PF หวังผลงานครึ่งปีหลังดีขึ้น หวังรัฐออกมาตรการกระตุ้นอสังหาเพิ่ม หวังยอดขายปีนี้ไว้ที่ 9,200 ลบ.ตามเป้า พร้อมเดินหน้าขายที่ดิน - เงินลงทุนกว่า 1 หมื่นลบ. หวังลดภาระหนี้ นายธีรธัชช์ สิงห์ณรงค์ธร ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มสนับสนุน บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF เปิดเผยในงาน Opportunity Day ว่า บริษัทฯ ยังคงเป้าหมายยอดขาย(Presales) ปีนี้ไว้ที่ 9,200 ล้านบาท จากสิ้นไตรมาส 1/68 ทำไปแล้ว 1,455 ล้านบาท คิดเป็น 16% ของเป้าหมายทั้งปี โดยแบ่งเป็น บ้านเดี่ยว และ ทาวน์เฮ้าส์ ปีนี้ 6,500 ล้านบาท สิ้นไตรมาส 1/68 ทำไปแล้ว 736 ล้านบาท คิดเป็น 11% ของเป้าหมายทั้งปี คอนโดมีเนียม ปีนี้ 1,200 ล้านบาท ซึ่งสิ้นไตรมาส 1/68 ทำไปแล้ว 399 ล้านบาท คิดเป็น 33% ของเป้าหมายทั้งปี โครงการร่วมทุน(JV) ปีนี้ 1,500 ล้านบาท สิ้นไตรมาส 1/68 ทำไปแล้ว 320 ล้านบาท คิดเป็น 21% ของเป้าหมายทั้งปี 
ในขณะที่เป้าหมายรายได้ปี 68 บริษัทฯ ยังคงเป้าหมายไว้ที่ 5,400 ล้านบาท และ สิ้นไตรมาส 1/68 ทำไปแล้ว 816 ล้านบาท คิดเป็น 15% ของเป้าหมายทั้งปี โดยแบ่งเป็น บ้านเดี่ยว และ ทาวน์เฮ้าส์ ปีนี้ 4,000 ล้านบาท สิ้นไตรมาส 1/68 ทำไปแล้ว 687 ล้านบาท คิดเป็น 17% ของเป้าหมายทั้งปี คอนโดมีเนียม ปีนี้ 1,400 ล้านบาท สิ้นไตรมาส 1/68 ทำไปแล้ว 130 ล้านบาท คิดเป็น 9% ของเป้าหมายทั้งปี ซึ่งแบ่งเป็น PF เป้าหมายปีนี้วางไว้ที่ 1,000 ล้านบาท สิ้นไตรมาส 1/68 ทำไปแล้ว 116 ล้านบาท คิดเป็น 12% ของเป้าหมายทั้งปี และ Grande วางไว้ที่ 400 ล้านบาท สิ้นไตรมาส 1/68 ทำไปแล้ว 13 ล้านบาท คิดเป็น 3% ของเป้าหมายทั้งปี สำหรับธุรกิจโรงแรม บริษัทฯ ยังคงเป้าหมายรายได้ปี 68 ไว้ที่ 1,900 ล้านบาท สิ้นไตรมาส 1/68 ทำไปแล้ว 610 ล้านบาท คิดเป็น 32% ของเป้าหมายทั้งปี ส่วนธุรกิจให้เช่า และ การบริการ(Rental and Services) ยังคงเป้าหมายรายได้ปี 68 ไว้ที่ 490 ล้านบาท สิ้นไตรมาส 1/68 ทำไปแล้ว 190 ล้านบาท คิดเป็น 39% ของเป้าหมายทั้งปี อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างฐานะการเงินให้แข็งแกร่ง โดยปีนี้ตั้งเป้าขายที่ดิน และ เงินลงทุน รวม 10,700 ล้านบาท แบ่งเป็น PF ที่ 4,170 ล้านบาท และ Royal Orchid Sheraton ที่ 6,000 ล้านบาท ซึ่งเงินที่ได้บริษัทฯ จะนำไปลดภาระหนี้ เช่น ดอกเบี้ย "แนวโน้มไตรมาส 2/68 คาดจะดีขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาส 1/68 แม้ว่าธุรกิจโดยรวมยังได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว เพราะธุรกิจอสังหาฯ มีการเกี่ยวข้องกับจีดีพี ถ้าจีดีพีไม่โต ก็ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อบ้านของประชาชน และ ถ้าไม่มีมาตรการเพิ่มเติมจากภาครัฐ ก็จะยิ่งลำบาก แต่เรายังคงมีความหวังเล็กๆ ว่าทุกอย่างจะดีขึ้น และ ทำให้ครึ่งปีหลังน่าจะดีกว่าครึ่งปีแรก"นายธีรธัชช์ กล่าว |