ก.ล.ต.เผยอยู่ระหว่างทบทวนแนวทางบริหารจัดการ Program Trading และ HFT เชื่อสอดคล้องกับมาตรการตามหลักสากล ยันไม่ได้มีธงยกเลิกการใช้ พร้อมพิจารณาหารือร่วมกับ ตลท. ด้านโบรกฯ แนะ ตลท.ศึกษาการจำกัดความเร็วในการส่งคำสั่งซื้อขายของโปรแกรมเทรดดิ้ง หวังลดความเหลื่อมล้ำระหว่างรายย่อยและโปรแกรมเทรดดิ้งให้น้อยลง * ก.ล.ต. ยันไม่มีแนวคิดเลิก Program Trading นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า ปัจจุบันสำนักงาน ก.ล.ต. อยู่ระหว่างทบทวนแนวทางในการบริหารจัดการการซื้อขายหุ้นจากการส่งคำสั่งอัตโนมัติ (Program Trading) และ high-frequency trading (HFT) เนื่องจากพัฒนาการของตลาดทุนมาถึงระดับนี้ ซึ่งก็ต้องมีการทบทวนมาตรการที่จะใช้รองรับและเพิ่มมาตรการจัดการให้มีหลากหลายทางเลือก พร้อมสอดคล้องกับมาตรการตามหลักสากล ทั้งนี้ ยืนยันว่า ก.ล.ต. ไม่ได้มีธงจะยกเลิกการใช้ Program Trading โดยเป็นเรื่องที่สำนักงาน ก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จะพิจารณาหารือร่วมกัน ขณะที่ในส่วนของกระทรวงการคลังก็มีคนที่เข้ามาเป็นคณะกรรมการของสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งก็รู้ว่าสำนักงานอยู่ในช่วงทบทวนมาตรการต่างๆ ซึ่งยังไม่ได้ข้อยุติ พร้อมเชื่อว่าไม่ได้เป็นเรื่องของการยกเลิก แต่ข่าวที่ออกมาเป็นเรื่องของการตีความมากกว่า สำหรับเรื่องอำนาจของการยกเลิกการใช้ Program Trading นั้น มองว่าเรื่องมาตรการกำกับดูแลต่างๆจะมีการปรับเปลี่ยนอย่างไร ยังไงก็ต้องส่งให้สำนักงาน ก.ล.ต. พิจารณาด้วย "เรื่องตลาดทุนมีเรื่องของความเชื่อมันและความแน่นอน ซึ่งหากมีเรื่องที่ไม่แน่นอนเกิดขึ้นก็อาจจะเกิดความไม่ชัดเจน ซึ่งตนเองสงสารผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดในตลาดทุนที่อาจได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าว" นางพรอนงค์ กล่าว ***โบรกฯ วอน ตลท. หาแนวทางลดความเหลื่อมล้ำ เหตุรายย่อยสู้โรบอทไม่ไหว ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (ASP) กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าการใช้โปรแกรมเทรดดิ้ง ตอนนี้มีเยอะมาก และส่วนใหญ่อยู่ในโบรกเกอร์ขนาดใหญ่ทั้งนั้น ก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้นักลงทุนรายย่อยไม่อยากเข้าลงทุน เพราะการส่งคำสั่งซื้อขายของโปรแกรมเทรดดิ้ง มักเร็วกว่านักลงทุนทั่วไป จึงทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในตลาดขึ้น รวมถึงนักลงทุนรายย่อยก็แพ้ตลอด ทั้งนี้ มองว่า ตลท. ควรศึกษาแนวทางว่าจะยกเลิก หรือ หากไม่ยกเลิก จะมีมาตรการทำให้ความได้เปรียบเสียเปรียบน้อยลงอย่างไร ตัวอย่างเช่น การจำกัดความเร็วในการส่งคำสั่งซื้อขายของโปรแกรมเทรดดิ้ง ซึ่งคาดว่าอาจช่วยให้ความได้เปรียบน้อยลง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การการสั่งยกเลิกใช้โปรแกรมเทรดดิ้ง ทันที ก็คงจะแปลกๆ เพราะอาจทำให้วอลุ่มฯในส่วนนี้หายไปเลย "ความเห็นของผมมองว่า ตลท.ควรจะศึกษาและลดความเหลื่อมล้ำระหว่างรายย่อยและโปรแกรมเทรดดิ้ง และอย่ามองว่าเราเป็นตลาดพัฒนาแล้ว ซึ่งจริงๆแล้วเรายังอยู่ในกลุ่มตลาดที่กำลังพัฒนาอยู่" ดร.ก้องเกียรติ กล่าว |