FTREIT คาดรายได้ปีนี้ (ต.ค. 67-ก.ย.68) กว่า 4 พันลบ. หวังยีลด์กว่า 7.6% รับอัตราการเช่าสูงคาดกว่า 86% รับทิศทางย้ายฐานผลิตมาไทยหวั่นสงครามการค้าสหรัฐฯ เล็งลงทุนขยายพอร์ตเพิ่มกว่า 1 พันลบ. นายภูมภาร อรุณธรรมกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ อินดัสเทรียล รีท แมนเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ FIRM ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ หรือ FTREIT เปิดเผยว่า ภาพทิศทางธุรกิจในปี 68 คาดว่ายังมีแนวโน้มเติบโตได้ดี โดยคาดว่าภาพรวมรายได้งวดปีต.ค. 67 - ก.ย.68 จะเติบโตกว่า 4,000 ล้านบาท จากงวดปีก่อน(ต.ค.66 - ก.ย.67) ที่ทำได้ 3,968.67 ล้านบาท 
ด้านอัตราการเช่าสินทรัพย์งวด ปีต.ค. 67 - ก.ย.68 คาดว่าจะมากกว่า 85% จากงวดปีก่อนที่ทำได้ในระดับ 85.8% และคาดว่าผลตอบแทน (Dividend Yield) ในปีนี้จะมีโอกาสมากกว่าปีงวดปีก่อนที่ 7.6% โดยปัจจัยสนับสนุนมาจากภาพรวมกลุ่มลูกค้าย้ายฐานการผลิต และเลือกประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง(HUB) ในการทำอุตสาหกรรมโลจิสต์ จากประเด็นความกังวลสงครามการค้าจากสหรัฐฯ หลังโดนัลล์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลดีต่อธุรกิจคลังสินค้า-โรงงาน ซึ่งภาพรวมการส่งออกปีนี้จะเติบโต ทั้งนี้ทิศทางการย้ายฐานการผลิตมาในประเทศไทย มเริ่มเห็นตั้งแต่ช่วงปี 67 เห็นได้จากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) ในปี 67 สูงกว่า 1.1 ล้านล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ "คาดการณ์ว่ายีลด์ในงวดปีนี้จะสูงกว่าปีก่อนที่ทำได้ 7.6% จากการคาดว่าอัตราเช่าจะสูงกว่างวดปีก่อนที่ทำได้ 85.8% เพราะเรามีทรัพย์สินลงทุนเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งอันนี้เป็นแค่การคาดการณ์เท่านั้น" นายภูมภารกล่าว สำหรับกองทรัสต์ FTREIT วาง 4 กลยุทธ์สำคัญในการดำเนินงาน ได้แก่ 1.บริหารพอร์ตโฟลิโอเชิงรุก โดยเพิ่มอัตราการเช่า อัตราค่าเช่า และลดต้นทุนการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มกำไรจากการลงทุน เป็นการสร้างการเติบโตให้กับกองทรัสต์ และรักษาการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหน่วยทรัสต์ 2. เตรียมงบลงทุนไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทขยายพอร์ตโฟลิโอ โดยลงทุนในทรัพย์สินในพื้นที่ยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ที่สำคัญ ครอบคลุมทรัพย์สินจากสปอนเซอร์ กลุ่มบริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย และนอกกลุ่ม 3. ร่วมมือกับสปอนเซอร์เพื่อสร้างการเติบโต จากการที่สปอนเซอร์ให้สิทธิที่จะปฏิเสธก่อน (Right of First Refusal หรือ ROFR) เป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มโอกาสการเติบโตจากการลงทุนให้กับกองทรัสต์ นอกจากนี้ จะร่วมมือกับสปอนเซอร์ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมมากว่า 20 ปี เข้ามาช่วยเรื่องการบริหารสินทรัพย์ และร่วมสร้างโอกาสการเติบโตใหม่ ๆ 4. เดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่ สานความต่อเนื่องจากความสำเร็จของการดำเนินงานโครงการสร้างขึ้นใหม่ (Greenfield) และโครงการพัฒนาอาคารและสร้างส่วนต่อขยายอาคารจากพื้นที่เดิม (Brownfield) ซึ่งส่งผลให้ FTREIT สามารถทำสัญญาเช่าระยะยาวกับผู้เช่าได้ 10 - 12 ปี สำหรับงวดปี ต.ค. 67 - ก.ย.68 บริษัทฯ จะมีหุ้นกู้ครบกำหนดประมาณ 1-2 พันล้านบาท โดยคาดว่าจะออกจำหน่ายหุ้นกู้รุ่นใหม่เพื่อทดแทนรุ่นเดิม (Roll over) ซึ่งบริษัทฯ ยังมีสภาพคล่องในระบบการเงินที่ดี ทั้งนี้ FTREIT มีมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) อยู่ที่ 50,573 ล้านบาท มีทรัพย์สินประเภทอาคารโรงงานและคลังสินค้ารวม 710 ยูนิต แบ่งเป็นโรงงาน 369 ยูนิต คลังสินค้า 341 ยูนิต มีพื้นที่ภายใต้การบริหารจัดการ (NLA) ประมาณ 2.3 ล้านตร.ม. ทำเลที่ตั้งของทรัพย์สินของกองทรัสต์อยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ของไทย ได้แก่ กรุงเทพฯ พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี สมุทรปราการ ปราจีนบุรี และพื้นที่เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) จุดเด่นของกองทรัสต์ FTREIT คือ เป็นกองทรัสต์อุตสาหกรรมที่มีขนาดพื้นที่ให้เช่าสุทธิใหญ่ที่สุด และมีพื้นที่ในลักษณะการถือครองกรรมสิทธิ์ (Freehold) มากที่สุดของไทย ด้วยสัดส่วน 72% ของพื้นที่เช่าทั้งหมด หรือราว 1.63 ล้านตร.ม. โดยมีการรักษาสัดส่วนทรัพย์สินประเภทอาคารโรงงานและคลังสินค้าได้อย่างสมดุล (คลังสินค้า 60%: โรงงาน 40%) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงหากเกิดความผันผวนทางเศรษฐกิจที่อาจกระทบความต้องการในทรัพย์สินประเภทใดประเภทหนึ่ง ผู้เช่าหลักส่วนใหญ่เป็นกลุ่มโลจิสติกส์ (32%) รองลงมาเป็นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (24%) และยานยนต์ (19%) โดยมีลูกค้าสัญชาติญี่ปุ่นมากที่สุด (36%) ตามด้วยกลุ่มเอเชีย (23%) และยุโรป (21%) 
|