คลัง. เร่งสอบผู้ลงทะเบียนรับเงินเยียวยา 5,000 บ. ย้ำจะเร่งแจกให้เร็วที่สุด ชี้แม้ได้เงินแล้วยังมีกระบวนการตรวจสอบต่อ หากผิดเกณฑ์ ต้องคืนเงินใน 90 วัน นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการคัดกรอบผู้ที่ลงทะเบียนรับเงินเยียวยา 5,000 บาท โดยมีผู้ลงทะเบียนในปัจจุบันมากกว่า 24 ล้านคน ซึ่งยืนยันว่า จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เพื่อให้เงินถึงพี่น้องประชาชนได้รวดเร็ว “วันนี้ที่ยังไม่ได้ ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้ เพราะวันนี้ประกาศคนที่ผ่านเกณฑ์ ซึ่งแต่ละคนตรวจสอบคัดกรองใช้เวลาไม่เท่ากัน”นายลวรณ กล่าว สำหรับเกณฑ์ผู้ที่ไม่ได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาท ประกอบด้วย 1.อายุไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์ เนื่องจากไม่ได้อยู่ในวัยแรงงาน 2.ไม่ได้ประกอบอาชีพ เช่น แม่บ้าน เนื่องจากไม่ได้รับผลกระทบจากการถูกเลิกจ้าง สถานประกอบการถูกปิด ไม่ได้ประกอบอาชีพอยู่ก่อนแล้ว 3.ข้าราชการ/บำนาญ เนื่องจากได้รับเงินเดือนเต็ม 4.อยู่ในระบบประกันสังคม เพราะสำนักงานประกันสังคมดูแลแล้ว 5.เกษตรกร มีมาตรการเฉพาะรองรับ และ 6.นักเรียน/นักศึกษา ยังไม่ได้เป็นแรงงานเต็มเวลา และกยศ.มีมาตรการดูแล สำหรับประมาณการกลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับสิทธิตามมาตรการเยียวยา 5,000 บาท นั้น โดยจากข้อมูลสถิติ พบว่า ประชากร 66 ล้านคน พบว่า มีอาชีพอิสระ (ประกันสังคมมาตรา 39 และ 40) ประมาณ 5 ล้านคน และอาชีพอิสระ รับจ้าง ลูกจ้างชั่วคราว กิจการส่วนตัว ค้าขาย 3 ล้านคน สำหรับที่เหลือ อายุต่ำกว่า 15 ปี (ไม่อยู่ในกำลังแรงงาน) 11 ล้านคน อายุ 60 ปีขึ้นไป (ไม่อยู่ในกำลังแรงงาน) 11 ล้านคน อายุ 15-59 ปี (กำลังแรงงาน) แบ่งเป็น 2 กลุ่ม 44 ล้านคน โดยกลุ่มแรก คือ กลุ่มกำลังแรงงานที่มีงานทำ เกษตรกร 17 ล้านคน กลุ่มอื่นๆ เช่น ข้าราชการ เป็นต้น 2 ล้านคน พนักงานที่มีรายได้ประจำ 11 ล้านคน และอีกกลุ่มคือ กลุ่มกำลังแรงงานที่ไม่ทำงาน เช่น ว่างงาน เรียนหนังสือ 6 ล้านคน นายลวรณ กล่าวว่า สำหรับกลุ่มเป้าหมาย 8 ล้านคนนั้น จะมีการคัดกรอง คือ หาตัวให้เจอ โดยอยู่ในกลุ่มเป้าหมายจริง ประกอบอาชีพตามที่ได้ลงทะเบียนไว้จริง เป็นผู้ประกอบการขนาดเล็กที่ดูแลตัวเองไม่ได้ เช่น หากเป็นร้านก๋วยเตี๋ยว แผงขายของในตลาด จะได้รับ สิทธิ ส่วนเจ้าของตลาด หรือ ร้านอาหารในภัตตาคาร จะไม่ได้รับสิทธิเนื่องจากจัดอยู่ในประเภทผู้ประกอบการ ด้านอาชีพอิสระบางประเภทไม่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยตรง เช่น ค้าขายออนไลน์ รับจ้าง (แรงงานก่อสร้าง) โปรแกรมเมอร์ ซึ่งรัฐไม่ได้สั่งปิดกิจการ ค้าขายไม่ดีผลจากภาวะเศรษฐกิจมากกว่าผลกระทบจากโควิด-19 นายลวรณ กล่าวถึงกรณีที่มีผู้โพสต์ข้อความได้รับเงิน ซึ่งไม่ใช่ผู้ได้รับผลกระทบจริง ขณะนี้กระทรวงได้ รับรายงานแล้วและมีทีมตรวจสอบ ซึ่งกระทรวงการคลังที่ผ่านมาพยายามเร่งดำเนินการให้เร็ว เพื่อให้ประชาชนได้เงินเร็วที่สุด ซึ่งถือเป็นขั้นตอน Pre audit ซึ่งหลังจากนั้นจะมีขั้นตอนตรวจสอบหลังรับเงินอย่างละเอียดอีกครั้ง Post audit ซึ่งหากพบว่า ไม่เข้าหลักเกณฑ์จะต้องส่งเงินคืนภายใน 90 วัน “กลุ่มที่ไม่ได้รับเงินแต่โพสต์ว่าได้รับเงิน เพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง ซึ่งสร้างความสับสนในสังคม จะส่งข้อมูลให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมดำเนินการต่อว่าจะทำอย่างไร ส่วนกรณีที่ได้รับเงินว่าลงแบบฟลุ๊กๆ แล้วได้เงิน จะตรวบสอบหากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น จะต้องคืนเงินใน 90 วัน จะระงับสิทธิ์การโอนเงินในเดือนต่อไป และหากไม่คืนจะว่ากันตามกฎหมายต่อไป“นายลวรณ กล่าว สำหรับกลุ่มเกษตรกร 11 ล้านคนนั้น เร็วๆนี้จะมีมาตรการช่วยเหลือออกมาดูแลและเยียวยาผลกระทบในกลุ่มดังกล่าว นายลวรณ กล่าวว่า ส่วนการออกพ.ร.ก.กู้เงินนั้น แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 600,000 ล้านบาท สำหรับดูแลด้านสาธารณสุข ประชาชนที่ได้รับผลกระทบและเกษตรกร และอีก 400,000 ล้านบาทสำหรับการประคับประคองและดูแลเศรษฐกิจ โดยกระทรวงใดที่มีความต้องการใช้วงเงินในพ.ร.ก.กู้เงิน นั้น จะต้องเสนอโครงการให้กับคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ และหากผ่านคณะดังกล่าว จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติต่อไป |