Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    Swift Mode คือ?
    โหมดที่ช่วยปรับเปลี่ยนการแสดงผลของธีมระหว่าง Dark Mode และ Light Mode
    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026NEW
    • ESG 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026NEW
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR

Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026NEW
    • ESG 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026NEW
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR
ลงชื่อเข้าใช้งาน

เลือกวิธีการเข้าใช้งานที่ต้องการ

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

ลงชื่อเข้าใช้
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือหรืออีเมล

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

สร้างบัญชี

เลือกวิธีการสมัครสมาชิกที่คุณต้องการ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

สร้างบัญชี
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

เมื่อกดสร้างบัญชี ถือว่าคุณได้ยอมรับ ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน และ รับทราบ ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว ของ efinancethai
ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน นาที

สร้างบัญชี
อีเมลนี้เคยเข้าใช้งานแล้ว สามารถ ได้ทันที
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ลืมรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมล

ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน

สร้างรหัสผ่าน
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
ตั้งรหัสผ่านใหม่เสร็จสิ้น

เราได้ดำเนินการตั้งรหัสผ่านใหม่ของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน
ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่ารหัสผ่าน

โปรดเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่เพื่อความปลอดภัยของท่าน

  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
เปลี่ยนรหัสผ่าน
`
  1. หน้าหลัก
  2. ข่าวหุ้นล่าสุด
  3. รายละเอียด ข่าวหุ้นล่าสุด
ข่าวหุ้นล่าสุด
17 มิ.ย. 2026 เวลา 15:12

CGSI ชี้กลุ่มอาหาร ดันกำไร CRC โตแกร่ง พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย 24.40 บาท

CGSI ชี้กลุ่มอาหาร ดันกำไร CRC โตแกร่ง พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย 24.40 บาท

Share

twitter icon
line icon
 

 

CGSI ประเมิน CRC มีโครงสร้างธุรกิจที่เปลี่ยนไป ชี้ "กลุ่มอาหาร" กลายเป็นเครื่องยนต์หลักสร้างกำไรเติบโตโดดเด่น คาดสัดส่วน EBITDA เพิ่มเป็น 32% ในปี 71 พร้อมปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 69 ขึ้น 5.2% ปรับราคาเป้าหมายเป็น 24.40 บาท และ ยังคงแนะนำ "ซื้อ"

 

ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุว่า นักลงทุนยังคงมอง CRC เป็นธุรกิจค้าปลีกที่เติบโตเต็มที่แล้ว และ ยังถูกขับเคลื่อนหลักโดยกลุ่มห้างสรรพสินค้าและสินค้าตกแต่งบ้าน ซึ่งมีโอกาสเติบโตเชิงโครงสร้างค่อนข้างจำกัดมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์ฯ มองว่า CRC ในปัจจุบันแตกต่างจากเมื่อปีก่อนๆ อย่างมีนัยสำคัญ แม้กลุ่มแฟชั่นยังคงเป็นธุรกิจที่สร้างกระแสเงินสดได้อย่างมั่นคง กลุ่มฮาร์ดไลน์กำลังพัฒนาเป็นธุรกิจสร้างกำไรได้อย่างเต็มที่มากขึ้น แต่กลุ่มอาหารกำลังกลายเป็นเครื่องยนต์สำคัญที่สุดในการเติบโตของ CRC

 

ฝ่ายวิเคราะห์ฯ คาดว่า สัดส่วน EBITDA จากกลุ่มอาหารจะเพิ่มขึ้นจาก 26% ในปี 68 เป็น 32% ในปี 71 โดยมองว่า Bloomberg consensus ยังไม่ได้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างกำไรของ CRC ครั้งนี้อย่างเต็มที่นัก

 

กลุ่มอาหารแตกต่างจากกลุ่มแฟชั่นและฮาร์ดไลน์ โดยกลุ่มอาหารมีปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตหลายด้านทั้งในไทยและเวียดนาม ไม่ว่าจะเป็นการขยายสาขา การปรับปรุงความสามารถในการทำกำไร และ ประโยชน์จากขนาดธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น ฝ่ายวิเคราะห์มองว่า Tops ได้ปลดล็อกโอกาสการเติบโตระยะยาวมากขึ้นผ่านรูปแบบร้าน standalone ขณะที่ GO Wholesale มีแนวโน้มใกล้เข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญหลังจากผลขาดทุนเริ่มทรงตัว

 

ส่วนธุรกิจในเวียดนาม น่าจะได้ประโยชน์จากโครงสร้างประชากรที่เอื้ออำนวย การขยายตัวของเมือง และ อัตราการเข้าถึงของธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ (modern trade) ที่ยังอยู่ในระดับต่ำเชื่อว่า ธุรกิจเหล่านี้จะช่วยสนับสนุนให้ CRC มีโครงสร้างกำไรที่แข็งแกร่ง ยืดหยุ่น และ มีคุณภาพมากขึ้นในช่วงปี 69-71

 

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า อาจปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 69, 70, และ 71 ขึ้น 5.2%, 7.5% และ 9.4% ตามลำดับ โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นต่อกลุ่มอาหาร และ วินัยด้านต้นทุนที่ดีขึ้น แม้หลังการปรับประมาณการครั้งนี้ ทำให้ประมาณการกำไรสุทธิปี 69-70 ของฝ่ายวิเคราะห์ฯ ยังคงสูงกว่า Bloomberg consensus ราว 4-5% ซึ่งสะท้อนว่า ตลาดอาจยังไม่ได้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างกำไรของ CRC อย่างเต็มที่เชื่อว่า สัดส่วนกำไรที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มอาหาร ประกอบกับ ความสามารถในการทำกำไรของ GO Wholesale ที่ทยอยปรับตัวดีขึ้น อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ตลาดปรับประมาณการกำไรขึ้นได้อีกในอนาคต

 

อย่างไรก็ตาม ยังแนะนำ "ซื้อ" CRC และ ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 24.40 บาท โดยสัดส่วนกำไรที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจที่มีการเติบโตเชิงโครงสร้างที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่นมากขึ้น ทำให้มองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรของบริษัท และ เมื่อความคาดหวังนี้ค่อยๆ กลายเป็นจริง เชื่อว่า ตลาดอาจปรับเพิ่มประมาณการกำไร และ การประเมินมูลค่าหลังจากนี้ ซึ่ง CRC จะมี downside risk หากความสามารถในการทำกำไรของ GO Wholesale เพิ่มขึ้นช้ากว่าคาด และ ความเสี่ยงด้านการขยายสาขาในเวียดนาม ส่วน upside risk คือ การใช้จ่ายของผู้บริโภคไทยฟื้นตัวเร็วกว่าคาด และ ความสำเร็จในการขยายสาขาในเวียดนาม

 

***เปิดโครงสร้างที่เปลี่ยนไปของ CRC

 

-กลุ่มแฟชั่นมีแนวโน้มฟื้นตัว โดยธุรกิจที่เติบโตเต็มที่พร้อมโอกาสการเติบโตแบบ "selective growth"

 

แม้ว่าแนวโน้มการเติบโตในระยะยาวของธุรกิจแฟชั่นของ CRC อาจดูไม่น่าสนใจนัก แต่มองว่า ธุรกิจนี้ยังคงเป็นเสาหลักสำคัญที่สร้างผลกำไรให้กับกลุ่มบริษัทด้วยสัดส่วน 39% ของ EBITDA รวมของกลุ่มในไตรมาส 1/69 โดยธุรกิจห้างสรรพสินค้ารูปแบบดั้งเดิมเข้าสู่ระยะเติบโตเต็มที่แล้วจึงทำให้โอกาสในการขยายสาขาเพิ่มมีค่อนข้างจำกัด อีกทั้ง การแข่งขันจากแพลตฟอร์มออนไลน์รุนแรงขึ้น ดังนั้น การเติบโตของธุรกิจนี้จึงน่าจะมาจากร้านจาหน่ายสินค้าแฟชั่นเฉพาะทาง อย่างเช่น Supersports และ ร้านแฟชั่นกีฬาอื่น ๆ ภายในกลุ่ม

