สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 21 ส.ค. 69 | ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | | | บล.กรุงศรี | Buy | 55 | | บล.ดาโอ (ประเทศไทย) | ซื้อ | 50 | | บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส | ซื้อ | 49 | | บล.เคจีไอ | ซื้อ | 48 | | บล.เอเซีย พลัส | ซื้อ | 48 | | บล.ฟิลลิป | ทยอยซื้อ | 46 | | บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) | ถือ | 39.5 | | บล.บัวหลวง | ซื้อ | ไม่ระบุ |
ปัจจัยบวก + ทิศทางสินเชื่อเร่งตัวใน 2H69 จาก Investment Cycle รอบใหม่: สินเชื่อเติบโต 3.6% YTD ใน 1H69 (ภาครัฐ +12.9%, รายย่อย +1%, ธุรกิจ +1.9%) คาดว่าใน 2H69 โดยเฉพาะช่วง 4Q69 สินเชื่อรายใหญ่ Corporate, SME และภาครัฐจะเร่งตัวขึ้นจากโครงการกระตุ้นการลงทุนภาครัฐ-เอกชน โครงการ SME credit boost การเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) และเข้าสู่ช่วง High season ตามรอบงบประมาณ (บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.ฟิลลิป, บล.บัวหลวง, บล.เอเซีย พลัส, บล.กรุงศรี) + บันทึกกำไร FVTPL/Mark to Market จากหุ้น THAI ใน 3Q26: KTB ถือหุ้น THAI อยู่ 1.3 พันล้านหุ้น ต้นทุนแปลงหนี้เป็นทุน 2.55 บาท/หุ้น คาดว่าจะบันทึกกำไรจากการ MTM หุ้น THAI สัดส่วนราว 75% เข้ามาใน 3Q26E โดยคิดเป็นกำไรสุทธิประมาณ 2.35 - 3.2 พันล้านบาท (ก่อนภาษีราว 3 พันล้านบาท) ซึ่งคิดเป็น Upside เพิ่มจากกำไรสุทธิปี 2026E ราว 5% (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.เอเซีย พลัส, บล.กรุงศรี) + คุณภาพสินทรัพย์แข็งแกร่งและโอกาสลดค่าใช้จ่ายสำรองฯ (credit cost): โครงสร้างสินเชื่อเน้นภาครัฐและความเสี่ยงต่ำ (สัดส่วนสินเชื่อภาครัฐและข้าราชการ MOU รวมกัน >50%) มี NPL Coverage ratio สูงถึง 201.5% - 205% (สูงกว่าเป้าหมายที่ 170%) และ NPL อยู่ที่ 2.9% - 2.92% (ต่ำกว่าเป้าที่ไม่เกิน 3.1%) ทำให้มีโอกาสลด credit cost ใน 2H69 ลงมาอยู่ที่ขอบล่างของเป้าหมาย 75 - 115 bps โดยประมาณการ credit cost อยู่ที่ 0.9% - 1.04% (บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.ฟิลลิป, บล.บัวหลวง, บล.เอเซีย พลัส, บล.กรุงศรี) + NIM ผ่านจุดต่ำสุดแล้วและมีแนวโน้มทรงตัวถึงปรับขึ้น: NIM ผ่านจุด Bottom ใน 2Q26 ไปแล้ว โดยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย 1H69 อยู่ที่ 2.47% (อยู่ในกรอบเป้าหมาย 2.35% - 2.5%) คาดว่าช่วงที่เหลือจะเริ่มทรงตัวหรือปรับขึ้นได้ หากเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อ SME และรายใหญ่ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าสินเชื่อภาครัฐ (บล.เคจีไอ, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.ฟิลลิป, บล.บัวหลวง) + อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) เด่นสูง 4.8% - 6.1%: เงินกองทุน CET Tier 1 สูงถึง 18.7% - 18.8% สนับสนุน Capital management โดยคาดว่าจะจ่ายปันผลประมาณ 2.10 - 2.67 บาท/หุ้น (มีโอกาสจ่าย Dividend payout ratio ใกล้เคียงปีก่อนที่ 76% รวม Special dividend) (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.ฟิลลิป, บล.บัวหลวง, บล.เอเซีย พลัส, บล.กรุงศรี) + รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) เติบโตดี: ได้รับแรงหนุนจากธุรกิจ Wealth Management และรายได้ค่าธรรมเนียมจากการลงทุน (บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.ฟิลลิป, บล.บัวหลวง, บล.กรุงศรี) + ภาพรวมผลดำเนินงานและ ROE แข็งแกร่ง: คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2026E อยู่ที่ประมาณ 4.9 หมื่นล้านบาท (เติบโต +1% ถึง +1.4% YoY) และรักษาระดับ ROE เด่นที่สุดในกลุ่มธนาคารใหญ่ที่เกือบ 10% - 11% (บล.เคจีไอ, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.ฟิลลิป, บล.เอเซีย พลัส, บล.กรุงศรี) + มุมมองเศรษฐกิจระยะกลางเชิงบวก: ธนาคารมีมุมมองบวกต่อ GDP ในระยะกลาง (1-2 ปี) โดยเฉพาะใน 2H69 จากมาตรการกระตุ้นการบริโภค เช่น คนละครึ่งพลัส ใน 3Q69 (บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย), บล.เคจีไอ) ปัจจัยลบ - ผลกระทบจากนโยบายคุมค่าธรรมเนียมของ ธปท.: นโยบายคุมค่าธรรมเนียมธุรกรรมธนาคารส่งผลกระทบต่อรายได้ค่าธรรมเนียมประมาณ 2% - 3% ของรายได้ค่าธรรมเนียมรวม หรือคิดเป็นมูลค่าลดลงราว 600 - 700 ล้านบาท (กระทบกำไรสุทธิรายปีราว 1.3%) (บล.เคจีไอ) - สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นใน 2H69: สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ใน 1H69 อยู่ที่ 38.9% แต่จะเพิ่มขึ้นใน 2H69 จากค่าใช้จ่ายดำเนินงานตามฤดูกาล ค่าใช้จ่ายโปรโมชั่น และการลงทุนสร้าง platform รองรับการเติบโตของรายได้ปีหน้า แต่คาดว่าจะยังอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ 40% - 45% (บล.เคจีไอ, บล.ฟิลลิป, บล.เอเซีย พลัส) - ความเสี่ยงกดดันอัตรากำไรและการลงทุน: ความเสี่ยงจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ถูกกดดัน, การด้อยค่าของทรัพย์สินรอการขาย (NPA) และผลขาดทุน FVTPL จากการลงทุนในตราสารทุน (บล.เคจีไอ) - ข้อจำกัดในการเติบโตของเป้าหมายสินเชื่อภาพรวม: ธนาคารยังคงเป้าสินเชื่อรวมทั้งปีไว้ที่ 0% - 2% เนื่องจากสินเชื่อที่โตใน 1H69 ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อภาครัฐและรายใหญ่ที่อาจมีการชำระคืนใน ช่วงที่เหลือของปี (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.ฟิลลิป) ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |