CENTEL เผยแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังเติบโตต่อเนื่อง หลังธุรกิจโรงแรม และ ธุรกิจอาหารฟื้นตัวต่อเนื่อง มั่นใจรายได้รวมปีนี้แตะ 33,000 ล้านบาท พร้อมวางงบลงทุนรวมปีนี้ 5,900-6,400 ล้านบาท เน้นปรับปรุงโรงแรมเป็นหลัก นายกันย์ ศรีสมพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน และ รองประธานฝ่ายการเงินและบริหาร บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL เปิดเผยในงาน "Earnings Call" โดยมีประเด็นที่สำคัญดังนี้ ***แนวโน้มธุรกิจปี 2569 ธุรกิจโรงแรม ภาพรวมธุรกิจโรงแรมในปี 2569 แม้จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่คาดว่า ผลการดำเนินงานยังคงเติบโตจากปีก่อน โดยคาดการณ์อัตราการเข้าพักเฉลี่ย (รวมโรงแรมร่วมทุน) 70%-75% , รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (RevPAR) อยู่ที่ 4,200–4,400 บาท , รายได้รวม (รวมโรงแรมร่วมทุน) คาดว่าจะเติบโต ประมาณ 3% - 5% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นเป้าหมายรายได้รวม (รวมโรงแรมร่วมทุน) ประมาณ 14,200–14,500 ล้านบาท จากปี 2568 ที่ 13,816 ล้านบาท โดยปัจจัยส่งเสริมการเติบโตที่สำคัญ ดังนี้ 1.ผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นของโรงแรมที่กลับมาเปิดให้บริการหลังการปรับปรุง และ โรงแรมเปิดใหม่ในหลายพื้นที่สำคัญ 2.การเปิดให้บริการโรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ โอซาก้า ในเดือน เมษายน 2569 ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของผลประกอบการบริษัท 3.การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมในกรุงเทพฯ จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในช่วงปลายเดือนมีนาคมปี 2568 ธุรกิจอาหาร ในปี 2569 ประมาณการอัตราการเติบโตจากสาขาเดิม (Same-Store-Sales: SSS) ของทุกแบรนด์(รวมกิจการร่วมค้า) ทรงตัวเทียบปีก่อน หรือ 0%-1% และ อัตราการเติบโตของยอดขายรวมทุกสาขา (Total-System-Sales: TSS) ประมาณ 8%-10% เทียบปีที่ผ่านมา คิดเป็นเป้าหมายรายได้รวม (รวมกิจการร่วมค้า ยกเว้นลัคกี้สุกี้) ประมาณ 18,500 - 18,700 ล้านบาท จาก ปี 2568 ที่ 16,921 ล้านบาท สำหรับการขยายสาขา ณ สิ้นปี 2569 คาดว่า จำนวนสาขาจะเพิ่มขึ้นประมาณ 75–85 สาขา หรือ ประมาณ 5%-6% เทียบสิ้นปี 2568 จากการมุ่งเน้นการขยายสาขาในแบรนด์ที่มีอัตราทำกำไรสูงเป็นหลัก ***งบประมาณการลงทุนปี 2569 บริษัทฯ ตั้งงบลงทุนรวม ปี 2569 ไว้ที่ 5,900-6,400 ล้านบาท แบ่งเป็น ธุรกิจโรงแรม ได้กำหนดงบประมาณการลงทุนเพื่อรองรับแผนการปรับปรุงโรงแรมเดิม ควบคู่กับการพัฒนาโครงการใหม่ตามแผนการขยายธุรกิจ โดยมีงบประมาณประมาณ 3,300–3,600 ล้านบาท ซึ่งโครงการหลัก ได้แก่ การปรับปรุงโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า หัวหิน และ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลล่า กระบี่ ธุรกิจอาหาร จัดสรรงบลงทุนสำหรับการปรับปรุงสาขาเดิมและการขยายสาขาใหม่ เพื่อรองรับการเติบโตของฐานลูกค้าและการขยายตัวของธุรกิจ โดยมีงบประมาณประมาณ 700–800 ล้านบาท โอกาสการลงทุนเพิ่มเติมและอื่นๆ โดยได้สำรองงบประมาณสำหรับโอกาสเชิงกลยุทธ์ เช่น การร่วมทุน การพัฒนา และ การขยายธุรกิจ เพื่อส่งเสริมการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอาหาร โดยมีงบประมาณประมาณ 1,900–2,000 ล้านบาท "แนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังเติบโตต่อเนื่อง จากครึ่งปีแรกที่ยังทรงตัว โดยไตรมาส 2 มีปัจจัยลบเยอะ เพราะเป็นโลว์ซีซั่นของธุรกิจโรงแรม แต่ตัวเลขเดือนก.ค. เราเห็นการฟื้นตัว Occupancy และ RevPar ที่ดี ส่วนธุรกิจร้านอาหาร ยอดขายก็มีการเติบโต ทำให้เรามั่นใจว่า รายได้รวมปีนี้จะทำได้ 33,000 ล้านบาท" สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมองจากบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่เผยแพร่ล่าสุด ที่เกี่ยวกับหุ้น บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL จาก efin.finance ดังนี้ ที่มา : บล.พาย, บล.กรุงศรี, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.บัวหลวง, บล.ฟิลลิป, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.