สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AEONTS จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 8 ต.ค. 69 ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส | ซื้อ | 123.00 | บล.ทิสโก้ | ถือ | 112.00 | บล.เคจีไอ | Underperform | 98.00 | บล.ยูโอบีเคย์เฮียน | ถือ | 98.00 | บล.ฟิลลิป | ทยอยซื้อ | 96.00 | บล.กรุงศรี | Reduce | 80.00 |
สรุปปัจจัยบวก + ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสูงกว่าคาด โดยประกาศจ่ายที่ 3.00 บาท/หุ้น (สูงกว่าปีก่อนที่ 2.55 บาท/หุ้น) คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend yield) ระดับ 3.3% - 6.6% ต่อปี (บล.ทิสโก้, บล.ฟิลลิป, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส)
+ กำไรสุทธิไตรมาส 2 (642 ล้านบาท) ยังคงสอดคล้องและเป็นไปตามที่บางโบรกเกอร์คาดการณ์ไว้ (บล.ทิสโก้, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส)
+ ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี โดยค่าใช้จ่ายในการบริหารและการขาย (SG&A / OPEX) ปรับตัวลดลง 6.2% - 8.1% (บล.ทิสโก้, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส)
+ รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสูงขึ้น โดยรายได้จากการเรียกเก็บหนี้สูญคืนเพิ่มขึ้น 4.5% YoY (ทรงตัวที่ 616 ล้านบาท) และมีการบันทึกกำไรจากสินทรัพย์ที่ตัดจำหน่าย 144 ล้านบาท (บล.ทิสโก้, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ฟิลลิป)
+ ราคาหุ้นยังมีส่วนต่าง (Upside) ให้ลงทุนได้ และคาดว่าสินเชื่อในช่วงครึ่งปีหลังน่าจะฟื้นตัวขึ้นได้ (บล.ฟิลลิป)
สรุปปัจจัยลบ - กำไรสุทธิไตรมาส 2 (642 ล้านบาท) ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ 15-18% และลดลง 18-19% YoY, 19% QoQ (บล.ทิสโก้, บล.ฟิลลิป, บล.กรุงศรี, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน)
- คุณภาพสินทรัพย์อ่อนแอลงต่อเนื่อง ส่งผลให้หนี้เสีย (NPL) ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 5.90 - 5.93% (จาก 5.59% ในไตรมาสก่อน) และหนี้ Stage 2 ปรับเพิ่มขึ้น (บล.ทิสโก้, บล.ฟิลลิป, บล.กรุงศรี, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน)
- ภาระการตั้งสำรองพุ่งสูง โดย Credit cost (ECL) ปรับเพิ่มขึ้นแรงมาอยู่ที่ระดับ 9.7% - 9.8% จาก 7.6% ในไตรมาสก่อนหน้า จากคุณภาพพอร์ตสินเชื่อในประเทศและกัมพูชาที่ด้อยลง (บล.ทิสโก้, บล.ฟิลลิป, บล.กรุงศรี, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน)
- พอร์ตสินเชื่อหดตัวต่อเนื่องทุกกลุ่ม โดยลดลง 1% - 1.2% QoQ และ 2% - 4.4% YoY (สินเชื่อบัตรเครดิต, ส่วนบุคคล และเช่าซื้อหดตัวแรง) กดดันรายได้ดอกเบี้ยให้ลดลงตาม (บล.ทิสโก้, บล.ฟิลลิป, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ)
- ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยและ Yield ลดลงแรง อัตราผลตอบแทนสินเชื่อลดลงเกือบ 40 bps QoQ เนื่องจากกลุ่มสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูงเช่นเช่าซื้อหดตัวลง (บล.เคจีไอ)
- ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจซบเซา ซึ่งกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของกลุ่มลูกค้ารายได้น้อย (สัดส่วน 60-70% ของพอร์ต) โดยโบรกฯ มองว่าการจัดการคุณภาพสินทรัพย์อาจต้องใช้เวลาอีก 2-3 ไตรมาส (บล.ทิสโก้, บล.กรุงศรี, บล.เคจีไอ)
- โครงการซื้อหุ้นคืนกำลังจะสิ้นสุด ในวันที่ 19 ต.ค. นี้ ซึ่งอาจทำให้หมดแรงพยุง และสร้างแรงกดดันด้านราคาในฝั่งขาลงต่อหุ้นได้ (บล.เคจีไอ)
. 
|
. |