สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 30 ต.ค.69 | ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย | | บล.กรุงศรี | ซื้อ (Buy) | 25.00 บาท | | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 22.70 บาท | | บล.บัวหลวง | ซื้อ | 22.00 บาท | | บล.ฟิลลิป | ซื้อ | 21.00 บาท | | บล.ดาโอ (ประเทศไทย) | ซื้อ | 21.00 บาท | | บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) | ซื้อ | ไม่ระบุ |
ปัจจัยบวก + กำไรปกติ/กำไรหลักใน 3Q69 ยังเติบโต: กำไรปกติอยู่ที่ 804 - 844 ล้านบาท เติบโต +2% ถึง +7% YoY และ +11% ถึง +16% QoQ ใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ จากการดำเนินงานหลักที่ยังแข็งแกร่ง (บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.กรุงศรี, บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง, บล.ฟิลลิป) + ยอดขายเติบโตทำสถิติสูงสุด: รายได้จากการขายใน 3Q69 เติบโตแตะ 5.17 - 5.38 พันล้านบาท (+9.7% ถึง +10% YoY, +6% ถึง +14.3% QoQ) ทำสถิติรายได้รายไตรมาสสูงสุดรอบ 9 เดือน โดยมีปริมาณขาย 31,376 ตัน (+11.4% YoY) ขับเคลื่อนด้วยอุปสงค์ตลาดหลักในสหรัฐฯ (+19.9% YoY) และยุโรป (+9.0% YoY) รวมถึงเติบโตในกลุ่มอาหารแมว อาหารสุนัข และขนมสัตว์เลี้ยง (Pet Treats +19.8% YoY) (บล.ฟิลลิป, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.กรุงศรี, บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง) + อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ฟื้นตัวดีขึ้น QoQ: อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 25.0% (ดีขึ้นจาก 24.0% ใน 2Q69 หรือเพิ่มขึ้น +100 bps QoQ) จาก Product mix ที่ดีขึ้น สัดส่วนสินค้าพรีเมียมเกิน 50% ของพอร์ต การปรับขึ้นราคาขาย และการเพิ่มประสิทธิภาพ Conversion Cost (บล.ฟิลลิป, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย)) + แนวโน้ม 4Q69 คาดกำไรและยอดขายเร่งตัวสู่จุดสูงสุดของปี: ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยฤดูกาล (High Season) คำสั่งซื้อสินค้าใหม่สำหรับเทศกาลสิ้นปีที่มีอัตรากำไรสูง และความต้องการสินค้ากลุ่มพรีเมียมและ Pet Treats ที่ยังขยายตัว (บล.ฟิลลิป, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.กรุงศรี, บล.บัวหลวง, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย)) + อัพไซด์เพิ่มเติมจากดีล M&A (Phelps): ดีล Phelps ช่วยเพิ่มฐานการผลิตขนมสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ โดยเบื้องต้นคาดสร้าง upside ต่อกำไรปกติปี 2570 ราว +3% ถึง +6.2% (หรือคิดเป็นกำไรเพิ่มขึ้นประมาณ 236 ล้านบาท) และยังไม่ได้รวมในราคาเป้าหมายของบางโบรกเกอร์ (บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย)) + ฐานะการเงินแข็งแกร่งและเงินปันผลน่าสนใจ: บริษัทยังคงสถานะเงินสดสุทธิ (Net Cash) โดยหลังจ่ายดีล Phelps ยังเหลือเงินสดสุทธิราว 5.7 พันล้านบาท และมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ในระดับน่าสนใจที่ 5.3% - 9% ต่อปี (บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย), บล.ทิสโก้) + การประเมินมูลค่า (Valuation) ไม่แพง: ซื้อขายบน PER ปี 2570 ที่ 12.9 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 16.2 เท่า (PEG 0.8 เท่า) (บล.ทิสโก้) ปัจจัยลบ - กำไรสุทธิ 3Q69 ชะลอตัวลง YoY และ QoQ: กำไรสุทธิอยู่ที่ 756 ล้านบาท ลดลง -6.9% ถึง -7% YoY และลดลง -10% ถึง -10.5% QoQ ซึ่งต่ำกว่าคาดการณ์เล็กน้อย (บล.ฟิลลิป, บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง) - ค่าใช้จ่าย SG&A พุ่งสูงขึ้นจากรายการพิเศษ: ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น +18.4% YoY (หรือ SG&A/Sale เพิ่มขึ้น +60 bps YoY) ถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายพิเศษ (One-off) สำหรับที่ปรึกษาในการศึกษาดีล M&A ขยายธุรกิจในสหรัฐฯ และจีน (ค่าใช้จ่ายดีล Phelps ราว 40 ล้านบาท) รวมถึงค่าระวางเรือขนส่งและโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น (บล.ฟิลลิป, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.ทิสโก้) - ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน: มีการบันทึกผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX Loss) เข้ามากดดันผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/69 ราว 50 ล้านบาท (บล.ฟิลลิป, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.ทิสโก้) - แรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบบางประเภท: อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน (-40 bps YoY หรือลดจาก 25.4% ใน 3Q68) จากแรงกดดันด้านต้นทุนปลาทูน่าที่แพงสุดในรอบ 9 ปี และต้นทุนบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ที่สูงขึ้น รวมถึงแนวโน้มต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่อาจเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี (บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง, บล.กรุงศรี) - รายได้และภาษีต่ำกว่า/สูงกว่าคาดในบางมุมมอง: บางโบรกเกอร์มองว่ารายได้โดยรวมออกมาอ่อนแอกว่าที่คาดไว้ รวมถึงค่าใช้จ่ายภาษีที่สูงกว่าคาด ส่งผลให้มีการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ลง 4.5% (บล.บัวหลวง, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย)) . |