ทิสโก้ ***ปัจจัยบวก ผลการดำเนินงาน 2Q/69 สรุปออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ โดยมีกำไรสุทธิอยู่ในช่วงประมาณ 76 - 176 ล้านบาท เติบโต YoY จากการบริหารและควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในธุรกิจโรงแรมและอาหาร รวมถึงแรงหนุนจากฐานที่ต่ำในปีก่อนหน้า (บล.พาย, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.ฟิลลิป, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน) ทิศทางผลประกอบการช่วง 2H/69 และ อนาคตปี 2569-2570 มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญ โดยประเมินกำไรสุทธิปี 2569 อยู่ที่ราว 2.1 พันล้านบาท (+14% YoY ถึง +16% YoY) และปี 2570 จะเร่งตัวขึ้นเป็น 2.4 พันล้านบาท (+13% YoY ถึง +15% YoY) จากการเข้าสู่ช่วง High Season มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ การ Ramp Up ของโรงแรมใหม่ และการรับรู้รายได้เต็มปีของโรงแรมมัลดีฟส์ (บล.กรุงศรี, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.บัวหลวง) ธุรกิจโรงแรมในไทยและมัลดีฟส์ยังคงแข็งแกร่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก โดยแนวโน้ม RevPAR โรงแรมในไทยช่วง 3Q/69 คาดเติบโต +7% ถึง +9% YoY และอาจเร่งตัวขึ้นเป็น +8% ถึง +10% YoY ในช่วง 4Q/69 จากแรงหนุนของงาน MICE กิจกรรมระดับนานาชาติขนาดใหญ่ (อาทิ งานประชุม IMF, World Bank และคอนเสิร์ต Tomorrowland) ขณะที่มัลดีฟส์ฟื้นตัวได้เร็วกว่าคาดและมีแนวโน้มขาดทุนลดลง (บล.พาย, บล.บัวหลวง, บล.ฟิลลิป, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.ทิสโก้) ผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางต่อโรงแรมในดูไบเริ่มผ่านจุดต่ำสุดและกำลังทยอยคลี่คลาย โดยยอดจองห้องพัก (Forward Booking) ในช่วง 3Q/69 ปรับตัวดีขึ้นสูงกว่า 50% ทำให้มีโอกาสกลับเข้าสู่จุดคุ้มทุน (Breakeven) ได้ตั้งแต่ช่วง 3Q/69 เป็นต้นไป (บล.พาย, บล.กรุงศรี, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.บัวหลวง) ธุรกิจอาหารยังคงมีความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งจากการล็อกต้นทุนล่วงหน้า ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) กลับมาทรงตัวและเริ่มปรับตัวดีขึ้น นำโดยแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่น เช่น Katsuya และ Ootoya รวมถึงยอดขายรวมทุกสาขา (TSSG) ที่เติบโตจากการขยายสาขาและการรวมผลงานของ Lucky Suki (บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.บัวหลวง, บล.ฟิลลิป, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ทิสโก้) บริษัทมีปัจจัยหนุนเติบโตเพิ่มเติมในอนาคต (Catalysts) ทั้งโอกาสการเติบโตแบบ In-Organic จากการทำ M&A แผนการเปิดให้บริการ Budget Hotels ช่วงกลางปี 2570 รวมถึงการปรับแบรนด์โรงแรมกระบี่และการขยายโรงแรมหัวหิน (บล.กรุงศรี, บล.บัวหลวง) ***ปัจจัยลบ สถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางกดดันผลการดำเนินงานของโรงแรมในดูไบโดยตรง ส่งผลให้ RevPAR ในช่วง 2Q/69 ปรับตัวลดลงถึง 60% - 66% YoY จากอัตราการเข้าพัก (Occ. Rate) และราคาห้องพักเฉลี่ย (ARR) ที่ทรุดตัวลงอย่างหนัก (บล.พาย, บล.บัวหลวง, บล.ฟิลลิป, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ทิสโก้) ผลประกอบการของโรงแรมในญี่ปุ่นชะลอตัวลง โดย RevPAR ในช่วง 2Q/69 ปรับลดลงราว 20% - 40% YoY เนื่องจากฐานที่สูงจากงาน World Expo ที่โอซาก้าในปี 2568 การลดลงของนักท่องเที่ยวจีนจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ และค่าใช้จ่ายช่วงเริ่มต้นเปิดดำเนินงานของโรงแรมใหม่ Centara Life Osaka (บล.พาย, บล.บัวหลวง, บล.ฟิลลิป, บล.ทิสโก้) ภาพรวมการดำเนินงานช่วง 2Q/69 มีแรงกดดันตามปัจจัยฤดูกาล (Off-Season) ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) รวมถึงการปิดปรับปรุงโรงแรมในไทยชั่วคราว เช่น หัวหินและกระบี่ (บล.พาย, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.บัวหลวง, บล.ฟิลลิป, บล.ลิเบอเรเตอร์) ความเสี่ยงด้านกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัว แรงกดดันด้านต้นทุนการดำเนินงาน รวมถึงการแข่งขันและการขยายสาขาในธุรกิจอาหาร อาจกระทบต่ออัตราส่วนค่าใช้จ่ายทางการตลาดและการบริหารต่อรายได้ (บล.บัวหลวง, บล.ฟิลลิป) ต้องการ คำแนะนำ / ราคาเป้าหมาย หรือ ข้อมูลอื่นๆ ของหุ้น CENTEL เพิ่มเติม เข้าไปที่ https://url.in.th/w-efin-stocknews ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |