ในวันที่ 7 กันยายน 2564 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเปิดเผยรายงานต่อสื่อในหัวข้อ “กระแสการลงทุนคริปโทเคอร์เรนซี…กับมุมมองของนักลงทุนไทย” ชี้ถึงตัวเลขของกลุ่มตัวอย่างคนไทยต่อคริปโทเคอร์เรนซีในแง่มุมต่างๆ ที่น่าสนใจ สะท้อนถึงมุมมองและความหวังได้เบื้องต้นได้เป็นอย่างดี ในรายงานเปิดเผยว่า การที่ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีสามารถมอบผลตอบแทนได้สูง เป็นการดึงดูดนักลงทุนรายใหม่เข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง แต่ในประเทศไทยก็ยังถือว่าอยู่ในวงที่ค่อนข้างจำกัดอยู่ โดยในปัจจุบันมีบัญชีซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่เป็นจำนวนราว 1.3 ล้านบัญชี ซึ่งยังน้อยกว่าบัญชีหลักทรัพย์อยู่ถึง 2.1 เท่า แต่กลับมีอัตราการเพิ่มขึ้นถึง 27.6% ต่อเดือน ในขณะที่บัญชีหลักทรัพย์อยู่ที่เพียงแค่ 2.9% ต่อเดือน โดยกลุ่มตัวอย่างที่ได้รวบรวมข้อมูล ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพนักงานบริษัทเอกชนที่มีรายได้สูง ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ข้อมูลเผยว่ากว่า 42.9% ที่ลงทุนในคริปโทมีอายุระหว่าง 30-39 และ 42.5% เป็นพนักงานบริษัท ***สะท้อนความหวังได้เห็นนักลงทุนรายใหม่ จากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดมีอัตราส่วนเป็น 69.4% ที่รู้จักคริปโทเคอร์เรนซี, 52% สนใจลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี และ 24.3% ที่ได้ลงทุนจริงแล้ว รวมไปถึงกลุ่มที่ยังไม่ได้ลงทุนจริงมีอัตราส่วนถึง 42% ที่สนใจลงทุนในคริปโทในอีก 1 ปีข้างหน้า สะท้อนถึงความหวังที่จะได้เห็นนักลงทุนรายใหม่เข้ามาในตลาดในอนาคตอันใกล้ ***ส่วนใหญ่ยังเข้าใจคริปโทไม่มากพอ อย่างไรก็ตาม ในรายงานระบุว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ยังเข้าใจในเรื่องของคริปโทเคอร์เรนซีไม่มากพอ อย่างเช่นรู้จักคริปโทในชื่อของ ‘บิตคอยน์’ หรือรู้แค่ว่าสามารถนำมาเป็นเครื่องมือเก็งกำไรในระยะสั้นได้เท่านั้น, ส่วนใหญ่ราว 26.6% ก็ยังคาดหวังกำไรเพียงแค่ในระยะสั้น แต่ก็มีบางส่วนที่มองว่าสามารถลงทุนระยะยาวได้ และบางส่วนถึงขนาดมองว่าสามารถนำมาแทนที่การลงทุนในสินทรัพย์แบบดั้งเดิมอย่างเช่น หุ้น หรือตราสารหนี้ได้ ***เผยกลุ่มตัวอย่างป้องกันความเสี่ยงได้ดี และก็ดูเหมือนว่ากลุ่มตัวอย่างจะสามารถรับได้ในเรื่องของความผันผวนของราคาคริปโทเคอร์เรนซี โดย 76.3% สามารถรับได้ หากเงินลงทุนจะหายไปมากกว่าร้อยละ 50 ภายใน 1 วัน และส่วนใหญ่ใช้เงินลงทุนไม่เกิน 10% ของเงินออม นับเป็นสัญญาณป้องกันความเสี่ยงที่ดี พร้อมกับส่วนใหญ่มองว่าการลงทุนในคริปโท คล้ายกับการลงทุนในหุ้น สุดท้ายในกลุ่มของผู้ที่ไม่เลือกลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี เป็น 23.4% มองว่ายังไม่มีความรู้ความเข้าใจมากเพียงพอ และอีก 23.4% ไม่สามารถรับกับความผันผวนของคริปโทได้ โดยสรุปแล้ว ทางศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่านักลงทุนคริปโทส่วนมากเข้าใจในเรื่องของความเสี่ยงดี แต่บางส่วนก็ยังไม่เข้าใจในจุดนี้ โดยมองว่าจะสามารถมอบผลตอบแทนให้ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการสร้างโอกาสในโลกของคริปโทเคอร์เรนซีนั้นซีจำเป็นต้องอาศัยทักษะความรู้ทางการเงิน และความรู้เท่าทันต่อเทคโนโลยีดิจิทัลด้วย และความรู้ในเรื่องของสินทรัพย์ดิจิทัลนี้ ก็อาจจะเป็นตัวช่วยในการปูทางไปสู่การออกเงินดิจิทัลโดยธนาคารกลาง (CBDC) ด้วยก็เป็นไปได้ |