Light Mode
Dark Mode
เลือกวิธีการเข้าใช้งานที่ต้องการ
ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ? สร้างบัญชีฟรี
เลือกวิธีการสมัครสมาชิกที่คุณต้องการ
มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ? ลงชื่อเข้าใช้งาน
Ref:
ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?กด ส่งรหัสใหม่ ได้ใน นาที
เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณเรียบร้อยแล้ว
กรุณากรอกอีเมล
ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?กด ส่งรหัสใหม่ ได้ใน
เราได้ดำเนินการตั้งรหัสผ่านใหม่ของคุณเรียบร้อยแล้ว
โปรดเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่เพื่อความปลอดภัยของท่าน
Share
FTA Watch แถลงการณ์ จี้กกร.ต้องอธิบายสังคม หลังหนุนไทยร่วม CPTPP เหตุเนื้อหายังไม่ชัดเจน ทั้งเรื่องการเข้าถึงยา และสิทธิผูกขาดในเมล็ดพันธุ์
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน หรือ FTA Watch ออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊ค "FTA Watch" ว่า จากกรณีที่ นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศ เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (พุธที่ 10 มิ.ย.) จะมีการประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบัน หรือ กกร.ประกอบด้วย หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสมาคมธนาคารไทย
โดยในการประชุม จะนำข้อสรุปของคณะทำงานศึกษาการเข้าร่วม Comprehensive and Progressive Trans-pacific Partnership หรือ ความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) เสนอต่อที่ประชุมกกร. เพื่อกำหนดจุดยืนของกกร. เสนอต่อรัฐบาล โดยเบื้องต้นจะสนับสนุนให้ไทยเข้าร่วมการเจรจาความตกลง CPTPP ทั้งนี้ FTA Watch ยังเชื่อว่า กกร.จะมีข้อสรุปและเหตุผลที่อธิบายกับสังคมได้มากกว่านี้ เพราะจากการประชุมร่วมกับ กกร.เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น พบว่า ตัวแทนของสภาอุตสาหกรรม เห็นด้วยกับทางทีมวิชาการของ FTA Watch ว่า เนื้อหาใน CPTPP โดยเฉพาะประเด็น การเชื่อมโยงระบบสิทธิบัตรกับการขึ้นทะเบียนยา (Patent Linkage) จะส่งผลกระทบทางลบต่อการเข้าถึงยา และอุตสาหกรรมยา
นอกจากนี้จะทำให้ยาชื่อสามัญเข้าสู่ตลาดช้าลง หากประเทศไทยประกาศ CL (การบังคับใช้สิทธิ - Compulsory Licensing) มีความเสี่ยงที่จะถูกฟ้องจากรัฐภาคีหรือนักลงทุนต่างชาติได้ และผลกระทบต่อผู้ผลิตในประเทศจากบทการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และตัวแทนสภาอุตสาหกรรมที่มีประสบการณ์ด้านการเจรจาความตกลงการค้าระหว่างประเทศ ยังชี้ว่า เนื้อหาของ CPTPP ยังมีความไม่ชัดเจนอีกหลายจุดที่จะสร้างปัญหาตีความในอนาคต
ขณะเดียวกัน ตัวแทนของสภาหอการค้าไทยกลุ่มใหญ่ มาจากสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทยและสมาคมเมล็ดพันธุ์พืชภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค (APSA) กลับเห็นว่า ควรขยายการคุ้มครองนักปรับปรุงพันธุ์ โดยเน้นว่า ต้องสร้างแรงจูงใจนักปรับปรุงพันธุ์ ให้ปรับปรุงพันธุ์พืชอื่นๆเพิ่มขึ้น ด้วยการได้รับสิทธิผูกขาดในเมล็ดพันธุ์เพิ่มขึ้น รวมถึงการห้ามเกษตรกรเก็บไปปลูกต่อ โดยเฉพาะ ข้าวซึ่งเป็นเมล็ดพันธุ์ผสมเปิด ที่ปัจจุบันเกษตรกรไทยเก็บเมล็ดพันธุ์ไปปลูกต่อได้
ดังนั้น ท่าทีและข้อเสนอของ กกร.หากออกมาในทิศทางให้เข้าไปเจรจาของเข้า CPTPP ไปก่อน กกร.ต้องแสดงอย่างชัดเจนว่า นี่มาจากอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์และอุตสาหกรรมเกษตรยักษ์ใหญ่ที่ลากจูงมติ
แท็กที่เกี่ยวข้อง
เราใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดี และพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ ตรงกับความต้องการของคุณมากยิ่งขึ้น คุณสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้