ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทั้งแดนบวกและแดนลบในวันอังคาร (20 ต.ค.) โดยดาวโจนส์ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ และบวกนำตลาด ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลดลง ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 52,495.88 จุด เพิ่มขึ้น 529.85 จุด (+1.02%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,712.57 จุด เพิ่มขึ้น 21.84 จุด (+0.28%) ขณะที่ดัชนีแนสแดคปิดที่ 26,424.82 จุด ลดลง 6.07 จุด (-0.02%) ในบรรดาหุ้น 11 กลุ่มของดัชนี S&P 500 กลุ่มเฮลธ์แคร์บวกมากที่สุดและทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดย Eli Lilly เป็นหุ้นที่หนุนดัชนี S&P 500 มากที่สุด ขณะที่หุ้น UnitedHealth, Merck & Co, Johnson & Johnson และ Amgen ช่วยหนุนดัชนีดาวโจนส์ ขณะที่หุ้นกลุ่มบริการสื่อสารปรับตัวลงโดยถูกกดดันจากหุ้นที่มีมูลค่าตลาดสูง ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวแย่กว่าตลาด หลังราคาน้ำมันร่วงลงจากระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน โดยนักลงทุนกำลังประเมินทั้งความเป็นไปได้ของการพบหารือระหว่างประธานาธิบดีอิหร่านกับผู้บัญชาการกองทัพปากีสถาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ยระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ตลอดจนเหตุโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในซาอุดีอาระเบีย และรายงานการโจมตีเรือในอ่าวเปอร์เซีย หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ปรับตัวลง 0.3% และยังฉุดดัชนี S&P 500 มากที่สุดหากวัดในแง่จำนวนจุด และทำให้ดัชนีแนสแดคเคลื่อนไหวทรงตัว จิม แบร์ด ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Plante Moran Financial Advisors กล่าวว่า นักลงทุนในตลาดหุ้นยังคงกังขาการลงทุนใน AI และความสามารถของบริษัทบางแห่งในการสร้างรายได้จากเงินลงทุน จึงเริ่มหมุนเงินลงทุนไปยังหุ้นกลุ่มอื่นในตลาด ทำให้หุ้นขนาดเล็กและหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ปรับตัวขึ้นในวันอังคาร นักลงทุนยังจับตา Meta และ Tesla ซึ่งจะรายงานผลประกอบการในวันพุธ ภาพรวมหุ้นรายตัว-รายอุตสาหกรรม - ดัชนีหุ้นคุณค่าของ S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.9% สวนทางดัชนีหุ้นกลุ่มเติบโตที่ลดลง 0.2% ส่วนดัชนี Russell 2000 ซึ่งติดตามหุ้นขนาดเล็ก ปิดบวก 1.7% - หุ้นกลุ่มบริการทางการเงินเพิ่มขึ้น 1% และเป็นกลุ่มที่หนุนดัชนี S&P 500 มากเป็นอันดับ 2 ส่วนกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 1.7% และกลุ่มสาธารณูปโภคบวก 1.2% - หุ้น Netflix ร่วงลง 1.7% หุ้น Meta ลดลง 1.6% และหุ้น Alphabet ปรับตัวลง 1% ส่งผลให้ดัชนีหุ้นกลุ่มบริการสื่อสารลดลง 0.9% - หุ้น SpaceX พุ่งกว่า 6% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ หลังรายงานกำไรไตรมาส 3 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้มาก - หุ้น Netflix ร่วงลง 6% หลังปิดตลาด เนื่องจากกำไรไตรมาส 4 ต่ำกว่าคาด - หุ้น General Motors ร่วงลง 6.8% หลังส่งสัญญาณว่า ในช่วงหลายเดือนข้างหน้าบริษัทจะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้นและยอดขายรถกระบะที่ลดลง - หุ้น 3M พุ่งขึ้น 5.8% หลังบริษัทประกาศขยายความร่วมมือด้านดาต้าเซ็นเตอร์กับ Amazon พร้อมออกใบสำคัญแสดงสิทธิให้บริษัทย่อยของ Amazon สามารถซื้อหุ้นสามัญของ 3M มูลค่ามากกว่า 521 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ บริษัทยังปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรตลอดทั้งปี - หุ้น Equifax บริษัทผู้ให้บริการข้อมูลเครดิต พุ่งขึ้น 11.3% หลังรายงานกำไรไตรมาส 3 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ - หุ้น Hasbro ผู้ผลิตของเล่น ทะยานขึ้น 11.2% หลังปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้รวมตลอดทั้งปี รวมถึงรายได้จากธุรกิจเกมดิจิทัล ภาพรวมปริมาณการซื้อขาย - ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ 15,910 ล้านหุ้น ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยช่วง 20 วันทำการ ซึ่งอยู่ที่ 17,150 ล้านหุ้น - ตลาดหุ้นนิวยอร์กมีหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบในสัดส่วน 2.04 ต่อ 1 หุ้น โดยมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์ 114 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 236 ตัว - ตลาดหุ้นแนสแดคมีหุ้นบวก 3,245 ตัว และหุ้นลบ 1,608 ตัว โดยมีหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบ ในสัดส่วน 2.02 ต่อ 1 หุ้น - ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์ จำนวน 22 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 1 ตัว ขณะที่ดัชนีแนสแดค มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 46 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 266 ตัว ที่มา Reuters |