ผู้เชี่ยวชาญของ Bank of America ชี้ นักลงทุนเริ่มมอง Bitcoin เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยหลังราคาเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับทองคำ นักกลยุทธ์ของสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ Bank of America (BofA) ระบุว่าราคาของ Bitcoin (BTC) ที่มีการเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันกับราคาทองคำ ดัชนี S&P 500 รวมถึงดัชนี Nasdaq 100 อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น คือ สัญญาณที่บ่งบอกว่านักลงทุนมอง BTC เป็นเหมือนกับสินทรัพย์เพื่อการลงทุนที่ค่อนข้างมีความปลอดภัย ผลการวิจัยฉบับล่าสุด เผยให้เห็นว่าแม้ในยามที่ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีอยู่ในสภาวะขาลง นักลงทุนกลับมองว่า Bitcoin เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยกันเพิ่มมากขึ้น กลุ่มนักกลยุทธ์สายดิจิทัลของ Bank of America อธิบายว่า การเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันระหว่างราคาของ Bitcoin กับทองคำ (XAU) ที่มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นคือสัญญาณสำคัญที่แสดงถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อ BTC ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่ชะลอตัวลง นักกลยุทธ์ของ BofA อย่าง Alkesh Shah และ Andrew Moss ได้ระบุไว้ในรายงานว่า ในปีนี้ราคาของ Bitcoin กับทองคำซึ่งมักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีคุณสมบัติในการต้านทานเงินเฟ้อมีการเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันอย่างชัดเจนมากขึ้น และเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาก็คือช่วงเวลาที่ราคาของ Bitcoin กับทองคำเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันมากที่สุดในรอบปี ซึ่งราคาของสินทรัพย์ทั้งสองประเภทนี้เริ่มมีแนวโน้มเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันเมื่อวันที่ 5 กันยายน หลังจากที่ราคาของ Bitcoin กับทองคำแทบจะไม่เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันเลยนับตั้งตั้งเดือนมิถุนายน ปี 2021 และยังเคยแม้กระทั่งเคลื่อนไหวสวนทางกันในเดือนมีนาคม ปี 2022 อีกด้วย โดยนักกลยุทธ์ของ BofA ให้มุมมองไว้ว่า “Bitcoin เป็นสินทรัพย์ที่มีปริมาณจำกัดแน่นอนซึ่งในที่สุดแล้วน่าจะกลายมาเป็นสินทรัพย์ที่มีคุณสมบัติในการต้านทานเงินเฟ้อได้” อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันระหว่างราคาของ Bitcoin กับทองคำไม่ได้เป็นเพียงสัญญาณเดียวเท่านั้นที่ชี้ให้เห็นว่านักลงทุนกำลังมีความเชื่อมั่นกันมากขึ้นว่า Bitcoin คือสินทรัพย์ในการเก็บรักษามูลค่า เพราะนอกจากนี้ ราคาของ Bitcoin ก็มีการเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันกับดัชนีของตลาดหุ้นขนาดใหญ่อย่าง S&P 500 (SPX) กับ Nasdaq 100 (QQQ) อย่างชัดเจนมากขึ้นเช่นเดียวกัน โดยนักกลยุทธ์ของ BofA ให้ข้อมูลว่าราคาของ Bitcoin กับดัชนี SPX และ QQQ มีการเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันมากที่สุดในวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา พร้อมกับแสดงรายละเอียดเพิ่มเติมด้วยว่า “การที่ราคาของ Bitcoin เริ่มชะลอการเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันกับดัชนีตลาดหุ้น SPX/QQQ และมีการเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันกับราคาของทองคำเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่านักลงทุนอาจหันมามอง Bitcoin ว่าเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุนที่ค่อนข้างมีความปลอดภัยในสภาวะที่เศรษฐกิจระดับมหภาคยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและมีแนวโน้มที่ตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลกยังปรับตัวลงไม่ถึงจุดต่ำสุด” นักกลยุทธ์ของ BofA ยังได้มีการกล่าวถึงปรากฏการณ์ที่ Bitcoin จำนวนมหาศาลหลั่งไหลออกจากศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไปสู่กระเป๋าเก็บคริปโทฯ ส่วนบุคคลหรือกระเป๋าที่ผู้ใช้งานเป็นผู้ควบคุมกุญแจในการเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยตนเอง ข้อมูลจากงานวิจัยระบุว่า จำนวนของ BTC ที่มีการโอนออกจากศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาถือว่ามีปริมาณสูงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมิถุนายน โดยเป็นการเคลื่อนย้าย BTC ออกจากศูนย์ซื้อขายฯ (มากกว่าจำนวน BTC ที่โอนเข้ามาในศูนย์ซื้อขายฯ) ติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สาม นักกลยุทธ์ของ BofA อธิบายว่าการที่ Bitcoin ในจำนวนมหาศาลหลั่งไหลออกจากศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไปสู่กระเป๋าเก็บคริปโทฯ ส่วนบุคคลอย่างต่อเนื่องนั้นคือสัญญาณที่บ่งชี้ว่าแรงเทขาย BTC ในระยะสั้นนั้นมีอยู่ค่อนข้างจำกัด “นักลงทุนจะโอนเหรียญออกจากกระเป๋าเก็บคริปโทฯ ของศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไปสู่กระเป๋าเงินส่วนบุคคล เมื่อต้องการที่จะถือครองเหรียญไว้ในระยะยาว ซึ่งเป็นการชี้ให้เห็นว่าแรงเทขายเหรียญน่าจะเริ่มอ่อนกำลังลง” นักกลยุทธ์ของ BofA ชี้แจงว่าข้อมูลที่นำมาใช้ประกอบการจัดทำรายงานฉบับนี้รวบรวมมาจากศูนย์ซื้อขาย Bitcoin รายใหญ่อย่างเช่น Binance, Coinbase, Coincheck, FTX, Gemini, Kraken และศูนย์ซื้อขายฯ แห่งอื่น ๆ พร้อมกับแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า “ความโปร่งใสของเทคโนโลยีบล็อกเชนช่วยให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลในแบบที่เราไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนจากตลาดในระบบการเงินดั้งเดิม” รายงานฉบับใหม่ล่าสุดนี้ได้รับการเผยแพร่ออกมาในขณะที่ทั้งโลกกำลังเผชิญความเสี่ยงของสภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งเป็นปัจจัยที่กระตุ้นความต้องการถือครองสินทรัพย์ที่มีคุณสมบัติในการต้านทานเงินเฟ้อ ซึ่งในวัฏจักรขาลงรอบใหญ่ของตลาดคริปโทฯ ประจำปี 2022 นั้น มูลค่าตามราคาตลาดของ Bitcoin ได้ทรุดตัวลงไปถึง 70% ยิ่งเป็นการซ้ำเติมข้อกังขาที่ว่าสินทรัพย์ดิจิทัลสกุลนี้มีคุณสมบัติในการต้านทานเงินเฟ้อได้จริงหรือไม่ ที่มา : cointelegraph *คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ |