BTG เดินหน้ากลยุทธ์ 3 ปี มุ่งเพิ่มสัดส่วนสินค้าและช่องทาง High Margin พร้อมขยายตลาดต่างประเทศ ตั้งเป้ายอดขายปี 2569 ที่ 1.2-1.3 แสนล้านบาท และเพิ่มเป็น 1.5-1.6 แสนล้านบาทในปี 2571 คาดโตเฉลี่ย 7-10% ต่อปี นางสาวริรินดา ตังทัตสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ-งานกลยุทธ์และนวัตกรรม บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG เปิดเผยในงาน Earnings Call ว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการทำแผน 3 ปี ซึ่งในระยะข้างหน้าจะมีการเปิดเผยในรายละเอียดอีกครั้งเกี่ยวกับแผนใหม่ๆ นายปราบริปู พัฒนภูมิไท เจ้าหน้าที่นักลงทุนสัมพันธ์ BTG กล่าวว่า ในปีนี้ บริษัทคาดว่ายอดขายจะอยู่ที่ 120,000-130,000 ล้านบาท โดยตั้งเป้าหมายยอดขายระหว่างประเทศ 22% , สินค้าที่มีกำไรสูง (High margin product) 60% และ ช่องทางที่มีกำไรสูง (High Margin Chanel) 48% รวมถึงตั้งเป้าหมายลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและการบริการ ต่อรายได้ลงเหลือ 10-10.5% ขณะที่ในปี 2571 คาดว่ายอดขายจะอยู่ที่ 150,000-160,000 ล้านบาท โดยเป็นยอดขายระหว่างประเทศ 24% ผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรสูง 65% และช่องทางที่มีกำไรสูง 52% ทั้งนี้ มั่นใจเป้าหมายระยะยาวการเติบโตในช่วง 1-3 ปีนี้ (2569-2571) จะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยกลยุทธ์ของบริษัทจะปรับช่องทางการจัดจำหน่าย มุ่งเน้นสินค้าที่มี High margin product และช่วงที่ผ่านมามีการเพิ่มกำลังการผลิต เพื่อรองรับความต้องการจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น และทำ Cost transformation จะเข้ามาช่วยลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายของบริษัทได้ “เชื่อว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า ยอดขายของบริษัทจะเติบโตที่ 7-10% ต่อปี และลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและการบริการ ต่อรายได้ลงเหลือ 9.5-10%”นายปราบริปู กล่าว บริษัท พยายามจะปรับไปสู่สินค้า High margin product หรือ ผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรสูงมากขึ้น โดยไตรมาส 2 มาอยู่ที่ 64% จาก 60% และช่องทางมาอยู่ที่ 47% จากปีก่อนที่ 42% โดยบริษัทแปรรูปเนื้อสัตว์มากขึ้น สอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทในปีนี้ แนวโน้มอุตสาหกรรม มีดังนี้ ราคาสุกร คาดว่าราคาจะปรับสูงขึ้นในไตรมาส 3 จากความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ปริมาณสุกรที่ส่งออกคาดว่าจะทรงตัวในปีนี้ โดยคาดว่าในปีงบประมาณ 2569 จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ราคาไก่ คาดว่าราคาไก่ในประเทศจะปรับตัวสูงขึ้นได้ เนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ราคาไข่ คาดว่าราคาไข่จะปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาสที่ 3/2569 โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการบริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน ด้าน Raw Materials คาดว่าราคาวัตถุดิบโดยรวมในไตรมาส 3 จะทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของไตรมาสก่อนหน้า โดยราคาข้าวโพดจะลดลงในไตรมาส 3 เนื่องจากผลผลิตทางการเกษตร ขณะที่ราคากากถั่วเหลืองและข้าวสาลีจะปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ นางสาวอนันตญา พวงสอน เจ้าหน้าที่นักลงทุนสัมพันธ์อาวุโส BTG กล่าวว่า ด้านธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง (Pet Business)มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งทั้งในและต่างประเทศ มีการส่งออกไปมากกว่า 9 ประเทศ และยังมีแผนขยายตลาดการส่งออกเพิ่มมากขึ้นด้วย ส่วนธุรกิจ International Business – Profitable Growth in Export & Regional Market โดยมีเป้าหมายหลัก เดินหน้าขยายธุรกิจต่างประเทศ โดยเน้น สินค้ามาร์จิ้นสูง (High-Margin Product) และช่องทางขายที่ให้มาร์จิ้นสูง เพื่อสร้างการเติบโตที่มีกำไร โดยตั้งเป้ารายได้สินค้ามาร์จิ้นสูง จาก 29,000 ล้านบาทในปีนี้เพิ่มเป็น 37,000 ล้านบาทในปี 2571 หรือเติบโตเฉลี่ย 13% พร้อมตั้งเป้ารายได้จากช่องทางมาร์จิ้นสูงจาก 29,000 ล้านบาทในปีนี้ เป็น 37,000 ล้านบาทในปี 2571 ด้านการลงทุน ในปีนี้บริษัทคาดว่าจะใช้เงินลงทุน 4,200 ล้านบาท แบ่งเป็น M&A ซึ่งยังเป็นไปตามแผนที่วางไว้ในช่วงปลายปีนี้ประมาณ 600 ล้านบาท แผนการขยาย ปรับปรุงโรงงาน และปรับปรุงการผลิต 3,600 ล้านบาท สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมองคาดการณ์งบการเงินจากบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่เผยแพร่ล่าสุด ที่เกี่ยวกับหุ้น บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG ดังนี้ ที่มา : บล.ทิสโก้, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.บัวหลวง, บล.ฟิลลิป บล.ทิสโก้ ประเมินงบ Q2/69 ที่ 5.9 พันล้านบาท (ราคาเป้าหมาย 22.60 บาท) บล.ลิเบอเรเตอร์ ประเมินงบ Q2/69 ที่ 598 ล้านบาท (ราคาเป้าหมาย 21.50 บาท) บล.บัวหลวง ประเมินงบ Q2/69 ที่ 598 ล้านบาท (ราคาเป้าหมาย 23.40 บาท) บล.ฟิลลิป ประเมินงบ Q2/69 ที่ 598.4 ล้านบาท (ราคาเป้าหมาย 21.20 บาท) อนึ่ง ข้อมูลจากบริษัทหลักทรัพย์ดังกล่าว เป็นข้อมูลคาดการณ์งบการเงิน ก่อนที่บริษัทจะประกาศผลประกอบการ ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์อาจมีการปรับประมาณการ หรืออัพเดทข้อมูลหลังจากได้ข้อมูลอย่างเป็นทางการ |