 

นอกจากนี้ CRC ยังพยายามปรับพอร์ตธุรกิจด้วยการเลือกเข้าซื้อกิจการและการหาพันธมิตรทางธุรกิจ ประกอบด้วย การเข้าซื้อหุ้น 75% ใน Rev Runnr (ร้านค้าปลีกชั้นนำที่จำหน่ายสินค้าและอุปกรณ์สำหรับการวิ่งในไทย) ในปี 2567 และ การถือหุ้น 40% ใน บริษัท เจดี สปอร์ตส์ แฟชั่น(ประเทศไทย) จำกัด (ผู้ประกอบการไทยในธุรกิจแบรนด์แฟชั่นกีฬาระดับโลก) ในต้นปี 2569 อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของกลยุทธ์เหล่านี้ขึ้นอยู่กับการคัดเลือกแบรนด์ที่สามารถตอบโจทย์ของผู้บริโภค ซึ่งความนิยมสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

 

อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าธุรกิจแฟชั่นของ CRC อาจฟื้นตัวในช่วงที่เหลือของปี 2569 โดยกลุ่มแฟชั่นมีอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ติดลบตลอดช่วงสี่เดือนแรกของปี 2569 เนื่องจากยอดขายช่วงต้นปีได้รับผลกระทบจากฐานที่สูงจากมาตรการ Easy E-Receipt ในเดือนม.ค.-ก.พ. 2568 จึงทำให้ SSSG ติดลบตั้งแต่ -7% ถึง -10% ในเดือนม.ค.-ก.พ. 2569 จากนั้นความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และ อิหร่านกดดันการใช้จ่ายของผู้บริโภคและจำนวนนักท่องเที่ยว ส่งผลให้ SSSG อยู่ที่ -2% ถึง -3% ในเดือนมี.ค.-เม.ย. 2569

 

ในขณะที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัวในเดือนพ.ค. (สถิตินักท่องเที่ยว +3.5% yoy;นักท่องเที่ยวจากจีน +32.6%yoy) และ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นหลังราคาน้ำมันลดลงน่าจะทำให้ SSSG ของธุรกิจแฟชั่นของ CRC กลับมาเป็นบวกที่ระดับ 2% ในเดือนพ.ค. และ มีแนวโน้มจะอยู่ในแดนบวกตลอดช่วงที่เหลือของปี

 

ทั้งนี้ การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยเฉพาะการกลับมาของนักท่องเที่ยวชาวจีนจะช่วยหนุนยอดขายสินค้าแฟชั่นของ CRC เนื่องจากรายได้จากนักท่องเที่ยวคิดเป็น 15% ของยอดขายสินค้าแฟชั่นในปี 22568 และ 17% ในไตรมาส 1/69 อีกทั้ง ค่าตั๋วเครื่องบินที่แพงขึ้นอาจทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนบางส่วนเลือกเดินทางระยะใกล้มากขึ้น ซึ่งประเทศไทยมีความได้เปรียบทั้งด้านระยะทางและความคุ้มค่า

 

ดังนั้น ในภาพรวม จึงมองว่าธุรกิจแฟชั่นของ CRC ไม่ใช่เครื่องยนต์หลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของกลุ่มอีกต่อไป แต่ได้พัฒนาไปเป็นแหล่งสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งและช่วยให้ฐานกำไรของกลุ่มมั่นคง

 

-กลุ่มฮาร์ดไลน์เข้าสู่ระยะเติบโตชะลอตัว

 

ร้านไทวัสดุ (TWD) ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 64% ของยอดขายรวมของกลุ่มฮาร์ดไลน์ในประเทศของ CRC ในปี 2568 เคยเป็นหน่ึ่งในเครื่องยนต์หลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของกลุ่มจนถึง 2567 จากการขยายสาขาในเชิงรุกและภาวะอุตสาหกรรมที่เอื้ออำนวยต่อธุรกิจ อย่างไรก็ตาม การเติบโตของธุรกิจนี้ชะลอตัวลงในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา และ TWD มีกำไรสุทธิเติบโตเพียง 3.1% ในปี 2568 ทั้งนี้ อุตสาหกรรม Home improvement ของไทยเริ่มเข้าสู่ระยะที่เติบโตเต็มที่ โดยจะเห็นได้จากจำนวนสาขาใหม่ของ TWD ที่ลดลงจาก 13 สาขาในปี 2566 เหลือ 7 สาขาในปี 2567 และ เพียง 2 สาขาในปี 2568 ขณะที่บริษัทมีสาขาทั้งหมด 86 สาขา ณ สิ้นไตรมาส 1/69 จึงคาดว่า CRC จะเปิดสาขา TWD เพิ่มไม่เกินปีละ 4 สาขาตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป และ ถึงแม้ว่าการชะลอการขยายสาขาจะหมายถึงการเติบโตที่ลดลง แต่เชื่อว่าธุรกิจนี้ยังไม่ถึงจุดที่หยุดชะงัก

 

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า TWD จะได้ประโยชน์จากแรงหนุนตามวัฏจักรที่เข้ามาชั่วคราว เช่นเดียวกับผู้ค้าปลีกสินค้า Home improvement รายอื่น ซึ่งได้รับผลดีจากการที่ผู้บริโภคเร่งซื้อสินค้าล่วงหน้าในช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย. 2569 เพราะกังวลว่าราคาวัสดุก่อสร้างจะปรับตัวสูงขึ้น จึงคาดว่า SSSG จะดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากระดับ -6% ถึง -9% ในเดือนม.ค.-ก.พ. เป็น +2% ถึง +4% ในเดือนมี.ค.-เม.ย. 2569 ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) น่าจะเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งเช่นกัน เนื่องจากราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้นจะทำให้มีกาไรจากสินค้าคงเหลือในช่วงสั้นๆ จากสต็อกต้นทุนต่ำ

 

นอกจากนี้ เชื่อว่าปัจจัยบวกเหล่านี้จะไม่ยั่งยืน เพราะเมื่อผลดีจากแรงซื้อที่ถูกดึงมาล่วงหน้าหมดไป SSSG ของ TWD น่าจะลดลงเหลือประมาณ 0% ในเดือนพ.ค. 2569 และ GPM น่าจะกลับมาอยู่ในระดับปกติตั้งแต่ไตรมาส 3/69 เป็นต้นไป นอกจากนี้ คาดว่าอุปสงค์ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ จะยังเผชิญกับแรงกดดัน เนื่องจากอุปสงค์ส่วนหนึ่งถูกดึงมาใช้ล่วงหน้าแล้ว อีกทั้ง ผู้บริโภคบางส่วนอาจชะลอแผนปรับปรุง หรือ ก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่จากค่าครองชีพ และ ต้นทุนในการก่อสร้างที่สูงขึ้น

 

แม้ว่าภาพรวมอุตสาหกรรมจะอ่อนตัวลง แต่คาดว่า TWD จะยังมีกำไรสุทธิเติบโต 6.5% ในปี 2569(เพิ่มขึ้นจาก 3.1% ในปี 2568) นำโดยกำไรจากสินค้าคงเหลือที่น่าจะรับรู้ตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 1/69 จนถึงต้นไตรมาส 3/69 ส่วนในปี 2570 เชื่อว่า TWD จะยังสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดอย่างต่อเนื่องผ่านรูปแบบร้าน hybrid ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น แต่ฐาน GPM ที่สูงในปี 2569 อาจทำให้กำไรสุทธิเติบโตเพียง 6.9% ในปี 2570

 

ขณะเดียวกัน การขายเงินลงทุนใน Nguyen Kim (NK) ซึ่งผู้ค้าปลีกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในเวียดนามดำเนินการเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2569 จึงช่วยลดภาระขาดทุนที่บันทึกไว้ประมาณ 250 ล้านบาทในปี 2568 และ น่าจะช่วยหนุนกำไรของ CRC ได้เล็กน้อย นอกจากนี้ แม้ว่า CRC จะยังเดินหน้าขยายธุรกิจรูปแบบใหม่ เช่น Auto1 (ธุรกิจบริการและซ่อมบำรุงรถยนต์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว) แต่เชื่อว่าส่วนแบ่งจากธุรกิจเหล่านี้ยังน้อยเกินไปที่จะส่งผลต่อกำไรของกลุ่มฮาร์ดไลน์ อย่างมีนัยสำคัญในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า

 

กลุ่มฮาร์ดไลน์ไม่ใช่เครื่องยนต์หลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตเหมือนในอดีต แต่ไม่ได้หยุดชะงักเช่นกัน และ กำลังพัฒนาจากธุรกิจที่เติบโตด้วยการขยายสาขาไปสู่ธุรกิจที่เติบโตเต็มที่ ซึ่งสามารถสร้างกระแสเงินสดอย่างมีสเถียรภาพ และ มีกำไรเติบโตในอัตราเลขหลักเดียวระดับกลาง

 

-กลุ่มฟู้ดจะเป็นเครื่องยนต์ใหม่ที่ขับเคลื่อนกำไรของ CRC

 

กลุ่มฟู้ดจะเป็นกำลังหลักของ CRC ที่จะขับเคลื่อนการเติบโตของกำไรช่วง 3-5 ปีข้างหน้า โดยกลุ่มฟู้ดแตกต่างจากกลุ่มแฟชั่น และ กลุ่มฮาร์ดไลน์ที่มีโอกาสเติบโตเชิงโครงสร้างจำกัด เนื่องจากกลุ่มฟู้ดมีปัจจัยขับเคลื่อนกำไรที่หลากหลาย ทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม ซึ่งเกิดจากการขยายสาขา , การเพิ่มความสามารถในการทำกำไร และ ประโยชน์จากขนาดธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น อย่างไรก็ตาม มองว่า นักลงทุนอาจยังไม่รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และ น่าจะเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ประมาณการกำไรใหม่สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์

 

โดยไม่ได้คาดว่า การเติบโตของยอดขายกลุ่มอาหารจะถูกขับเคลื่อนจากธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งเพียงอย่างเดียว เนื่องจาก CRC มีปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตหลายด้านภายในกลุ่มนี้ แม้ธุรกิจค้าปลีกอาหารในประเทศไทยยังคงเป็นแกนหลักของกลุ่มอาหาร แต่เวียดนามได้กลายเป็นแหล่งการเติบโตที่มีความสำคัญมากขึ้น ขณะที่ GO Wholesale เป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญสำหรับการขยายธุรกิจในอนาคต ในมุมมองของฝ่ายวิจัย ธุรกิจเหล่านี้จะช่วยสนับสนุนให้ยอดขายและกำไรเติบโตได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้นในระยะต่อไป

 

-Tops ค่อยๆ เติบโตอย่างเงียบๆ

 

Tops supermarkets ได้พัฒนาไปเป็นธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้างมากขึ้น โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง และความสามารถในการทำกำไรที่ปรับตัวดีขึ้นจากประโยชน์ของขนาดธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น รวมถึงการบริหารสินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่สำคัญกว่านั้น การเปิดตัวรูปแบบร้าน standalone ในเดือนเม.ย. 2565 ดูเหมือนจะช่วยปลดล็อกโอกาสการเติบโตในระยะยาวของ Tops โดยลดการพึ่งพาการพัฒนาศูนย์การค้าขนาดใหญ่ นับตั้งแต่นั้นมา Tops ได้ขยายสาขาเฉลี่ย 9 สาขาต่อปีในช่วง 2566-2568 ทำให้มีเครือข่ายสาขาเพิ่มขึ้นเป็น 172 supermarkets ทั่วประเทศ ณ สิ้นปี 2568 ซึ่งรวมถึง premium supermarkets ภายใต้รูปแบบ Tops Food Hall จำนวน 17 สาขา CRC มีแผนเปิดสาขาเพิ่มอีก 8-10 สาขาในปี 2569 ส่งผลให้จำนวนสาขารวมเพิ่มขึ้นเป็น 180-182 สาขา หรือ คิดเป็นการเพิ่มขึ้นของพื้นที่ขายราว 5-6%

 

ซึ่งเชื่อว่า CRC ยังสามารถขยายสาขาด้วยความเร็วระดับนี้ต่อเนื่องไปอีก 10 ปี โดยเฉพาะในต่างจังหวัดของไทย ซึ่งรูปแบบร้าน standalone ช่วยให้ Tops สามารถเข้าถึงอุปสงค์ในพื้นที่ที่ก่อนหน้านี้อาจไม่คุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ภายใต้โมเดลการขยายสาขาแบบเดิม ที่สำคัญ ธุรกิจค้าปลีกอาหารในประเทศไทยของ CRC คิดเป็น 48% ของยอดขายกลุ่มอาหารทั้งหมดในปี 2568 ในมุมมองของฝ่ายวิจัย Tops ได้ค่อยๆ พัฒนาจากเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตที่ยึดโยงกับศูนย์การค้าไปสู่แพลตฟอร์มค้าปลีกที่สามารถขยายสาขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ มีศักยภาพในการสร้างการเติบโตระยะยาวอย่างสม่ำเสมอ

 

-GO Wholesale น่าจะผ่านจุดต่าสุดไปแล้ว

 

ผลประกอบการทางการเงินของ GO Wholesale เริ่มมีทิศทางดีขึ้น โดยถึงแม้ว่าผลขาดทุนจะเพิ่มจาก 1.6 พันล้านบาทในปี 2567 เป็น 1.9 พันล้านบาทในปี 2568 แต่เชื่อว่า GO Wholesale จะไม่ขาดทุนสูงไปกว่านี้ เนื่องจากผู้บริหารได้ปรับกลยุทธ์จากการขยายสาขาเชิงรุกเป็นการมุ่งเน้นเพิ่มความสามารถในการทำกำไร บริษัทจึงมีแผนเปิดสาขาเพิ่มเพียง 2 สาขาในปี 2569(เทียบกับ 4 สาขาในปี 2568 และ 6 สาขาในปี 2567) ซึ่งคาดว่าจะทำให้อัตราส่วน SG&A/รายได้รวมลดลงจาก 23.4% ในปี 2568 เป็น 20.6% ในปี 2569

 

ขณะเดียวกัน การให้ความสำคัญกับความสามารถในการทำกำไรมากขึ้น บวกกับธุรกิจที่มีขนาดใหญ่มากขึ้นน่าจะทำให้ GPM เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 5.8% ในปี 2568 เป็น 6.3% ในปี 2569 ซึ่งถึงแม้จะยังต่ำกว่าผู้นำตลาดอย่าง Makro (GPM 11.9% ในปี 2568) มาก แต่ไม่คาดว่า GPM ของ GO Wholesale น่าจะสามารถเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับนี้ภายในห้าปีข้างหน้า เนื่องจากฐานรายได้ของ Makro ในปี 2568 ใหญ่กว่าประมาณ 24 เท่า และ GO Wholesale ยังต้องใช้กลยุทธ์การตั้งราคาสินค้าที่แข่งขันได้เพื่อดึงลูกค้าและเพิ่มยอดขาย

 

ดังนั้น จึงคาดว่า อัตรากำไร EBIT ของ GO Wholesale จะดีขึ้นจาก -14.9% ในปี 2568 เป็น -11.6% ในปี 2569 ซึ่งจะทำให้ผลขาดทุนทรงตัวที่ประมาณ 1.9 พันล้านบาทในปี 2569 อย่างไรก็ตาม หากบริษัทยังคงรักษาวินัยในการขยายสาขา (เปิดสาขา GO Wholesale ไม่เกินปีละ 2 สาขา) และ เดินหน้าเพิ่มความสามารถในการทำกำไร เชื่อว่า ผลขาดทุนจะเริ่มลดลงตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป ซึ่งในมุมมองผลขาดทุนที่ค่อย ๆ ลดลงเพียงอย่างเดียวอาจกลายเป็นปัจจัยบวกที่มีนัยสำคัญต่อกำไรของกลุ่มได้ในอนาคต

 

-เวียดนามจะนำการเติบโตของ CRC

 

เวียดนามเป็นโอกาสเติบโตในระยะยาวที่น่าสนใจที่สุดสำหรับ CRC และ ประเทศนี้ยังอาจกลายเป็นตลาดหลักที่นำการเติบโตในในช่วงทศวรรษหน้า ซึ่งสนับสนุนโดยโครงสร้างประชากรที่เอื้ออำนวย , การขยายตัวของเมือง (urbanisation) อีกทั้ง เวียดนามยังมีอัตราการเจาะตลาดของ modern trade ต่ำจึงมีโอกาสเติบโตเชิงโครงสร้างสูงกว่าประเทศไทย ขณะที่การเดินทางไปเยี่ยมชมการดำเนินธุรกิจร้านค้าปลีกของ CRC ในเวียดนามในเดือนมี.ค. ที่ผ่านมาทำให้มีความเชื่อมั่นมากขึ้นต่อกลยุทธ์การขยายธุรกิจของ GO! hypermarkets , mini go! supermarkets และ family malls 

 

ทั้งนี้ GO! hypermarkets เป็นรากฐานธุรกิจที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า สามารถทำกำไร ส่วน mini go! เป็นรูปแบบสาขาที่เหมาะสำหรับการเร่งขยายสาขาสู่เมืองรองด้วยเงินลงทุนที่น้อยกว่าและเปิดได้เร็วกว่า ขณะที่ปีนี้ CRC มีแผนเปิด GO! hypermarket 2 สาขา , mini go! 6 สาขา และ GO! Mall 1 สาขาในเวียดนาม พร้อมกับตั้งเป้าเพิ่มจำนวนสาขา GO! Hypermarket อีก 10-12 สาขา และ mini go! อีก 23-25 สาขาภายในปี 2569-2571 ซึ่งหากบริษัทดำเนินการได้ตามแผนคาดว่า พื้นที่ขายและพื้นที่ให้เช่าในเวียดนามจะเติบโตเฉลี่ย 8.2% CAGR และ 6.2% CAGR ในปี 2568-2571 ตามลาดับ

 

นอกจากขยายสาขาแล้วมองว่า ธุรกิจในเวียดนามยังมีศักยภาพการทำกำไรสูงขึ้นตามขนาดของธุรกิจ เนื่องจากการเพิ่มสัดส่วนสินค้าแบรนด์ของบริษัท (private label), อำนาจต่อรองที่สูงขึ้น และ ประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้นจะช่วยหนุนอัตรากำไร ขณะที่ความผันผวนของค่าเงินยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ แต่เชื่อว่า เวียดนามกำลังจะกลายเป็นเครื่องยนต์หลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของ CRC และ มีศักยภาพที่จะกลายเป็นตลาดที่ทำให้บริษัทเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว

 

***ปรับประมาณการกำไรสุทธิในปี 2569-2571 ขึ้น 5.2-9.4%

 

ฝ่ายวิจัย ได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิของ CRC ขึ้น 5.2%, 7.5% และ 9.4% ในปี 2569 , 2570 และ 2571 ตามลำดับ เนื่องจากมีมุมมองเชิงบวกต่อธุรกิจร้านค้าปลีกของ CRC มากขึ้น และ เชื่อว่านักลงทุนยังไม่รับรู้มูลค่าจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในกลุ่มอย่างเต็มที่ โดยถึงแม้ว่ากำไรส่วนใหญ่ของบริษัทยังคงมาจากกลุ่มแฟชั่น และ กลุ่มฮาร์ดไลน์ แต่แนวโน้มการเติบโตเชิงโครงสร้างของธุรกิจจำหน่ายสินค้าอาหารในไทยและธุรกิจค้าปลีกในเวียดนาม รวมถึงความสามารถในการทำกำไรที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นของ GO Wholesale น่าจะมีบทบาทมากขึ้นในการผลักดันการเติบโตของกำไร

 

นอกจากนี้ เชื่อว่า CRC จะสามารถควบคุมต้นทุนได้ดีกว่าที่คาดไว้เดิม ซึ่งจะช่วยหนุนการขยายตัวของอัตรากำไรและอัตราการเติบโตของกำไร ที่สำคัญ การปรับประมาณการในครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเชิงวัฏจักรระยะสั้น (6-12 เดือน) แต่เป็นผลมาจากการประเมินแนวโน้มกำไรในระยะกลาง (1-3 ปี) และ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกำไรของบริษัท

 

หลังปรับประมาณการตัวเลขกำไรสุทธิในปี 2569-2570 ของฝ่ายวิจัยสูงกว่า Bloomberg consensus ประมาณ 4-5% ซึ่งสะท้อนว่าตั้งสมมติฐานการเติบโตของธุรกิจร้านค้าปลีกและประสิทธิภาพการดำเนินงานดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ โดยเชื่อว่า Bloomberg consensus ยังยึดติดกับโครงสร้างกำไรแบบเดิมของ CRC และ ยังไม่สะท้อนศักยภาพทั้งหมดของกลุ่มฟู้ดในฐานะฐานะเครื่องยนต์ใหม่ที่จะขับเคลื่อนกำไรของกลุ่ม

 

ทั้งนี้ ยังแนะนำ "ซื้อ" แต่ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 24.40 บาท เพราะมองว่า CRC ในวันนี้แตกต่างจากเมื่อสองสามปีที่ผ่านมามาก โดยถึงแม้ว่า กลุ่มแฟชั่นยังคงทำหน้าที่สร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ และ กลุ่มฮาร์ดไลน์ได้พัฒนาไปสู่ธุรกิจที่สร้างกำไรได้อย่างมั่นคง แต่กลุ่มฟู้ดกำลังก้าวขึ้นมาเป็นธุรกิจหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของกลุ่มบริษัท นอกจากนี้ เชื่อว่า นักลงทุนจำนวนมาก ยังคงเชื่อมโยง CRC กับโครงสร้างกำไรแบบเดิม และ อาจประเมินศักยภาพของกลุ่มฟู้ดในระยะยาวต่ำเกินไป ดังนั้น จึงเชื่อว่าเมื่อกำไรจากกลุ่มฟู้ดมีสัดส่วนสูงขึ้น โครงสร้างกำไรที่เปลี่ยนไปนี้อาจกระตุ้นให้มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรและการประเมินมูลค่าของ CRC

 

ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews

  

เรียบเรียง
กรณัช พลอยสวาท
อีเมล : koranat@efinancethai.com

แท็กที่เกี่ยวข้อง

CRCรายได้กำไรราคาเป้าหมายโบรกปรับโครงสร้าง

Share

twitter icon
line icon
ดูทั้งหมด
efinanceThai efinanceThai

เราจะไม่เพียงแต่นั่งรอโอกาส แต่เรามุ่งมั่นจะสร้างโอกาสที่ทำให้เรา
สังคมของเรา และทุกคนที่เราเกี่ยวข้องด้วยดีขึ้น

ติดต่อโฆษณา

ธิดารัตน์ สุวรรณฤทธิ์

โทร : 099-446-4366

Email : Thidarat@efinancethai.com

คุณเบญญาภา บุญรัตน์ (ลัคกี้)

โทร : 061-072-6233

Email : Benyapha@efinancethai.com

Follow us

line icon
tiktok icon
youtube icon
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinanceThai.com
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR
ข้อมูลบริษัท
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
โปรแกรม
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
อีเว้นท์
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
คอนเนค
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
IR Plus
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
ช่วยเหลือ
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
Customer Support
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinancethai.com
ติดต่อโฆษณา
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR

Copyrights © 2025 by efinanceThai.com All Rights Reserved.   LastestNews Detail

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์ | ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการใช้คุกกี้ | เงื่อนไขการใช้ข้อมูลของผู้ให้บริการรายอื่น
Logo Cookie
นโยบายการใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดี และพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ ตรงกับความต้องการของคุณมากยิ่งขึ้น คุณสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้