“เอกนิติ” เตรียมถามเลขาฯ ก.ล.ต. ปม “สุภาพร” มีชื่อเกี่ยวข้องธุรกรรมหุ้น TRUE กว่า 3 หมื่นล้านบาท ในวงประชุม Connect the Dots วันนี้ ย้ำความโปร่งใส–ความเชื่อมั่นตลาดทุนเป็นนโยบายสำคัญ ลั่นหากพบจุดอ่อนหรือช่องโหว่ต้องเร่งตรวจสอบและปิดโดยเร็ว พร้อมเดินหน้าเชื่อมข้อมูลการเงินสกัดเงินสีเทา–สแกมเมอร์ข้ามชาติ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะทำงาน Connect the Dots ในวันนี้ เพื่อติดตามความคืบหน้าการจัดทำระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามธุรกรรมทางการเงิน ปิดช่องโหว่เส้นทางเงินสีเทา และยกระดับการป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน โดยเฉพาะปัญหาสแกมเมอร์ข้ามชาติ ขณะเดียวกัน จะนำกรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับ สุภาพร พิมพงษ์ หลังมีชื่อเกี่ยวข้องกับข้อมูลการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE มูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท ผ่านแบบรายงาน 246-2 ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ไปสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากเลขาธิการ ก.ล.ต. ซึ่งเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้บุคคลเป็นบัญชีม้า หรือการนำข้อมูลบุคคลไปใช้เป็นนอมินีในตลาดทุน ว่าบุคคลดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกรรมจริง หรืออาจถูกนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่า การตรวจสอบประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทย โดยกระทรวงการคลังให้ความสำคัญกับการยกระดับความโปร่งใสและธรรมาภิบาลในระบบตลาดทุน พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า หากพบจุดอ่อนหรือช่องโหว่ในระบบ จะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขและปิดช่องโหว่โดยเร็ว “เรื่องความโปร่งใสและการสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุน เป็นนโยบายที่ได้มอบหมายให้ดำเนินการอยู่แล้ว หากมีจุดโหว่ตรงไหนก็ต้องรีบปิด”นายเอกนิติ กล่าว สำหรับการประชุมคณะทำงาน Connect the Dots ครั้งนี้ จะเป็นการติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานร่วมกันของหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินให้สามารถติดตาม วิเคราะห์ และนำข้อมูลไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แนวทางดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานหลัก ได้แก่ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก.ล.ต. และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ลดช่องว่างในการกำกับดูแลระบบการเงิน และเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบธุรกรรมผิดปกติ ทั้งนี้ เดิมมีแนวคิดจัดทำระบบฐานข้อมูลกลาง หรือ Data Hub เพื่อรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ แต่จากการหารือพบว่า อาจปรับแนวทางเป็นระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน หรือ Data Exchange Bureau แทน เนื่องจากสามารถดำเนินการได้รวดเร็วกว่า และเหมาะกับการนำข้อมูลไปใช้ติดตามสถานการณ์ทางการเงินได้ทันเวลา “เดิมมีแนวคิดว่าจะทำ Data Hub แต่ตอนนี้มีแนวคิดว่าอาจไม่จำเป็นต้องทำเป็นคลังข้อมูลกลาง เพราะการทำ Data Exchange เป็นการวางระบบส่งข้อมูลระหว่างหน่วยงาน อาจทำได้เร็วกว่า และช่วยให้การเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเกิดขึ้นได้ทันสถานการณ์” นายเอกนิติ กล่าว สำหรับ ระบบ Connect the Dots จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลระบบการเงิน ลดช่องว่างระหว่างหน่วยงาน และทำให้การตรวจสอบธุรกรรมผิดปกติเป็นไปอย่างรวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสีเทา การฟอกเงิน และอาชญากรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะทำงาน Connect the Dots ยังจะหารือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลธุรกรรมทางการเงิน รวมถึงแนวทางด้านภาษีสำหรับธุรกิจบางประเภท โดยเฉพาะการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับการซื้อขายทองคำ ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดและประเมินผลกระทบที่เกี่ยวข้อง อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |