TMAN ตั้งเป้ารายได้แตะ 4,000 ล้านบาทในปี 72 เดินหน้าดันยอดขายโต 10-15% ต่อปี รุกตลาดยาจำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์-โรงพยาบาล พร้อมขยายแบรนด์ “โพรโพลิซ” สู่ตลาดระดับภูมิภาค -สร้างธุรกิจใหม่จากผลิตภัณฑ์ชะลอวัยและสุขภาพ
นายประพล ฐานะโชติพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) หรือ TMAN เปิดเผยในงาน TMAN เปิดโรงงานเฮเว่น เฮิร์บ ขับเคลื่อนไทยสู่ Wellness & Longevity Hub ว่าบริษัทฯ ตั้งเป้าสร้างยอดขายให้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10-15% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่อยู่ราว 6-7% โดยบริษัทฯ รุกตลาดยาจำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์/ร้านขายยา (OTC) ซึ่งตั้งเป้าส่วนแบ่งทางการตลาดติดอันดับ 1 ใน 10 จากปัจจุบันอยู่ที่อันดับประมาณ 15 โดยภาพรวมในปี 2572 คาดหวังรายได้รวมทั้งบริษัทฯ แตะระดับ 4,000 ล้านบาท
"แผน 3-5 ปี เราอยากเติบโตให้สอดคล้องกับตลาด Healthcare โดยตลาดโดยทั่วไปก็โตปีละประมาณ 6-7% ในการเติบโต แต่ของเราอาจจะ challenge ตัวเองหน่อย เพราะว่าเป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ และเข้าโครงการ JUMP+ ด้วย โดยอยากเติบโตปีละไม่ต่ำกว่า 10% แล้วให้ได้เป้าหมายที่ตั้งใจไว้ คืออยู่ใน Top tier ของบริษัท Healthcare ประเทศไทยในอนาคตด้วย" นายประพลกล่าว
โดยปัจจุบันบริษัทฯ ยังคงเดินหน้าตั้งเป้าผลักดันสินค้าเข้าสู่โรงพยาบาลจังหวัด โรงพยาบาลศูนย์ โรงเรียนแพทย์ และโรงพยาบาลเอกชน เพื่อขยับขึ้นสู่ส่วนแบ่งการตลาด 1 ใน 10 ของกลุ่มดังกล่าว จากปัจจุบันที่อยู่อันดับประมาณ 20 ต้นๆ
ด้านตลาดต่างประเทศ เตรียมผลักดันแบรนด์หลักอย่าง "โพรโพลิซ" (Propoliz) ให้กลายเป็นแบรนด์ระดับภูมิภาค (Regional Brand) พร้อมขยายตลาดต่างประเทศปีนี้อีก 2-3 แห่ง จากเดิม 7 ประเทศ ให้ได้เกือบ 10 ประเทศภายในปีนี้ โดยล่าสุดได้เซ็นสัญญากับคู่ค้าในเกาหลีใต้และอินโดนีเซียแล้ว คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ช่วงปลายปี 2569 หรือต้นปี 2570 พร้อมทั้งอยู่ระหว่างเจาะตลาดฟิลิปปินส์และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง เช่น โอมาน เป็นต้น
"ต่างประเทศเรามีเกาหลี และอินโดนีเซียที่มีการเซ็นสัญญากันไว้แล้ว แต่ในเรื่องของตัว Commercial ที่จะเกิดยอดขายจริง ๆ อาจจะเป็นในเรื่องของปลายปีจนถึงต้นปีหน้า นอกจากนี้ยังมีในส่วนประเทศอื่นอย่างฟิลิปปินส์ รวมถึงกลุ่มในตะวันออกกลางอื่น ๆ ที่เราเริ่มเจาะ อย่างโอมาน ซึ่งเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจ" นายประพลกล่าว
นอกจากนี้บริษัทตั้งเป้าออกสินค้าใหม่ปีละ 15 - 20 รายการ โดยในช่วงปีนี้ออกสินค้าใหม่มาแล้วประมาณ 7-8 รายการ ซึ่งสินค้าใหม่สามารถสร้างการเติบโตระดับ Double Digit มาโดยตลอด สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชะลอวัย (Longevity Supplement) ตั้งเป้าให้กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชะลอวัยสร้างสัดส่วนรายได้คิดเป็น 5% ของรายได้รวมบริษัทฯ ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า
สำหรับความร่วมมือลักษณะการควบรวมกิจการ (M&A) ล่าสุดบริษัทฯ ได้ร่วมมือกับผลิตภัณฑ์แม่และเด็กแบรนด์ "ละมุน" (Lamoon) ซึ่งจะช่วยให้ TMAN สามารถขยายฐานผู้บริโภคเข้าสู่กลุ่มแม่และเด็กซึ่งยังมีโอกาสเติบโตเพราะแบรนด์ดังกล่าวเจาะกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับออร์แกนิคและธรรมชาติ ซึ่งบริษัทฯ มีแผนนำทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) เข้าไปพัฒนาสินค้า เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มดังกล่าวเพิ่ม
สร้าง New S-Curve ปั้น Longevity เป็น Growth Engine ใหม่
ทั้งนี้บริษัทฯ รุกสร้าง New S-Curve ในกลุ่มธุรกิจ Health & Wellness ด้วยนวัตกรรม Longevity และการเพิ่มช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดีให้ยาวนาน (Healthspan) สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ ‘มุ่งมั่นขับเคลื่อนนวัตกรรมสุขภาพ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน’ โดยนำความเชี่ยวชาญและฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งเป็นแกนหลักขับเคลื่อน เพื่อรับกับทิศทางอุตสาหกรรม Health & Wellness ทั่วโลกเข้าสู่ยุคการดูแลชีวิตให้ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ (Longevity)
ส่งผลให้มีความต้องการการดูแลในเชิงของการป้องกัน การเข้าสู่สังคมสูงวัย และภาวะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เป็นปัจจัยสำคัญทำให้ตลาด Healthcare ของประเทศไทยเติบโต โดยประเมินมูลค่าตลาดปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 37.65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 61.38 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2575 เติบโตเฉลี่ย 8.49% ต่อปี (ข้อมูล MarkNtel Advisors)
โดยแผนธุรกิจการขยายพอร์ตโฟลิโอ Longevity ภายใน 5 ปี จะส่งมอบผลิตภัณฑ์กลุ่มการดูแลสุขภาพที่มุ่งเน้นโซลูชันการดูแลชีวิตให้ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ (Science-backed Longevity Solutions) ประมาณ 15 รายการ (SKUs) ที่ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน, การสูงวัยอย่างมีสุขภาพดีและสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ครอบคลุมทั้งระบบเผาผลาญและในระดับเซลล์, สุขภาพลำไส้และการอักเสบ, สมองและการนอนหลับ รวมถึงสุขภาพผิว
รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีงานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ และในระยะยาวจะพัฒนาสู่ Health Solutions ที่ผสานกับเทคโนโลยี โดยในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า วางเป้าหมายจะมีรายได้จากกลุ่มดังกล่าว 5–10% ของพอร์ตโฟลิโอ ซึ่งจะเป็น Growth Engine ใหม่ ที่เข้ามาเสริมฐานธุรกิจให้แข็งแกร่ง พร้อมวางเป้าหมายยกระดับจากผู้ผลิตและจำหน่ายเวชภัณฑ์ยา สู่การเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์สุขภาพครบวงจร ครอบคลุมทั้งการรักษา การป้องกันโรค การดูแลสุขภาพ และคุณภาพชีวิต เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
โดยบริษัทฯ นำศักยภาพกลุ่มบริษัทในเครือ ได้แก่ “ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล” ที่มีเชี่ยวชาญด้านการผลิตยา การควบคุมคุณภาพ และการวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ “โนว่า เฮลธ์” ที่พร้อมเปิดรับนวัตกรรม (Open Innovation) และการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และธุรกิจใหม่ และ “โรงงานเฮเว่น เฮิร์บ” เป็นหนึ่งในฐานการผลิตที่ครบวงจรที่สุด โดยบริษัทฯ สามารถนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และมาตรฐานระดับอุตสาหกรรมยา งานวิจัย และเทคโนโลยีที่มีศักยภาพ มาประยุกต์ใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์ รุกขยายฐานตลาดทั้งในและต่างประเทศ ทั้งในรูปแบบการรับจ้างผลิต (OEM) และการออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ (ODM)
|