สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 7 ต.ค. 69 ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | บล.กรุงศรี | ซื้อ | 66.00 | บล.ยูโอบีเคย์เฮียน | ซื้อ | 62.00 | บล.พาย | ซื้อ | 61.00 | บล.เคจีไอ | ซื้อ | 58.00 | บล.เอเซียพลัส | ซื้อ | 52.50 |
สรุปปัจจัยบวก + + คาดการณ์กำไรปกติไตรมาส 3/69 ยังคงเติบโตแข็งแกร่ง โดยประเมินไว้ในกรอบ 6,850 - 7,090 ล้านบาท เติบโต 6% - 10% YoY (บล.พาย, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.กรุงศรี) + ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (7-11) ไตรมาส 3/69 ยังขยายตัวเป็นบวกที่ระดับ +2% ถึง +2.5% หนุนจากกลุ่มอาหารพร้อมทานและยอดขายต่อบิลที่สูงขึ้น (บล.พาย, บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.กรุงศรี) + การขยายสาขาทำได้ต่อเนื่องตามแผน โดยคาดว่าจะเปิดสาขา 7-11 ใหม่ได้ราว 180 - 200 แห่งในไตรมาส 3/69 ทำให้มีจำนวนสาขารวมแตะ 16,464 - 16,484 สาขา (บล.พาย, บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส) + สถานการณ์น้ำท่วมส่งผลบวกต่อยอดขายจากการกักตุนสินค้าในเดือน ก.ย. 69 โดยที่ศูนย์กระจายสินค้าและการขนส่งไม่ได้รับผลกระทบ (บล.พาย, บล.เคจีไอ) + แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/69 จะกลับมาเติบโตฟื้นตัวทั้ง YoY และ QoQ เนื่องจากเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น เทศกาลวันหยุด ฐาน SSS ที่ต่ำ และมาร์จิ้นของธุรกิจค้าปลีกที่ดีขึ้น (บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.กรุงศรี) + มูลค่าหุ้น (Valuation) ปัจจุบันมีความน่าสนใจ โดยมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลคาดหวังระดับ 3% - 4% และซื้อขายบน Forward PER ที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต (บล.พาย, บล.เคจีไอ, บล.กรุงศรี) สรุปปัจจัยลบ - - คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/69 จะปรับตัวลดลงมาอยู่ในกรอบ 5,650 - 6,300 ล้านบาท (หดตัว 4% - 14% YoY และลดลง 16% - 25% QoQ) (บล.พาย, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.กรุงศรี) - ถูกกดดันจากผลขาดทุนและค่าใช้จ่ายพิเศษของ CPAXT เข้ามาราว 992 - 1,200 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการตั้งสำรองปิดสาขา Lotus’s Go Fresh ที่ไม่ทำกำไร (บล.พาย, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.กรุงศรี) - รายได้ในไตรมาส 3/69 ชะลอตัวลง 3% QoQ เนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝน ซึ่งส่งผลกระทบเชิงลบต่อการออกมาจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค (บล.เอเซียพลัส) - สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A) ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 21.2% - 21.4% จากค่าใช้จ่ายก่อนการเปิดบริการของห้าง Happitat และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของ CPAXT (บล.พาย, บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส) - ความกังวลด้านการแข่งขันที่สูงขึ้นในธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ส่งผลให้มีการปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2569 - 2570 ลง 6% - 7% เหลือ 31,200 - 33,400 ล้านบาท (บล.เอเซียพลัส) |