สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า กลุ่มกบฏซีเรียยึดกรุงดามัสกัสได้สำเร็จแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (8 ธ.ค.) โดยไม่มีการต่อต้าน ขณะที่ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด (Bashar al-Assad) หลบหนีออกนอกประเทศไปยังรัสเซีย โดยมิคาอิล อุลยานอฟ (Mikhail Ulyanov) เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำองค์กรระหว่างประเทศในกรุงเวียนนา กล่าวผ่านช่องทาง Telegram ว่า รัสเซียได้ให้ที่ลี้ภัยแก่อัสซาดและครอบครัว โดยก่อนหน้านี้ กองบัญชาการกองทัพซีเรียเผยว่า การปกครองของรัฐบาลประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด สิ้นสุดลงแล้ว หลังจากกลุ่มกบฏโจมตีแบบสายฟ้าแลบ ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดการปกครองของตระกูลอัสซาดที่ยาวนานถึง 60 ปี ขณะที่ซีเรียตกอยู่ในภาวะสงครามกลางเมืองที่กินเวลายาวนานถึง 13 ปี การล่มสลายของรัฐบาลที่นำโดยอัล-อัสซาด ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญครั้งใหญ่สำหรับตะวันออกกลาง ซึ่งอาจลดทอนอิทธิพลอิหร่านและรัสเซียในโลกอาหรับ การถูกโค่นลงจากอำนาจอย่างกะทันหัน เกิดจากฝีมือของกลุ่มกบฏที่ส่วนหนึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังอิสลามนิกายซุนนีในตุรกี และทำให้ความสามารถของอิหร่านในการแจกจ่ายอาวุธให้กับพันธมิตรลดลง นอกจากนี้ ยังอาจทำให้รัสเซียสูญเสียฐานทัพเรือในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนได้ และคาดว่า จะมีผู้ลี้ภัยหลายล้านคนที่กระจัดกระจายอยู่ตามค่ายผู้ลี้ภัยต่าง ๆ ในตุรกี เลบานอน และจอร์แดน มานานกว่าทศวรรษอพยพกลับซีเรีย โดยผลพวงจากสงครามกลางเมืองที่ดำเนินมายาวนาน ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายแสนคน ขณะที่เศรษฐกิจของประเทศตกต่ำจากการคว่ำบาตรจากทั่วโลก 
นายอาบู โมฮัมเหม็ด อัล-โกลานี (Abu Mohammed al-Golani) แกนนำกลุ่มกบฏซีเรียที่นำกำลังบุกโจมตีเข้ายึดเมืองต่างๆ ในซีเรีย กล่าวต่อหน้าฝูงชนมากมายที่มัสยิด Umayyad ใจกลางกรุงดามัสกัส ว่า “ผู้คนมากมายเท่าใดที่ต้องพลัดถิ่นฐานไปทั่วโลก และอีกเท่าใดที่ต้องอาศัยอยู่ในเต็นท์ จำนวนเท่าใดที่จมน้ำตายในทะเล” โดยเขาหมายถึงผู้ลี้ภัยที่เสียชีวิตระหว่างพยายามเดินทางข้ามไปยังยุโรป “พี่น้องทั้งหลาย ประวัติศาสตร์หน้าใหม่กำลังถูกจารึกไปทั้งภูมิภาค หลังชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่นี้ และด้วยความมุ่งมั่นกับงานอันใหญ่หลวง ซีเรียจะเป็นประภาคารสำหรับชาติอิสลาม" ทั้งนี้ ซีเรียตกอยู่ภายใต้การปกครองของตระกูลอัล-อัซซาดมาตั้งแต่ปี 1960 หลังผู้เป็นพ่อของประธานาธิบดีคนปัจจุบันทำการยึดอำนาจและมีการจับกุมนักโทษการเมืองจำนวนมาก หลังการบุกยึดเมืองของกลุ่มกบฏ ส่งผลให้นักโทษพากันออกมาจากที่คุมขังและกลับไปรวมตัวกับครอบครัว ด้านกลุ่ม “White Helmets” ซึ่งเป็นกลุ่มอาสากู้ภัย กล่าวว่าได้ส่งทีมฉุกเฉิน 5 ทีมไปยังเรือนจำ Sedhaya เพื่อค้นหาห้องขังใต้ดิน ซึ่งเชื่อว่าเป็นที่จองจำนักโทษ ด้านกองกำลังผสมกลุ่มกบฏซีเรียกล่าวว่า กำลังดำเนินการเพื่อถ่ายโอนอำนาจให้แก่องค์กรการปกครองในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล โดยระบุในแถลงการณ์ว่า “การปฏิวัติซีเรียครั้งใหญ่ได้เปลี่ยนจากขั้นตอนการต่อสู้เพื่อโค่นล้มระบอบการปกครองของอัสซาดไปสู่การต่อสู้ เพื่อสร้างซีเรียร่วมกันให้สมกับการเสียสละของประชาชน” ทางด้านโมฮัมหมัด กาซี อัล-จาลาลี (Mohammad Ghazi al-Jalali) นายกรัฐมนตรีภายใต้รัฐบาลสมัยของอัสซาด เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งอย่างเสรี และกล่าวว่าเขาได้ติดต่อกับโกลานี แกนนำกลุ่มกบฏเพื่อหารือเกี่ยวกับช่วงการเปลี่ยนผ่านแล้ว ที่มา Reuters 
|