CPAXT เผยไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 1,874 ล้านบาท ส่วนครึ่งปีแรก กำไรสุทธิ 4,668 ล้านบาท จากทำรายได้รวม 268,334 ล้านบาท ยอดขายออนไลน์โต 29% ปรับโฉมสาขาใหม่ดันอัตราเช่าพื้นที่โต 4% พร้อมปันผลระหว่างกาล 0.18 บาท/หุ้น บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ผลดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 1,874 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,286 ล้านบาท และช่วงครึ่งปีแรก มีกำไรสุทธิ 4,668 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 4,929 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 132,284 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 3,204 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.5 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายสินค้า 126,494 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,602 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.1 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการเติบโตของรายได้จากการขายของกลุ่มธุรกิจค้าส่งร้อยละ 3.5 โดยหลักมาจากสาขาใหม่และ ยอดขายนอกร้านพร้อมการส่งสินค้าถึงลูกค้า (Omni Channel) CPAXT แจ้งว่าผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 มีรายได้รวม 268,334 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมียอดขายออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม Makro PRO และ Lotus’s Smart App เติบโตกว่า 29% ขณะที่ยอดขายนอกร้านมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความแข็งแกร่งของกลยุทธ์การขายผ่านหลากหลายช่องทาง (Omnichannel) พร้อมเดินหน้า Happy & Healthy Mall ส่งผลให้อัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสาขาที่ปรับโฉมใหม่ นับเป็นมิติใหม่ในการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและเชื่อมโยงระบบนิเวศสามแกนสำคัญของค้าปลีก คือ ช่องทางออนไลน์ ออฟไลน์ และพื้นที่ศูนย์การค้าได้อย่างไร้รอยต่อ สำหรับช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทฯ เดินหน้าสร้างการเติบโตจากหลากหลายช่องทางการขาย และขยายกลยุทธ์ Happy & Healthy Mall หรือ "พื้นที่ความสุขของชุมชน" เพื่อยกระดับสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์และสุขภาพของทุกวัย เพิ่มจำนวนผู้มาใช้บริการ สนับสนุนการเติบโตของผู้เช่า และเสริมความแข็งแกร่งของรายได้จากธุรกิจศูนย์การค้า พร้อมกันนี้การเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซ การพัฒนาช่องทางออนไลน์และเทคโนโลยีค้าปลีก รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภาครัฐ จะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อการเติบโตของลูกค้ากลุ่ม HoReCa และผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยทั้งในเมืองหลักและเมืองรอง เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว นายธานินทร์ บูรณมานิต ประธานคณะผู้บริหาร CPAXT กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกสะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวต่อสภาวะตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตของบริษัท โดยจะเดินหน้าต่อยอดการเติบโตผ่านการลงทุนเชิงกลยุทธ์ ทั้งด้านธุรกิจและเทคโนโลยี ควบคู่กับการขยายการลงทุนในภูมิภาค โดยมุ่งเน้นกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง เพื่อขยายฐานลูกค้าและเสริมความแข็งแกร่งในระยะยาวให้กับบริษัท พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำค้าส่งค้าปลีกอันดับหนึ่งของอาเซียนที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี CPAXT มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่ความยั่งยืนในทุกมิติ เพื่อร่วมสร้างคุณค่าทางด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและสังคม ควบคู่ไปกับการกำกับดูแลกิจการที่ดีตามแนวทาง ESG โดยไตรมาสที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน Top 5% ของโลก ในกลุ่มอุตสาหกรรม Food & Staples Retailing จากผลการประเมินด้านความยั่งยืน Corporate Sustainability Assessment ประจำปี 2025 โดย S&P Global และล่าสุดคว้า 4 รางวัลจากเวที Retail Asia Awards 2026 สะท้อนความเป็ผู้นำค้าส่งค้าปลีกของภูมิภาค ด้วยการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้า ผู้ประกอบการ ชุมชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง ที่ประชุมคณะกรรมการยังอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล งวดดำเนินงานวันที่ 1 ม.ค.- 30 มิ.ย. 2569 อัตรา 0.18 บาท/หุ้น กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) วันที่ 20 ส.ค. 2569 วันที่จ่ายปันผลวันที่ 3 ก.ย. 2569 มุมมองโบรกเกอร์ บล.ดาโอ ประเมิน CPAXT รายงาน 2Q26 กำไรสุทธิอยู่ที่ 1.9 พันล้านบาท (-18% YoY, -33% QoQ) ใกล้เคียง consensus เเต่ต่ำกว่าเราคาด 7% โดยกำไรลดลง YoY จาก GPM ที่หดตัวเป็น 15.9% (2Q25 = 16.1%, 1Q26 = 15.8%) จากสัดส่วนยอดขายสินค้า low margin ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอาหารแห้ง ประกอบกับการบริหารราคาขายให้สอดคล้องกับภาวะกำลังซื้อที่ยังเปราะบาง ขณะที่ลดลง QoQ จาก GPM ที่หดตัว ประกอบกับ SG&A/Sales ที่ขยายตัวเป็น 13.9% (1Q26 = 12.9%) จากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเปิดสาขาใหม่และ Omni Channel คงประมาณการกำไรปี 2026E/27E ที่ 9.8 พันล้านบาท/1.0 หมื่นล้านบาท +5%/+6% YoY โดยคาด 3Q26E ยังถูกกดดันจากปัจจัยฤดูกาล แต่ผลประกอบการมีแนวโน้มฟื้นตัวใน 4Q26E จาก high season และฐานกำไรที่ต่ำใน 4Q25 จากผลกระทบชายแดนไทย-กัมพูชาและน้ำท่วมหาดใหญ่ ขณะที่การขยายสาขาใน 2H26E จะช่วยหนุนยอดขายต่อเนื่อง คงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 17.00 บาท อิง PER ปี 2026E ที่ 18.3 เท่า (-1.6SD below 5-yr average PER) เรามองว่าราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว โดยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้น underperform SET -6% และคาดผลประกอบการฟื้นตัวใน 4Q26E จากปัจจัยฤดูกาลและฐานที่ต่ำในปีก่อน จากผลกระทบชายแดนไทยกัมพูชาและน้ำท่วมหาดใหญ่ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ชี้ CPAXT กําไรปกติ 2Q26 ที่ 1.87 พันลบ. -20% y-y, -31% q-q ต่ำกว่าคาด จาก GPM ลดลงและ SG&A สูงขึ้น แนวโน้ม 3Q26 ยังอ่อนต่อ จากผลขาดทุนช่วงเริ่มต้นของ Happitat และไทยช่วยไทยพลัส จึงปรับลดกําไรปี 2569-2571 ลง 5-6% และลดราคา เป้าหมายเป็น 14.50 บาท ปรับคำแนะน่ำลงเป็น "ขาย" |