KSL คาดปริมาณอ้อยเข้าหีบฤดูผลิตปี 69/70 เพิ่มเป็น 8.5-9 ล้านตัน จาก 8.3-8.4 ล้านตันปีก่อน รับอานิสงส์เครื่องจักรเดินหน้าเต็มประสิทธิภาพ พร้อมมองราคาน้ำตาลโลกมีแนวโน้มดีขึ้น หลังอินเดียหันนำเข้า-ผลผลิตบราซิลลดลง เดินหน้าหาพันธมิตรต่อยอดธุรกิจความหวาน-พลังงานหมุนเวียน นายชลัช ชินธรรมมิตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) หรือ KSL เปิดเผยว่า คาดการณ์ KSL จะมีปริมาณอ้อยเข้าหีบสำหรับฤดูกาลผลิตปี 2569/2570 (เริ่มเปิดหีบประมาณเดือนธันวาคม 2569 - มีนาคม 2570) ว่าจะมีจำนวนอยู่ที่ประมาณ 8.5 - 9 ล้านตัน ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มียอดรวมประมาณ 8.3 - 8.4 ล้านตัน
โดยมีปัจจัยสนับสนุนมาจากประสิทธิภาพของเครื่องจักรที่กลับมาเริ่มดำเนินการณ์ได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น จากในอดีตโรงงานสระแก้วเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ ทำให้การประกอบเครื่องจักรยังมีปัญหา และเดินเครื่องได้ไม่เต็มที่หรือต้องหยุดซ่อมบ่อยครั้งซึ่งในครั้งนี้จะเดินหีบเป็นครั้งที่ 3 แล้ว
อย่างไรก็ตามความกังวลในพื้นที่สระแก้ว ปัญหาชายแดนและความปลอดภัย ยังมีความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยพื้นที่ไร่อ้อยบางส่วนยังมีทุ่นระเบิดตกค้าง ส่วนประเด็นไม่ให้ชาวบ้านเผาแต่ทำให้ปริมาณการเก็บเกี่ยวลด ซึ่งทำให้รายได้ชาวบ้านลดลง ประเด็นนี้ยังต้องขอความเห็นใจและมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ
สำหรับราคาน้ำตาลในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น โดยปัจจุบันราคาขึ้นมาทดสอบที่ระดับ 16-17 เซนต์ต่อปอนด์ โดยมีปัจจัยหนุนจากอินเดียประกาศซื้อน้ำตาล จากเดิมที่เป็นผู้ส่งออกมาตลอด เนื่องจากความต้องการบริโภคในประเทศสูงมาก, บราซิลผลผลิตมีแนวโน้มลดลง และมีการนำอ้อยไปผลิตเอทานอลมากขึ้นตามทิศทางราคาพลังงาน, ด้านสภาพภูมิอากาศปรากฏการณ์เอลนีโญ และคลื่นความร้อนในยุโรปส่งผลกระทบต่อผลผลิตน้ำตาล
ทั้งนี้สำหรับปริมาณผลผลิตอ้อยไทยทั้งอุตสาหกรรม ในงวดปี 69/70 คาดว่าจะผลิตได้ใกล้เคียงกับงวดปีก่อนที่ระดับประมาณ 105.86 ล้านตัน
80 ปี KSL ถอดบทเรียนธุรกิจ ปักหมุด ผู้นำอุตสาหกรรมความหวาน
กลุ่มน้ำตาลขอนแก่น หรือ KSL Group ก่อตั้งขึ้นในปี 2488 ด้วยกำลังการผลิต 600 กิโลกรัมต่อวัน กว่า 8 ทศวรรษที่ผ่านมา หรือกว่า 80 ปี เราพัฒนากระบวนการผลิตและนำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาใช้ในอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันเรามีกำลังการผลิตถึง 150,000 ตันอ้อยต่อวัน เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำตาลอันดับ 3 ของประเทศไทย ที่ส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้คนไทยและส่งออกทั่วโลก
สะท้อนการเติบโตที่มาจากความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจเพื่อผลิตสินค้าที่ดี มีคุณภาพ และได้มาตรฐานสากล เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ ถอดบทเรียนจากวิกฤตสู่การเติบโต
ย้อนกลับไปในปี 2535 เราเผชิญกับวิกฤตกากน้ำตาลรั่วไหลลงแหล่งน้ำสาธารณะ เป็นเหตุการณ์ที่สร้างบทเรียนสำคัญให้เรายกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการโรงงาน ควบคู่กับการออก พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาสิ่งแวดล้อมของภาครัฐ
ปี 2540 ในวิกฤตต้มยำกุ้ง ทั้งประเทศเจอกับวิกฤตค่าเงินบาทลอยตัว ถือเป็นบทเรียนสำคัญด้านการบริหารจัดการเงินอย่างรัดกุมและรอบคอบ ซึ่งเป็นรากฐานของวินัยทางการเงินของบริษัทจนถึงปัจจุบัน
ปี 2562 วิกฤตโรคระบาดโควิด-19 การค้าชะงักและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผลักดันให้ธุรกิจต้องปรับตัว เราพบโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำตาลเพื่อสุขภาพ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ และได้สร้างมิติใหม่ให้กับวงการอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล
จากวิกฤตที่ผ่านมา กลยุทธ์ที่ทำให้กลุ่มน้ำตาลขอนแก่นก้าวผ่านบททดสอบสู่การเติบโต คือ “การมีวินัยทางการเงิน เพราะเงินคือกุญแจสำคัญในการบริหารธุรกิจทั้งในภาวะปกติและฉุกเฉิน เลือกลงทุนในสิ่งที่ตอบโจทย์ มองให้ออกถึงความต้องการของลูกค้าและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงทิศทางของตลาด และอุตสาหกรรม แล้วเลือกลงทุนให้ตรงจุด มองปัญหาในมุมกว้าง
เมื่อเกิดปัญหาให้ถอยออกมามองในภาพรวมเพื่อให้เห็นจุดเชื่อมโยง ลดจุดบอด ป้องกันการเกิดปัญหาซ้ำซ้อน สุดท้ายทุกธุรกิจ ต้องสร้างผู้สืบทอด เรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกัน ป้องกันความเสี่ยง พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง และส่งต่อธุรกิจให้กับคนรุ่นใหม่ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการส่งต่อธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่นอย่างมั่นคง
การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล
ทุกวันนี้ อ้อย ไม่ได้เป็นเพียงวัตถุดิบของน้ำตาล แต่เป็นวัตถุดิบต้นทางของพลังงานชีวภาพอื่น ๆ อาทิ ไฟฟ้าชีวมวล เอทานอล ก๊าซชีวภาพ และปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งหากได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐก็จะกลายเป็นอนาคตพลังงานหมุนเวียนทางเลือกของไทย ที่จะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานและสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน
สถิติผลผลิตอ้อยไทย ย้อนหลัง 3 ปี พบว่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฤดูการผลิตปี 66/67 มีผลผลิตอ้อยอยู่ที่ 82.17 ล้านตัน ฤดูการผลิตปี 67/68 อยู่ที่ 92.04 ล้านตัน และฤดูการผลิตปี 68/69 อยู่ที่ 105.86 ล้านตัน โดยมีปัจจัยจากสภาพอากาศและปริมาณน้ำฝนที่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูกมากขึ้น
แม้แนวโน้มผลผลิตอ้อยโดยรวมจะปรับตัวดีขึ้น แต่อุตสาหกรรมยังต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงสำคัญอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศและปริมาณน้ำฝนในแต่ละปี ซึ่งเป็นตัวแปรหลักที่กำหนดปริมาณผลผลิตอ้อย รวมถึงแรงงาน และราคาต้นทุนพลังงาน อาทิ น้ำมันและปุ๋ยเคมี ที่ยังคงผันผวนและส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการเพาะปลูกของเกษตรกรชาวไร่อ้อย
ขณะเดียวกันนโยบายลดการเผาอ้อยที่เข้มข้น เป็นตัวเร่งให้ หน่วยงานราชการ โรงงาน และเกษตรกร ร่วมกันเปลี่ยนผ่านสู่การเก็บเกี่ยวอ้อยสดแล้วกว่า 96.20% ทำให้ปัจจุบันมีปริมาณอ้อยเผาในระบบเพียง 3.80% สะท้อนภาพความร่วมมือในการลดฝุ่น PM 2.5 จากการเผาอ้อยในฤดูเก็บเกี่ยวอย่างเป็นรูปธรรม ปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทยในระยะถัดไป ซึ่งเรายังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อวางแผนรับมือล่วงหน้า
ก้าวต่อไปของกลุ่มน้ำตาลขอนแก่น
จุดแข็งของเรา คือการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการผลิต ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เราสามารถพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ได้อย่างต่อเนื่องตลอด 80 ปีที่ผ่านมา แผนธุรกิจนับจากนี้คือการมองหาพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อนำทรัพยากรที่มีอยู่ในกระบวนการผลิตไปต่อยอดสู่ ธุรกิจความหวานและพลังงานหมุนเวียน ในมิติใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นกากอ้อย วัตถุดิบตั้งต้นสู่พลังงานชีวมวลและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง ไฟฟ้าชีวมวล ต่อยอดสู่ธุรกิจพลังงานสะอาด กากน้ำตาล วัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมต่อเนื่อง และปุ๋ยอินทรีย์ หมุนเวียนทรัพยากรกลับสู่ภาคเกษตรอย่างครบวงจร การผนึกกำลังกับพันธมิตรจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจหลักและเปิดโอกาสการเติบโตใหม่ ๆ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การเป็น ผู้นำนวัตกรรมพลังงานธรรมชาติ เพื่อทุกความต้องการ
"เราเปิดรับการร่วมทุนกับพันธมิตรเพื่อต่อยอดธุรกิจ โดยเฉพาะในธุรกิจที่ ใช้ประโยชน์จากน้ำตาล เป็นวัตถุดิบ เช่น โรงงานขนม, ไอศกรีม หรือนมข้นหวาน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและประกันยอดขายน้ำตาลของบริษัท" นายชลัชกล่าว
ขณะเดียวกัน เราตระหนักดีว่ายังมีเรื่องท้าทายที่ต้องเดินหน้าศึกษาและพัฒนาอย่างจริงจังต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องเพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม การเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมสีเขียว และการมุ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นเป้าหมายของภาครัฐและตลาดโลกที่เราต้องร่วมกันขับเคลื่อน เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเติบโตในระยะยาว
ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews
|