สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 10-11 ส.ค. 69 ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย | บล.ทรีนีตี้ | ถือ | 17.00 บาท | บล.เคจีไอ | ถือ | 16.00 บาท | บล.กรุงศรี | Neutral | 16.00 บาท | บล.เอเซียพลัส | Trading | 15.70 บาท | บล.ทิสโก้ | ถือ | 15.00 บาท | บล.พาย | ถือ | 15.00 บาท | บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) | ขาย | - |
ปัจจัยบวก + + รายได้จากธุรกิจหลักยังคงเติบโต โดยมีปัจจัยหนุนจากการเปิดสาขาใหม่ ทั้งการเติบโตของยอดขายช่องทางออนไลน์/Omnichannel และการรับรู้รายได้จากกลุ่มบริษัท Lucky Frozen (บล.ทรีนีตี้, บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ, บล.พาย) + ธุรกิจค้าส่ง (Makro) ได้รับปัจจัยสนับสนุนและยอดขายเพิ่มขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ "ไทยช่วยไทยพลัส" ของภาครัฐ รวมถึงอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากร้านค้าปลีกอาหาร (บล.ทรีนีตี้, บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ, บล.พาย) + มีการรับรู้รายได้พิเศษจากการสร้างมูลค่าของข้อมูล (Data Monetization / สัญญาให้สิทธิ์เข้าถึงและใช้ข้อมูลแก่ Egg Digital) ช่วยหนุนรายได้อื่นใน 2Q69 เติบโต (บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ, บล.พาย) + ธุรกิจ Lotus's ในประเทศมาเลเซีย ยังคงมีผลการดำเนินงานและการเติบโตของ SSSG เป็นบวก ได้อานิสงส์จากมาตรการภาครัฐ (บล.ทิสโก้, บล.พาย) + ประกาศจ่ายเงินปันผลงวด 1H69 ในอัตรา 0.18 บาท/หุ้น (ขึ้น XD วันที่ 20 ส.ค. 69) คิดเป็น Dividend Yield ราว 1.2% (บล.เอเซียพลัส, บล.เคจีไอ) + คาดการณ์ผลประกอบการมีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวในไตรมาส 4/69 ซึ่งเป็นช่วง High Season ของธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง (บล.เอเซียพลัส, บล.ทิสโก้) ปัจจัยลบ - - กำไรสุทธิ 2Q69 ลดลงทั้ง YoY และ QoQ (อยู่ที่ราว 1.87 - 1.9 พันลบ. -18% YoY, -33% QoQ) ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาด เนื่องจากค่าใช้จ่าย SG&A สูงขึ้นจากการขยายสาขา กิจกรรมทางการตลาด และต้นทุนการขยายระบบ Last-mile Delivery / Omnichannel (บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซียพลัส, บล.ทิสโก้, บล.กรุงศรี, บล.เคจีไอ, บล.พาย) - ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) อ่อนตัวลงทั้งธุรกิจค้าส่ง B2B (-0.9% YoY) และค้าปลีก B2C (-3.9% YoY) ผลจากกำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัว เศรษฐกิจซบเซา ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปจากมาตรการรัฐ (บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซียพลัส, บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ, บล.พาย) - อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ถูกบีบตัวให้อ่อนลง เหลือประมาณ 14.1% - 15.9% เนื่องจาก Product Mix ค่อนไปทางสินค้าอาหารแห้งซึ่งมีมาร์จิ้นต่ำกว่าสินค้า Non-food รวมถึงการจัดแคมเปญส่งเสริมการขาย (บล.เอเซียพลัส, บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ, บล.พาย) - แรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น กระทบต่อความสามารถในการทำกำไร (บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซียพลัส, บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ) - รับรู้แรงกดดันด้านค่าใช้จ่ายและผลขาดทุนจากโครงการ The Happitat โดยประเมินผลขาดทุนในไตรมาส 3-4 เพิ่มขึ้นอีกไตรมาสละราว 200 ลบ. (บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.ทรีนีตี้, บล.กรุงศรี, บล.เคจีไอ, บล.พาย) - แนวโน้มกำไร 3Q69 คาดว่ายังคงชะลอตัวต่อเนื่องเนื่องจากเป็นช่วง Low Season (ฤดูฝน) และมี Downside risk ต่อประมาณการกำไรทั้งปี 2569 (คาดการณ์กำไรปี 69 อยู่ที่ราว 9.45 - 9.67 พันลบ.) (บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซียพลัส, บล.กรุงศรี) - ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการ The Food Purveyors ในมาเลเซีย มูลค่าราว 1.4 หมื่นลบ. (บล.เคจีไอ) ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |