากลุ่ม: ปรับราคาขายปิโตรเคมีขึ้นตามราคาตลาดได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากติดสัญญาที่ทำไว้กับลูกค้าล่วงหน้า ประกอบกับส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีบางกลุ่มยังหดตัว (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เคจีไอ) - ต้นทุนการดำเนินงานและต้นทุนน้ำมันดิบเร่งตัวขึ้น: ต้นทุนการผลิต/การดำเนินงานยังทรงตัวในระดับสูงราว 10 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งสูงกว่าโรงกลั่นอื่นในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงมีแรงกดดันจากต้นทุนน้ำมันดิบที่ปรับขึ้น (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เคจีไอ) - ถูกหักล้างด้วย OSP และมาตรการภาครัฐ: ผลบวกจาก Refining Spread ถูกหักล้างบางส่วนจากค่าพรีเมียมน้ำมันดิบ (OSP) ที่เพิ่มขึ้นราว 12 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล และมาตรการส่วนลดค่าการกลั่นของภาครัฐอีกราว 2-3 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล (บล.ทรีนีตี้) - แนวโน้มช่วง 2H26 เผชิญแรงกดดันและความผันผวน: คาดมาร์จิ้นปิโตรเคมีมีแนวโน้มอ่อนตัวลง ความไม่แน่นอนจาก Regulatory Risk ต้นทุนน้ำมันดิบที่สูง และความเสี่ยงจากการขาดทุนสต็อกน้ำมันเพิ่มเติมหากสถานการณ์สงครามคลายตัวลง (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)) - ความเสี่ยงด้าน Demand และ Supply: ความเสี่ยงจาก Supply ล้นตลาด ในขณะที่ Demand ชะลอตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจ (บล.ทรีนีตี้) - ราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยบวกไปมากแล้ว: ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นสะท้อนปัจจัยบวกเรื่องค่าการกลั่นและผลงาน 2Q26 ไปแล้วบางส่วน ทำให้ อัพไซด์เริ่มจำกัด (บล.ทรีนีตี้, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)) ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |