สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 4 ส.ค. 69 ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | บล.ดาโอ (ประเทศไทย) | ซื้อ | 9.00 | บล.ยูโอบี เคย์เฮียน | ซื้อ | 9.00 | บล.ฟิลลิป | ซื้อ | 8.80 | บล.กรุงศรี | ซื้อ | 8.80 | บล.เคจีไอ | ซื้อ | 8.60 |
ปัจจัยบวก +
+ ผลประกอบการ 2Q26 เติบโตโดดเด่นและดีกว่าคาดมาก: กำไรสุทธิ 2Q26 อยู่ที่ 955 - 955.48 ล้านบาท (+83.6% ถึง +84% YoY, +19% QoQ) ซึ่งดีกว่าที่ตลาดและนักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ 30% - 48% (บล.ดาโอ, บล.เคจีไอ, บล.ฟิลลิป, บล.กรุงศรี, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน) + อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) พุ่งสูงทำสถิติใหม่ : GPM ปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับ 31.59% - 31.6% จากสัดส่วนการขายสินค้า House Brand ที่เพิ่มขึ้น (27% - 27.5%), อานิสงส์สต็อกเหล็กและสินค้าต้นทุนต่ำ, การปรับราคาขาย และการนำ AI มาใช้บริหารจัดการโลจิสติกส์ (บล.ดาโอ, บล.เคจีไอ, บล.ฟิลลิป, บล.กรุงศรี, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน) + การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและต้นทุนมีประสิทธิภาพ : ค่าใช้จ่ายต่อสาขาลดลง 5.03% YoY และมีแนวโน้มที่ต้นทุนทางการเงิน (Finance Costs) จะปรับตัวลดลงในช่วงครึ่งปีหลัง (บล.ดาโอ, บล.ฟิลลิป, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน) แนวโน้มผลงาน 2H26 เติบโตต่อเนื่อง YoY: คาดว่ากำไรช่วงครึ่งปีหลังจะโต YoY จากฐานที่ต่ำในปีก่อน รวมถึงได้แรงหนุนจาก GPM ที่ยังทรงตัวในระดับสูงและการขยายสาขาใหม่เพิ่ม (บล.ดาโอ, บล.เคจีไอ, บล.ฟิลลิป, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน) + การขยายสาขาช่วยหนุนรายได้ : มีการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง โดยเปิดเพิ่ม 2 สาขาใน 2Q26 (รวมเป็น 99 สาขา) และมีแผนเปิดเพิ่มอีก 2 สาขาในครึ่งปีหลัง (บล.เคจีไอ, บล.ฟิลลิป) + ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2026/2569 : นักวิเคราะห์ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569 ขึ้นเป็น 2.6 - 2.78 พันล้านบาท (เติบโต 29% - 39% YoY) (บล.ดาโอ, บล.เคจีไอ, บล.ฟิลลิป, บล.กรุงศรี) + Valuation น่าสนใจ : ราคาหุ้นปัจจุบันยังซื้อขายในระดับ PER ที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยราว 1.5SD ถึง 2.0SD) ทำให้ยังมี Upside (บล.ดาโอ, บล.กรุงศรี) ปัจจัยลบ - - ยอดขายและยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ชะลอตัว : ยอดขายรวมทรงตัว YoY และลดลง 5% QoQ มาอยู่ที่ 8.1 - 8.2 พันล้านบาท ขณะที่ SSSG ใน 2Q26 ยังคงติดลบราว -4% จากแรงกดดันด้านกำลังซื้อที่อ่อนแอ และคาดว่า SSSG ในช่วง 3Q26 จะยังคงติดลบต่อเนื่อง (บล.ดาโอ, บล.เคจีไอ, บล.กรุงศรี, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน) - อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) มีแนวโน้มย่อตัวลงจากไตรมาสก่อน : คาดว่า GPM ในช่วง 3Q26 อาจไม่สามารถรักษาระดับที่สูงเป็นพิเศษเหมือนใน 2Q26 ได้ เนื่องจากมาร์จิ้นของเหล็กเริ่มกลับเข้าสู่ระดับปกติ (บล.เคจีไอ) - ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างและปัจจัยภายนอก : ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว, ยอดขายพืชผลเกษตรอ่อนแอ, ภัยธรรมชาติ, สินค้าค้างสต็อก และความเสี่ยงหากขยายสาขาได้น้อยกว่าเป้าหมาย (บล.เคจีไอ) ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |