สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 3 ส.ค. 69 | ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | | | บล.ดาโอ (ประเทศไทย) | ซื้อ | 180 | | บล.กรุงศรี | Buy | 175 | | บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส | ซื้อ | 174 | | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 171 | | บล.ยูโอบีเคย์เฮียน | ซื้อ | 170 | | บล.เอเซียพลัส | ซื้อ | 170 | | บล.บัวหลวง | ถือ | 168 | | บล.ทรีนีตี้ | ซื้อ | 163 | | บล.ลิเบอเรเตอร์ | ถือ | 151 | | บล.เคจีไอ | ถือ | 149 | | บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) | ซื้อ | - |
สรุปปัจจัยบวก + กำไรสุทธิไตรมาส 2/26 เติบโตโดดเด่นทำ New High: กำไรสุทธิอยู่ที่ 27,170 - 27,250 ล้านบาท (+101% YoY, +129.8% ถึง +130% QoQ) ขับเคลื่อนจากราคาขายเฉลี่ย (ASP) และปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงมีกำไรจากการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) บันทึกสุทธิ 3,100 - 4,072 ล้านบาท (บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.เคจีไอ, บล.กรุงศรี, บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ, บล.ทรีนีตี้, บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้)
+ ปริมาณยอดขายรวมเติบโตแข็งแกร่ง: ปริมาณขาย 2Q26 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 573 KBOED (+13% ถึง +14% YoY, +4% QoQ) จากความต้องการเสนอซื้อก๊าซ (nominations) ในอ่าวไทย (โครงการบงกช, อาทิตย์, ไพลิน) และเมียนมาที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงปริมาณส่งมอบน้ำมันดิบ/LNG จากโครงการแอลจีเรีย (HBR) ที่เพิ่มขึ้น (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ, บล.ทรีนีตี้, บล.ทิสโก้) + ราคาขายเฉลี่ย (ASP) ปรับตัวเพิ่มขึ้น: ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 52.89 - 52.90 ดอลลาร์สหรัฐ/BOE (+20% YoY, +15% QoQ) ตามราคาน้ำมันดิบดูไบในตลาดโลกที่เร่งตัวขึ้น และราคาขายก๊าซธรรมชาติปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 5.96 - 6.00 ดอลลาร์สหรัฐ/MMBTU (+3% YoY, +3% QoQ) (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.ทรีนีตี้, บล.ทิสโก้) + การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลน่าสนใจ: ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 1H26 ที่ 4.50 บาท/หุ้น คิดเป็น Simple Dividend Yield ประมาณ 3.0% (ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 14 ส.ค. 2026) (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.เคจีไอ, บล.กรุงศรี, บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ, บล.ทรีนีตี้, บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้) + ได้รับอานิสงส์จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง: ปัญหาความไม่สงบและความเสี่ยงเรื่อง Supply Disruption ในตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันดิบดูไบปรับขึ้นมาที่ระดับ 81.91 - 85.00 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ช่วยหนุนทิศทางกำไร และเปิดโอกาส Upside ต่ออัตรากำไร รวมถึงโอกาส M&A ในอนาคต (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.กรุงศรี, บล.ดาโอ, บล.ทรีนีตี้) + แนวโน้มราคาก๊าซใน 3Q26 มีทิศทางปรับตัวขึ้นต่อ: คาดราคาก๊าซปรับขึ้นสู่ระดับ 6.00 - 6.20 ดอลลาร์สหรัฐ/MMBTU (+4% QoQ) ตามรอบการปรับราคาที่มี Lag-time จากราคาน้ำมันราว 3-6 เดือน (บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.เอเซียพลัส, บล.ทรีนีตี้, บล.ทิสโก้) + ผลขาดทุนจาก Hedging มีแนวโน้มลดลงใน 3Q26: หากราคาน้ำมันดิบไม่เกิน 95 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล คาดว่าจะไม่มีรายการขาดทุนจากการ hedging อย่างมีนัยสำคัญ (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ทิสโก้) + ฐานะทางการเงินแข็งแกร่งและคาดการณ์ Dividend Yield ทั้งปีสูง: คาดการณ์ Dividend Yield ทั้งปีอยู่ในระดับน่าสนใจที่ราว 6.3% - 7.0% ต่อปี (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.ทรีนีตี้, บล.บัวหลวง) + การปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2026/2569: มีการปรับเพิ่มสมมติฐานราคาน้ำมันดิบและประมาณการกำไรสุทธิปี 2026 ขึ้นมาอยู่ที่ 76,780 ล้านบาท (+27% YoY) ถึง 79,600 ล้านบาท (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้) สรุปปัจจัยลบ - แนวโน้มผลการดำเนินงาน 3Q26 ชะลอตัวลง QoQ: คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/26 จะอ่อนตัวลง QoQ (เบื้องต้นคาดกำไรสุทธิ 3Q26F ไว้ที่ประมาณ 21,190 ล้านบาท -13% QoQ) จากการเข้าสู่ช่วงปิดซ่อมบำรุงตามแผนงานหลายโครงการ (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.กรุงศรี, บล.เอเซียพลัส, บล.ทรีนีตี้, บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้) - ปริมาณการขายใน 3Q26 มีแนวโน้มปรับตัวลดลง: คาดปริมาณขายเฉลี่ยลดลงเหลือ 525 KBOED (-8% QoQ หรือลดลงราว 48 KBOED) เนื่องจากแผนหยุดซ่อมบำรุงโครงการ G1/G2, โครงการในอ่าวไทย, โรงแยกก๊าซของ PTT, โครงการ Malaysia Block K และรอบการโหลดน้ำมันในแอลจีเรียลดลง (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ, บล.ทรีนีตี้, บล.ทิสโก้) - ต้นทุนการผลิตต่อหน่วย (Unit Cost) เพิ่มขึ้น: ต้นทุนใน 2Q26 ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 29.78 ดอลลาร์สหรัฐ/BOE (+6% ถึง +7% QoQ) จากค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (DD&A) ของสินทรัพย์ในอ่าวไทย และค่าใช้จ่ายในการสำรวจจากการตัดจำหน่ายหลุมสำรวจ โดยคาดว่าต้นทุนต่อหน่วยทั้งปีจะทรงตัวในระดับสูงราว 30.00 ดอลลาร์สหรัฐ/BOE (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.ทรีนีตี้, บล.ทิสโก้) - ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและก๊าซในตลาดโลก: ราคาน้ำมันมีความผันผวนสูงตามสถานการณ์ геоpolitics หากสงครามคลี่คลายอาจกดดันให้ราคาน้ำมันดิบย่อตัวลงกระทบรายได้ (บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.ทรีนีตี้) - การปรับลดสัดส่วนการจ่ายเงินปันผล (Payout Ratio): มีการปรับลดสมมติฐาน Dividend Payout Ratio ลงจาก 55% เหลือ 50% หลังประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 1H69 ที่ payout ratio 46% (ลดลงจาก 54% ในงวด 1H68) ทำให้ประมาณการเงินปันผลทั้งปีปรับลดลงลงประมาณ 9% (บล.เคจีไอ) ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |