3 โบรกเกอร์ เห็นพ้อง CRC ปิดดีลซื้อ MaxValu 30 สาขา ต่อยอดเป็น Tops ชี้ช่วยขยายธุรกิจ Food และเพิ่มฐานลูกค้า ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าการขยายสาขาใหม่ คาดหนุนกิจการพลิกกลับมามีกำไรได้ในปีหน้า จากการที่ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC แจ้งว่า บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด (CFR) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยทำสัญญาซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัท อิออน (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตภายใต้แบรนด์ “MaxValu” จำนวน 30 สาขา มีแผนปรับโฉมทั้ง 30 สาขาเป็นแบรนด์ “Tops”และ ยังได้รับกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่มีศักยภาพและศูนย์ผลิตอาหารพร้อมรับประทาน (Ready-to-Eat Processing Center) รวมถึงฐานลูกค้ากว่า 900,000 ราย หนุนสร้าง Synergy จากฐานลูกค้าและเครือข่ายสาขา บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า มองเป็นบวกระยะกลาง-ยาวต่อ CRC จากการเข้าซื้อ AEON Thailand ซึ่งช่วยขยายเครือข่ายธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ต 30 สาขาในทำเลยุทธศาสตร์ และเพิ่มฐานลูกค้า 900,000 รายได้ทันที ขณะที่การปรับสาขาเป็น Tops และการรวมเข้าสู่ Ecosystem ของ CFR มีโอกาสช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้าง Synergy จากฐานลูกค้าและเครือข่ายสาขาที่เพิ่มขึ้น การได้ศูนย์ผลิตอาหาร RTE จะช่วยเพิ่มความสามารถในการพัฒนาสินค้าและสร้างความแตกต่างของสินค้า แม้ AEON Thailand มีผลขาดทุนต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา แต่เราไม่ได้มองเป็นประเด็นสำคัญ เนื่องจาก CRC มีประสบการณ์ ทรัพยากร และความเชี่ยวชาญในการบริหารธุรกิจ Supermarket ผ่านแบรนด์ Tops ซึ่งน่าจะช่วยให้สามารถ turnaround ธุรกิจได้ อย่างไรก็ตาม การปรับปรุงการดำเนินงานและผลักดันสู่จุดคุ้มทุนอาจยังต้องใช้เวลา ทั้งนี้ เรายังรอรายละเอียดมูลค่าดีลและแผนการปรับปรุงสาขาเพื่อประเมินผลกระทบต่อประมาณการกำไรของ CRC คงคำแนะนำ “ถือ” ที่ราคาเป้าหมาย 26.00 บาท อิง PER ปี 2026E ที่ 20.0x (-0.9SD below 5-yr average) โดยมองว่าการเข้าซื้อ MaxValu 30 สาขาเป็น sentiment เชิงบวกต่อ CRC จากการเพิ่มเครือข่ายสาขาและฐานลูกค้า รวมถึงโอกาสในการสร้าง Synergy หลังปรับเป็น Tops อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของ AEON Thailand ยังขาดทุนต่อเนื่อง และต้องใช้เวลาในการปรับปรุงประสิทธิภาพ ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันปรับตัวขึ้นและสะท้อนความคาดหวังเชิงบวกไปมากแล้ว จึงยังมองว่ามี Upside จำกัด ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า ผลการดำเนินงานของบริษัท อิออน (ไทยแลนด์) ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีดังนี้ - ปี 2565 มีรายได้ 5,687 ล้านบาท กำไร 105 ล้านบาท - ปี 2566 มีรายได้ 4,943 ล้านบาท ขาดทุน 42 ล้านบาท - ปี 2567 มีรายได้ 4,441 ล้านบาท ขาดทุน 186 ล้านบาท - ปี 2568 มีรายได้ 4,384 ล้านบาท ขาดทุน 207 ล้านบาท - ปี 2569 มีรายได้ 4,053 ล้านบาท ขาดทุน 266 ล้านบาท ดีลซื้อ MaxValu เป็น upside เพิ่มเติมประมาณการ บล.กรุงศรี มองบวกเล็กน้อยต่อ CRC จากการเข้าซื้อ MaxValu 30 สาขา เพราะช่วยเร่งขยายธุรกิจ Food และเพิ่มฐานลูกค้า กว่า 9 แสนราย โดยบริษัทคาดปิดดีลใน 4Q26 และทยอยเปลี่ยนเป็นTops ทั้งหมด จุดที่น่าสนใจคือ เงินลงทุนต่อสาขาคาดต่ำกว่าการเปิดใหม่ และบริษัทตั้งเป้าพลิก EBIT เป็นบวกในปี 2027 จากปี 2025 ที่ MaxValu มียอดขาย 3.82 พันลบ. และขาดทุนสุทธิ 266 ลบ. เบื้องต้นคาดดีลนี้ เพิ่มยอดขาย CRC ปี 2027 ราว 1.7% และหากทำอัตรากำไรได้ใกล้เคียง CRC ที่ 3-4% จะมี upside ต่อกำไรปกติราว 1-2% จึงคงคำแนะนา “ซื้อ” TP27F 27.50 บาท โดยมองดีลนี้เป็น upside เพิ่มเติมต่อประมาณการ ปัจจุบัน มองบวกต่อการเข้าซื้อกิจการ Max Valu บล.พาย มองบวกต่อการเข้าซื้อ Max Valu จำนวน 30 สาขา ในราคาที่ถูกกว่าการก่อสร้างสาขาใหม่เองในทำเลที่ดีมีศักยภาพ โดยบริษัทคาดว่าจะสามารถทำให้ธุรกิจกลับมาทำกำไรได้ในปี2027 ซึ่งก็ใกล้เคียงกับระยะเวลา breakeven หลังเปิดสาขาใหม่ ระยะสั้นคาดรายงานกำไรปกติ 2Q26 ที่ 1.4 พันล้านบาท (+2%YoY, -50%QoQ) หนุนจาก SSSG ที่ +2% และมีอัตราการกำไรขั้นต้นที่ขยายตัว YoY ชดเชยการขาดหายไปของกำไรจากธุรกิจห้างในอิตาลี • ในวันที่ 7 ส.ค. 2026 CRC แจ้งตลาดว่าบริษัทลูก Central Food Retail (CFR) เข้าซื้อบริษัท AEON (Thailand) Co. Ltd. ทั้งหมด 100% ผู้เป็นเจ้าของกิจการ Max Valu จำนวน 30 สาขา ในทำเล กรุงเทพ-ปริมณฑล โดยที่มีพื้นที่ขายเฉลี่ย 1,200-1,500 ตร.ม. เทียบเคียงกับ Tops สาขาใหญ่ที่มีมากกว่า 170 สาขา ทั่วประเทศ โดยการเข้าซื้อกิจการจะใช้กระแสเงินสดภายในของบริษัท และคาดว่าดีลจะสิ้นสุดและรับรู้รายได้ช่วง 4Q26
• ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการเข้าซื้อกิจการ 1. ได้เครือข่ายร้าน Supermarket จำนวน 30 สาขา, 2. ฐานลูกค้ามากกว่า 9 แสนราย, 3. มีรายได้ทันทีไม่ต้องใช้เวลาก่อสร้างสาขา รวมถึงได้ทำเลและที่ดินกรรมสิทธิที่มีศักยภาพ, และ 4. ได้ศูนย์ผลิตอาหารพร้อมรับประทาน (Ready-to-Eat Processing Center) • อ้างอิงข้อมูลงบกำไรขาดทุนจากกระทรวงพาณิชย์ บริษัท AEON (Thailand) มีผลขาดทุนสุทธิในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา โดยปีล่าสุดขาดทุน 266 ล้านบาท และมีรายได้ 4 พันล้านบาท (-8%YoY) • บริษัทมีแผน Rebrand เป็น Tops และคาดว่าจะสามารถทำให้กิจการที่ซื้อกลับมาทำกำไรได้ในปี 2027 มีมุมมองบวกต่อดีลดังกล่าว โดยมองว่าเป็นการเสริมความแข็งแกร่งของกิจการ Tops และเปรียบเสมือนการขยายสาขาในทำเลศักยภาพที่สามารถรับรู้รายได้ได้ทันที เทียบกับปกติที่สามารถขยายสาขา Tops ได้ปีละ 10 สาขา/ปี และยังมีโอกาสในการนำความแข็งแกร่งของ Max Valu ในเรื่องสินค้า Ready-to-Eat มาปรับใช้กับ Tops ได้ คาดกำไรปกติ 2Q26 ที่ 1.4 พันล้านบาท (+2%YoY, -50%QoQ) หนุนจากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ช่วง 2Q26 ที่ +2% YoY จาก SSSG ธุรกิจอาหารในไทย +4% ถึง +6%, SSSG ธุรกิจฮาร์ดไลน์ในไทย +1% ถึง +3% แม้ว่า SSSG ธุรกิจแฟชั่นในไทย -1% ถึง -3% และ SSSG ธุรกิจอาหารในเวียดนามลดลงเล็กน้อย YoY ในสกุลเงินบาทเนื่องจากผลกระทบเรื่องค่าเงินบาทที่แข็งค่า แต่หากดูในสกุลเงินดองจะพบว่าสดใส +3% ถึง +5%YoY
คำแนะนำ "ซื้อ" ทิศทาง SSSG มีทิศทางดีขึ้น มูลค่าพื้นฐาน 29.00 บาท คำนวณด้วยวิธี PE Multiple ที่ 18xPE’27E ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยกลุ่มพาณิชย์ไทย (เดิม 24.00 บาท) หลังปรับประมาณการกำไรปี 2026-27 ขึ้น 8%-15% เพื่อสะท้อนอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวดีกว่าคาด ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |