"ไทยยูเนี่ยน อินกรีเดียนท์"ในกลุ่ม TU รุกพอร์ต Longevity นวัตกรรมจากจากปลาทูน่า รับเทรนด์เพื่อสุขภาพ ช่วยผลักดันรายได้ - ยอดขาย ยกระดับอุตสาหกรรมแบบยั่งยืน บริษัท ไทยยูเนี่ยน อินกรีเดียนท์ (TUI) ในกลุ่ม บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU เปิดตัวพอร์ตโฟลิโอ Longevity นวัตกรรมอินกรีเดียนท์จากปลาทูน่า ประกอบด้วย น้ำมันปลา DHA คอลลาเจน และไบโอแคลเซียม ซึ่งเป็นสารอาหารที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของสมอง สุขภาพผิว และสุขภาพกระดูก พร้อมด้วยผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับ และการดำเนินงานภายใต้ห่วงโซ่อุปทานปลาทูน่าที่มีการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ การเปิดตัวพอร์ตโฟลิโอครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างประชากรครั้งสำคัญ โดยกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) คาดการณ์ว่า จำนวนประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปในภูมิภาคจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 3 เท่า จากปี 2553 สู่ราว 1,300 ล้านคนในปี 2593 หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของประชากรทั้งภูมิภาค อย่างไรก็ดี กระแสความนิยมในผลิตภัณฑ์กลุ่ม Longevity ได้ขยายวงกว้างไปสู่ผู้บริโภคทุกช่วงวัย โดยผลสำรวจของ McKinsey ในปี 2568 ระบุว่า ผู้บริโภคกว่า 60% ต่างยกให้การสูงวัยอย่างมีสุขภาพดีนั้นเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญสูงสุด และผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่เริ่มหันมาใส่ใจกับการดูแลสุขภาพเชิงรุกมากยิ่งขึ้น นางสาวลีนา เอื้อบำรุงจิต ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มธุรกิจอินกรีเดียนท์ TU กล่าวว่า ปัจจุบัน ซัพพลายเออร์ส่วนใหญ่ในตลาด Longevity นั้นมีความเชี่ยวชาญในการผลิตวัตถุดิบเฉพาะด้าน มากกว่าการนำเสนอโซลูชันเพื่อการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร ที่ไทยยูเนี่ยน อินกรีเดียนท์ เราจึงได้พัฒนาแพลตฟอร์ม Longevity ที่รวบรวมอินกรีเดียนท์คุณภาพสูงจากท้องทะเลไว้ในที่เดียว ภายใต้ห่วงโซ่อุปทานที่มีการบริหารจัดการอย่างครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ พร้อมระบบตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มา และงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ตีพิมพ์ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ ทั้งหมดนี้ช่วยให้เราสามารถสร้างความแตกต่างในตลาด ในฐานะผู้ผลิตที่นำเสนอทางเลือกโซลูชันเพื่อสุขภาพที่หลากหลาย และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า UniQ®OMEGA: น้ำมันปลาทูน่าสกัดบริสุทธิ์ที่อุดมด้วย DHA ช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของสมอง โดยผลการศึกษาวิจัยในมนุษย์ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Antioxidants เมื่อปี 2568 พบว่า ช่วยเพิ่มความสามารถในการจดจ่อได้ถึง 42% และเพิ่มความจำขณะใช้งาน (Working Memory) ได้ 33% ThalaCol™: คอลลาเจนเปปไทด์จากปลาทูน่าที่ช่วยฟื้นบำรุงโครงสร้างชั้นผิว โดยผลการวิจัยทางคลินิกซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Cosmetic Dermatology เมื่อปี 2567 พบว่า การบริโภคคอลลาเจนเปปไทด์วันละ 5 กรัม ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ 68% เพิ่มความหนาแน่นของชั้นผิว 26% และเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวได้ 16% UniQ®BONE: ไบโอแคลเซียมจากปลาทูน่าที่ให้แคลเซียมและฟอสฟอรัสในอัตราส่วน 2:1 ในรูปแบบไฮดรอกซีอะพาไทต์ตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นโครงสร้างชนิดเดียวกับที่พบในกระดูกและฟันของมนุษย์ โดยผลการศึกษาในสัตว์ทดลองซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Journal of the Science of Food and Agriculture เมื่อปี 2560 พบว่าแคลเซียมจากปลาทูน่านั้นช่วยเสริมสร้างโครงสร้างระดับจุลภาคของกระดูกถึง 39% อินกรีเดียนท์ทั้งสามชนิดได้รับการพัฒนาขึ้นจากผลิตภัณฑ์พลอยได้จากกระบวนการแปรรูปปลาทูน่า ได้แก่ หัวปลา หนังปลา และกระดูกปลา ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่บริษัทแปรรูปอาหารทะเลส่วนใหญ่ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ โดย TU ได้นำผลิตภัณฑ์พลอยได้เหล่านี้มาแปรรูปเป็นส่วนประกอบอาหารมูลค่าสูง ณ โรงกลั่นน้ำมันทูน่าในประเทศเยอรมนี โรงงานผลิตคอลลาเจนในจังหวัดสมุทรสาคร และโรงงานผลิตผงแคลเซียมจากกระดูกปลาทูน่าในจังหวัดสงขลา ทั้งนี้ได้ประกาศเป้าหมายการเติบโตสำหรับผลิตภัณฑ์บางส่วนในพอร์ตโฟลิโอ โดยตั้งเป้าสร้างรายได้จาก ThalaCol™ อย่างน้อย 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายใน 5 ปี และเพิ่มยอดขายน้ำมันโอเมก้า-3 เกรดพรีเมียมด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) มากกว่า 50% ภายในปี 2573 อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |