SCB เปิดเผยกำไรไตรมาส 2/69 กำไร 11,117 ล้านบาท ลดลง 13.10%YoY ส่วนครึ่งปีอยู่ที่ 21,312 ล้านบาท ลดลง 15.7%YoY รับรายได้ดอกเบี้ยลดลง แต่ค่าธรรมเนียม และ ธุรกิจเวลธ์ยังเติบโตแข็งแกร่ง ขณะที่ NPL อยู่ที่ 3.17% และ Coverage Ratio ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 158.6% บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 มีจำนวน 11,117 ล้านบาท ลดลง 13.1% จาก 12,786 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2568 โดยการลดลงดังกล่าวมีสาเหตุหลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลง ซึ่งเป็นผลจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงที่ผ่านมา และ การเติบโตของสินเชื่อที่ยังอยู่ในระดับจำกัด รวมถึงกำไรจากการลงทุนที่ลดลงท่ามกลางสภาวะตลาดที่ผันผวน อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้ค่าธรรมเนียม โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง สอดคล้องกับกิจกรรมการลงทุนของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น และ การเติบโตอย่างต่อเนื่องของสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) ช่วยบรรเทาผลกระทบจากปัจจัยกดดันดังกล่าวได้บางส่วน นอกจากนี้ ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น และ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลง รวมถึงการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัยควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ช่วยสนับสนุนความสามารถในการรักษาเสถียรภาพของผลประกอบการของกลุ่มเอสซีบีเอกซ์ สำหรับครึ่งปีแรกปี 2569 กำไรสุทธิอยู่ที่ 21,312 ล้านบาท ลดลง 15.7% จากจำนวน 25,288 ล้านบาท ในครึ่งปีแรกของปี 2568 โดยการลดลงนี้มาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลงเป็นหลัก รวมถึงกำไรจากการลงทุนที่ลดลง โดยปัจจัยกดดันดังกล่าวได้รับ การชดเชยบางส่วนจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตแข็งแกร่ง ร่วมกับผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น และ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลง ***โครงสร้างรายได้ที่หลากหลาย ช่วยเสริมความยืดหยุ่นของผลการดำเนินงาน รายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 27,306 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.0% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 10.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากแรงกดดันต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ภายหลังการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงปี 2568-2569 ขณะที่การเติบโตของสินเชื่อยังทรงตัวเมื่อเทียบกับสิ้นปีที่ผ่านมา สะท้อนการปล่อยสินเชื่อใหม่อย่างรอบคอบทั่วทั้งกลุ่ม ในอีกด้านหนึ่งโครงสร้างรายได้ที่หลากหลายช่วยลดทอนผลกระทบจากภาวะดอกเบี้ยขาลง โดยรายได้ค่าธรรมเนียมและอื่น ๆ อยู่ที่ 11,365 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.8% จากปีก่อน จากการเติบโตต่อเนื่องของธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ผ่านการผสานความร่วมมือของบริษัทในกลุ่ม (Group Wealth Synergy) เช่น บัตรเครดิต SCB WEALTH by CardX ที่เชื่อมโยงบริการด้านความมั่งคั่งเข้ากับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และ การขยายทางเลือกการลงทุนทั่วโลกผ่าน InnovestX ขณะที่รายได้จากการลงทุนและการค้าอยู่ที่ 2,552 ล้านบาท ลดลง 21.2% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 349.1% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากกำไรจากพอร์ตการลงทุนของธนาคารที่ปรับตัวดีขึ้น ***วินัยด้านต้นทุนอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งกลุ่ม ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมีจำนวน 17,042 ล้านบาท ลดลง 2.2% จากปีก่อน ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 41.3% สะท้อนวินัยในการบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ผ่านมาตรการที่ครอบคลุมหลายด้าน ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างเหมาะสม การปรับโครงสร้างค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ และ การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และระบบอัตโนมัติมาใช้ตลอดกระบวนการทำงานของบริษัทในกลุ่ม ท่ามกลางแรงกดดันด้านรายได้จากสภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยขาลง ***ดูแลลูกค้าอย่างตรงจุด พร้อมรักษาคุณภาพสินทรัพย์ให้อยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง บริษัทในกลุ่มยังคงให้ความช่วยเหลือลูกค้าอย่างต่อเนื่องและตรงจุด ผ่านโครงการ "คุณสู้ เราช่วย" และ การปรับโครงสร้างหนี้สำหรับลูกค้าที่มีศักยภาพในการฟื้นตัว ควบคู่กับการบริหารคุณภาพสินทรัพย์เชิงรุก โดยอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Ratio) ณ สิ้นไตรมาสอยู่ที่ 3.17% ปรับตัวดีขึ้นจาก 3.23% ในไตรมาสก่อนหน้า การตั้งสำรองลดลง 5.3% จากปีก่อน ขณะที่ Coverage Ratio ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 158.6% และ เงินกองทุนตามกฎหมายอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 18.6% ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |