ICHI เผยมุ่งเน้นการใช้กลยุทธ์ Asset-light ผ่านพันธมิตรคู่ค้าขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับการเติบโต 3-5 ปีข้างหน้า ย้ำไม่ต้องทุ่มเงินลงทุนโรงงานใหม่ พร้อมเปิดอินไซด์เครื่องดื่ม "น้ำด่าง" กระแสแรงดันเป้ายอดขายสู่ 1,600 ล้านบาท ยันการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นทั้งปีไม่ต่ำกว่า 23.5% นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI เปิดเผยในงาน "Earnings Call" โดยมีประเด็นที่สำคัญดังนี้ ***ภาพรวมตลาดเครื่องดื่มที่ไม่ใช่แอลกอฮอล์ ภาพรวมครึ่งปีแรกเติบโต 5.2% ในเชิงมูลค่า (Value) และ 9.7% ในเชิงปริมาณ (Volume) แนวโน้มสินค้าและช่องทาง สินค้าเพื่อสุขภาพ เช่น สูตร 0% , น้ำตาลน้อย , Hi-Protein ได้รับความนิยมสูง ร้านค้าปลีกขนาดเล็ก (CVS) ขยายตัวสู่ต่างจังหวัดดีเยี่ยม ขณะที่ Hypermarket ค่อนข้างนิ่ง อัตราเติบโตแยกตามหมวดหมู่ ประกอบด้วย 1.Functional Drink (อันดับ 1) : มูลค่า +20.8% , ปริมาณ +38.5% ปัจจัยหนุนหลักจากโปรตีนใส 2.น้ำดื่ม (อันดับ 2) : มูลค่า +13.3% , ปริมาณ +9.9% รวมน้ำดื่มอัลคาไลน์ของอิชิตัน 3.น้ำผลไม้ (อันดับ 3) : มูลค่า +7.8% มีน้ำมะพร้าวเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก 4.น้ำอัดลม (อันดับ 4) : มูลค่า +6.6% , ปริมาณ +13.8% เน้นสงครามราคา และ สินค้า 10 บาท 5.ชาพร้อมดื่ม (RTD Tea) : ติดลบ 2% ในเชิงมูลค่า และ ติดลบ 1.5% ในเชิงปริมาณ โดย YTD 7 เดือน มูลค่าติดลบ 1.22% ปริมาณติดลบ 1.05% ***ผลการดำเนินงาน ยอดขายและส่วนแบ่งตลาด โดยยอดขายรวมบวก 4.7% โดดเด่นในช่องทาง CVS (+15.9%) พร้อมรักษาตำแหน่งแบรนด์ชาเขียวยอดนิยมอันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 และครองส่วนแบ่งตลาดชาเขียวอันดับ 1 ***กลยุทธ์สินค้าน้ำด่าง-การออกสินค้าใหม่ สำหรับเป้าหมายน้ำด่าง ได้แรงบันดาลใจจากเทรนด์ญี่ปุ่นและไต้หวัน ซึ่งทำยอดขายทำ All-Time High โดยคาดว่าจบปีนี้ที่ 1,140 ล้านบาท จากเป้าเดิม 1,000 ล้านบาท และ ตั้งเป้าปีถัดไปขยายสู่ 1,600 ล้านบาท ในขณะที่นวัตกรรม และ คอลแลบส์ ประกอบด้วย 1.กลุ่มสุขภาพ เดินหน้าแคมเปญน้ำตาลอิชิตัน ออกรสชาติที่ 3 (รสบ๊วย) วางขายในเซเว่นฯ 2.สินค้าใหม่ ชาดำ (วางจำหน่ายแล้ว) , เย็นเย็น x ไคโคโค่ (วางขายเซเว่นฯ วันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา) , ชิซูกะ รส "โตเกียวกูโรกุ" และ เตรียมออก "ไทโคโค่" (น้ำมะพร้าวแท้ผสมมัทฉะชิซูกะ) รวมถึงสินค้าร่วมกับ Kumamoto ในอีก 2 เดือน ***กลยุทธ์กำลังการผลิต-ธุรกิจ OEM กำลังการผลิตปัจจุบัน 1,700 ล้านขวด/ปี โดยตอนนี้ทำงานเต็มกำลัง โมเดลพันธมิตร บริษัทไม่มีแผนเพิ่มงบลงทุนขยายสายการผลิตเองในอีก 3-5 ปีข้างหน้า แต่ใช้พันธมิตรที่ซื้อที่ดินติดกันสร้างโรงงาน โดยสร้างเสร็จเดือนต.ค. 69 และ เดินเครื่องเดือนพ.ย. 69 โดยเงื่อนไขพิเศษมาจากความสัมพันธ์กว่า 20 ปี อิชิตันได้สิทธิ์ "First Choice" ซื้อสินค้าก่อนในราคาพิเศษ โดยไม่มีข้อผูกมัดขั้นต่ำ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงเรื่องค่าเสื่อมราคา ในขณะที่ธุรกิจ OEM แม้ช่วงที่ผ่านมาติดลบจากการผลิตสินค้าตนเองเป็นหลัก แต่คาดว่าจะดีขึ้นในไตรมาส 4/69 หลังปรับปรุงสายการผลิต ***ตลาดต่างประเทศ อินโดนีเซีย ในไตรมาส 2 เติบโตได้ดี และ คาดส่งกำไรกลับมาที่ไทยรวม 26 ล้านบาท โดยช่องทาง Traditional Trade ในขณะที่การส่งออก ตั้งเป้ารวม 180 ล้านบาท โดยตลาดสปป.ลาว เติบโตได้ดี และ เน้นเปิดตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง คือ มาเลเซีย เพื่อทดแทนตลาดกัมพูชา ***เป้าหมายการเงิน-M&A อัตรากำไรขั้นต้น(Gross Profit Margin) ทั้งปีนี้ตั้งเป้าไม่ต่ำกว่า 23.5% และ อัตรากำไรสุทธิ(Net Profit Margin) ไม่ต่ำกว่า 14-15% ส่วนโครงสร้างรายได้ แบ่งเป็นยอดขายในประเทศเติบโต 11% จากกลุ่มชาเย็นเย็น ชาอิชิตัน และ กลุ่มน้ำด่าง นอกจากนี้ การควบรวมและการซื้อกิจการ(M&A) ปัจจุบันอยู่ระหว่างทำการศึกษา ซึ่งหากมีข้อสรุปคาดจะใช้เงินทุนหมุนเวียนของบริษัทฯ โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีสภาพคล่องเงินสดยังแข็งแกร่ง ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |