CPN เตรียมเปิดตัว “เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์” มิกซ์ยูสแห่งใหม่ 3 ก.ค.นี้ ใช้งบลงทุนกว่า 4,500 ลบ. พลิกโฉมเซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ สู่ Future Living Destination ภายใต้แนวคิด Well-being และ Longevity ชูจุดเด่นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ พร้อมคัดสรรกว่า 300 แบรนด์ รองรับกำลังซื้อสูงย่านนนทบุรี ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN เปิดเผยว่าเตรียมเปิดตัวมิกซ์ยูสแห่งใหม่ย่านนนทบุรี “เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์” (Central Northville) วันที่ 3 กรกฎาคมนี้ โดยใช้งบลงทุนกว่า 4,500 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 59 ไร่ หรือคิดพื้นที่ศูนย์การค้า (GBA) รวม 210,000 ตารางเมตร ซึ่งเป็นการพลิกโฉมจาก “เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์” สู่ต้นแบบ Future Living Destination ผสานธรรมชาติกับวิถีชีวิตเมือง รับเทรนด์ Well-being และ Longevity เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
โดยนนทจังหวัดนนทบุรี เป็นเมืองศักยภาพสูง และเติบโตแข็งแกร่งในทุกมิติ ในฐานะเมืองรองรับการเติบโตของกรุงเทพฯ ทั้งในด้านการขยายตัวเมือง กำลังซื้อ และคุณภาพประชากร ด้วยศักยภาพของ Mega Infrastructure ที่เชื่อมต่อกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ทำให้นนทบุรีกลายเป็นหนึ่งใน Strategic Growth Area สำคัญของประเทศ และเป็นฐานของกลุ่มครอบครัวเมืองกำลังซื้อสูงที่มองหา Quality Living หรือการใช้ชีวิตที่สมดุลระหว่างเมือง และความสะดวก
สอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดนนทบุรีปี 2566-2570 ในการยกระดับสู่การเป็น ‘เมืองน่าอยู่’ (Livable City) ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และต่อยอดสู่การเป็น Smart City ในอนาคต ด้านความหนาแน่นของประชากรเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพมหานคร มีมูลค่าเศรษฐกิจจังหวัด (GPP) อันดับ 8 ของประเทศ หรือมากกว่า 405,296 ล้านบาทต่อปี รายได้เฉลี่ยต่อหัวสูงถึง 213,992 บาทต่อคนต่อปี เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยภาคค้าปลีก การผลิต และสุขภาพ
“รัตนาธิเบศร์” ทำเลศักยภาพและประชากรกำลังซื้อสูง นายวุฒิเกียรติ เตชะมงคลาภิวัตน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการ CPN เปิดเผยว่า บริษัทฯ มั่นศักยภาพของนนทบุรี ซึ่งเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในพื้นที่วงแหวนรอบนอก (The Gateway & Satellite Cities) ที่มีศูนย์การค้าเซ็นทรัลถึง 4 สาขา ทั้งเซ็นทรัล เวสต์เกต, เวสต์วิลล์, แจ้งวัฒนะ และล่าสุดกับ เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ ซึ่งโมเดลการเติบโตนี้เทียบชั้นได้กับมหานครระดับโลกอย่าง ลอนดอน, โตเกียว ที่ในรัศมีไม่กี่กิโลเมตร มี Retail Infrastructure ที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองประชากรที่หนาแน่นกว่า 1.8 ล้านคน รวมถึงประชากรแฝงในพื้นที่ โดยย่านนอร์ทวิลล์ มีศักยภาพในการเป็น Mega Hub ที่สมบูรณ์และแข็งแกร่งใน 4 มิติหลักอย่างสมบูรณ์แบบ ได้แก่
1. Connectivity & Transit Hub: จุดเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมที่สมบูรณ์แบบ ทั้งรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง (บางใหญ่-บางซื่อ) สายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) อนาคตจะมีสายสีน้ำตาล และมีถนนสายสำคัญ เช่น ติวานนท์ งามวงศ์วาน ทางด่วนศรีรัช ใกล้มอเตอร์เวย์ M81 สายบางใหญ่–กาญจนบุรี มีจุดเริ่มต้นอยู่ที่ ทางแยกต่างระดับบางใหญ่ ซึ่งเป็นจุดตัดระหว่าง ถนนรัตนาธิเบศร์ กับถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวน รอบนอกฝั่งตะวันตก) ประตูสู่ภาคกลาง-ภาคตะวันตก 2. Residential Hub: โครงการที่อยู่อาศัยใน Catchment Area กว่า 125 โปรเจกต์ มูลค่าตลาดรวมกว่า 90,000 ล้านบาท กว่า 55% เป็นกลุ่ม High-end ถึง ระดับ Luxury
3. Education, Healthcare & Government Hub: แวดล้อมด้วยสถาบันการศึกษาชั้นนำและโรงเรียนนานาชาติกว่า 136 แห่ง, โรงพยาบาล 18 แห่ง อาทิ เกษมราษฎร์อินเตอร์, นนทเวช และยังมีหน่วยงานสำคัญมากกว่า 15 แห่ง อาทิ กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงพาณิชย์, สนง.สลากกินแบ่ง, สนง.ปปช. 4. Cultural Tourism Hub: พื้นที่ทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจชุมชนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น เกาะเกร็ด ท่าน่ำนนท์ และผลผลิตท้องถิ่นขึ้นชื่ออย่างทุเรียนนนท์ โดยเซ็นทรัลพัฒนามองเห็นศักยภาพของพื้นที่ในการเป็น ‘Center of the Center’ ของนนทบุรี จึงเปิดให้บริการเซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ ตั้งแต่ปี 2546 และทำให้เรามั่นใจสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ พัฒนาเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ ยกระดับและขยายไลฟ์สไตล์ให้เทียบเท่าใจกลางเมือง โดยทุกขั้นตอนผ่านกระบวนการคิด วางแผน เพื่ออนาคต ภายใต้แนวคิด Longevity และ Long-term Well-being สร้างสมดุลเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว เป็น Centre of Life ที่รองรับคนทุกเจเนอเรชัน
ทั้งนี้พบว่า ลูกค้าในย่านมีศักยภาพและกำลังซื้อสูง มองหา Urban Lifestyle รูปแบบใหม่และ Recreation Space ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต นอกจากนี้ ปัจจุบันคนเมืองต้องเผชิญกับสภาวะความเครียดสะสม การขาดเวลาออกกำลังกาย และปัญหามลภาวะ PM2.5 ประกอบกับพื้นที่สีเขียวในจังหวัดที่ลดน้อยลง เซ็นทรัลพัฒนาจึงตั้งใจพัฒนาโครงการนี้ให้เป็น “Green Node” หรือปอดแห่งใหม่ของชุมชน
สอดคล้องกับ Global Trends คนเมืองยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญ Green Space, Longevity & Well-being, Social Connectivity และ Multi-generations Lifestyle ซึ่งเป็นโมเดลเดียวกับโครงการระดับโลกอย่าง The Hyundai Seoul เกาหลีใต้ และ สนามบินชางฮี สิงคโปร์ ที่มี Indoor Garden ขนาดใหญ่ใจกลางโครงการ
เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ มี 6 โซนไฮไลต์ สำหรับได้แก่ The Clouds คือ Indoor Forest ขนาดใหญ่กว่า 500 ตารางเมตร ที่มีประติมากรรมที่มีชีวิตอยู่ใจกลางศูนย์การค้า ห้อมล้อมด้วยต้นไม้จริงที่ปลูกตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง ด้วยหลัก Biophilic คำนวณแสงที่ลอดผ่านช่อง Skylight ทำให้ต้นไม้เติบโต แตกหน่อออกใบมาแล้วหลายรอบ The Hill พื้นที่ Community รองรับทุกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ และ Co-working Space ไม่ว่าจะเป็น ดูหนัง ฟังดนตรี และงาน Talk ติดตั้งจอเหมือนกำลังดูภาพยนตร์อยู่ในสวน Tree Grove "ลานต้นไม้แห่งการพักผ่อน" คลอด้วยเสียงนกร้อง หรือเสียงน้ำไหล สร้าง Micro Healing ให้ความผ่อนคลายเหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ Stone Atrium กลางโถงโดดเด่นด้วย Digital Screen ตอบโจทย์การจัดอีเวนต์ และเป็นโซน Showcase แบรนด์แฟชั่น ไลฟ์สไตล์และกีฬา Playville พื้นที่ Outdoor เป็น Active Lifestyle Space สำหรับทุกคน ประกอบด้วย Kid Playground สนามเด็กเล่นกลางแจ้ง 550 ตารางเมตร: สำหรับเด็กๆ ตกแต่งด้วย ‘หมีกริซลี่’ ตัวใหญ่ สัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์ของป่าธรรมชาติ พร้อมลาน The Fountain พื้นที่เล่นน้ำสุดสนุก PetVille ขนาด 235 ตารางเมตร คือจุดหมายของคนรักสัตว์เลี้ยง ตั้งแต่ Pet Park สำหรับวิ่งเล่น ไปจนถึง Grooming และ Pet Wellness ครบครันในที่เดียว และพื้นที่ Urban Park มีลานกิจกรรมสำหรับจัดเต้นแอโรบิก หรืออีเวนต์ไลฟ์สไตล์ต่างๆ ไฮไลต์ Jogging Track มาตรฐาน 450 เมตร ที่น้องหมาวิ่งคู่ไปกับเจ้าของได้ เพราะการออกกำลังกายที่ดีที่สุดคือการทำด้วยกัน คัดสรร 300 Downtown Brand ใหม่รับเทรนด์อนาคต นางสาวจุฑาธรรม จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ CPN เปิดเผยว่า Central Northville พลิกโฉมการพัฒนาศูนย์การค้าจากเดิมที่เน้นขนาดหรือจำนวนร้านค้า สู่แนวคิดที่ตอบโจทย์ทั้งในมิติของ Well-being, Mindfulness และ Longevity พร้อมผสานธรรมชาติและชุมชนเข้าด้วยกัน สร้างพื้นที่ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนได้อย่างแท้จริง สอดรับกับรายงานจาก Global Consumer: ICSC x McKinsey (2026) ที่ระบุว่า ผู้บริโภคในทุกเจเนอเรชันหันมาให้ความสำคัญกับเรื่อง Dining, Wellness และ Community-driven experiences มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อินไซต์เหล่านี้สะท้อนว่า ศูนย์การค้าในปัจจุบันต้องเป็นพื้นที่ที่ส่งเสริม Well-being ในทุกมิติ ทั้งร่างกายและจิตใจ (Mind & Body) สอดรับกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่มองว่า ‘Health is a New Wealth’ การลงทุนใน Active Lifestyle เพื่อชีวิตที่ยืนยาว (Longevity) และการพัฒนา Performance ของร่างกาย จึงเป็นที่มาของการคัดสรรกว่า 300 Downtown Brands โดยมีสัดส่วนแบรนด์ใหม่ถึง 80%
ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |