GULF เผย 2 โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กำลังผลิตตามสัญญา 135 เมกะวัตต์ เปิดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ กฟผ.เรียบร้อยแล้ว แย้มมีอีก 4 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 176.6 เมกะวัตต์ เตรียม COD พ.ย.-ธ.ค.69 นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า เมื่อวันที่1 กันยายน 2569 กลุ่มบริษัทย่อย ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นทางอ้อมผ่านบริษัท กัลฟ์ รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์จี จำกัด (GRE) ในสัดส่วนร้อยละ 100 ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 2 โครงการ รวมกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 135.0 เมกะวัตต์ (กำลังการผลิตติดตั้ง 250.1 เมกะวัตต์) และได้จ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวอยู่ภายใต้การดำเนินงานของบริษัทดังต่อไปนี้ 1. บริษัท ลูมินัส เอ็นเนอร์ยี จำกัด (LNE) เป็นผู้ดำเนินโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (Solar farms) กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 68.0 เมกะวัตต์ (กำลังการผลิตติดตั้ง 90.6 เมกะวัตต์) ตั้งอยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรี และอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 155 กิโลเมตร 2. บริษัท สยาม ไชน์นิ่ง เอ็นเนอร์ยี จำกัด (SSE) เป็นผู้ดำเนินโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (Solar farms with battery energy storage systems: Solar BESS) กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 67.0 เมกะวัตต์ (กำลังการผลิตติดตั้ง 159.5 เมกะวัตต์) ตั้งอยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรี และอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 160 กิโลเมตร โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนภายใต้กลุ่ม GRE ที่ได้รับการคัดเลือกตามระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานว่าด้วยการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ปี 2565 – 2573 สำหรับกลุ่มที่ไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง ซึ่งมีกำหนดทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ระหว่างปี 2567 – 2573 โครงการ Solar farms มีอัตราจำหน่ายไฟฟ้าที่ 2.1679 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง และโครงการ Solar BESS มีอัตราจำหน่ายไฟฟ้าที่ 2.8331 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ตลอดอายุสัญญาการซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. เป็นระยะเวลา 25 ปี การรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการดังกล่าวจะช่วยลดความผันผวนจากราคาเชื้อเพลิง และช่วยแบ่งเบาภาระของประชาชนทั้งในภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรมให้ได้ใช้ไฟฟ้าในราคาที่เหมาะสมตลอดอายุสัญญา เนื่องจากโครงการดังกล่าวมีราคาขายไฟฟ้าที่ต่ำกว่าราคาค่าไฟเฉลี่ยในปัจจุบัน นอกจากนี้ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน–ธันวาคม 2569 บริษัทฯ มีแผนเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มอีก 4 โครงการ โดยแบ่งเป็นโครงการ Solar farms อีก 3 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 176.6 เมกะวัตต์ (กำลังการผลิตติดตั้งรวม 230.7 เมกะวัตต์) และโครงการ Solar BESS อีก 1 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 59.0 เมกะวัตต์ (กำลังการผลิตติดตั้งรวม 142.2 เมกะวัตต์) รวมเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญาทั้งสิ้น 235.6 เมกะวัตต์ (กำลังการผลิตติดตั้งรวมทั้งสิ้น 372.9 เมกะวัตต์) อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |