BH รุกตลาดต่างประเทศ จัดตั้ง "บํารุงราษฎร์อินเตอร์เนชั่นแนลคลินิกบังกลาเทศ ลิมิเต็ด" ในบังคลาเทศ โบรกฯ มองรายได้จากกลุ่มตะวันออกกลาง คาดผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2/69 และฟื้นตัวในระยะถัดไป หนุนรายได้รวมฟื้นตัว นายแพทย์ชาญวิทย์ ตันติ์พิพัฒน์ รองประธานกรรมการ บริษัท โรงพยาบาลบํารุงราษฎร์ จํากัด (มหาชน) หรือ BH แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า บริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อยของบริษัทย่อย ชื่อ บํารุงราษฎร์อินเตอร์เนชั่นแนลคลินิกบังกลาเทศ ลิมิเต็ด ด้วยทุนจดทะเบียน 474,630,000 ตากา แบ่งออกเป็น 4,746,300 หุ้น ๆ 100 ตากา โดยบริษัท บํารุงราษฎร์ เฮลท์เน็ตเวิร์ก จํากัด ถือหุ้น 80% เพื่อประกอบกิจการสถานพยาบาล สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมองจากบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่เผยแพร่ล่าสุด ที่เกี่ยวกับหุ้น BH และกลุ่มโรงพยาบาล จาก efin.finance ดังนี้ ที่มา : บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย), บล.บัวหลวง ปัจจัยบวก รายได้จากกลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลางของ BH คาดว่าจะผ่านจุดต่ำสุดใน Q2/69 ที่สัดส่วน 19% ของรายได้รวม และจะดีดตัวกลับขึ้นมาอยู่ที่ 23% ใน Q3/69 ซึ่งจะช่วยหนุนให้รายได้รวมฟื้นตัวกลับมาอยู่ที่ระดับ 6.8 พันล้านบาท หลังสายการบินส่วนใหญ่กลับมาให้บริการตามปกติ (บล.บัวหลวง) ศักยภาพในการทำกำไรแข็งแกร่งจาก Operating Leverage สะท้อนจากสถิติตั้งแต่ปี 2553-2568 ที่รายได้ต่อเตียงเติบโตเฉลี่ย 6.6% ต่อปี สูงกว่าต้นทุนต่อเตียงที่เพิ่มขึ้นเพียง 4.9% ต่อปี โดยคาดว่าอัตรากำไร EBITDA (EBITDA Margin) จะเพิ่มขึ้นเป็น 39% ในปี 69 และแตะ 40% ในปี 70 ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในกลุ่มโรงพยาบาลไทย (บล.บัวหลวง) โครงสร้างทางการเงินและงบดุล BH มีความแข็งแกร่งสูง โดยเป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทที่มีสถานะเป็นเงินสดสุทธิ (Net Cash) แม้จะอยู่ในช่วงการลงทุนโครงการใหม่อย่างโรงพยาบาลภูเก็ต ส่งผลให้กระแสเงินสดอิสระ (FCFF) ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาวหลังผ่านช่วงเริ่มต้นโครงการ (บล.บัวหลวง) หากมองทั้งกลุ่มโรงพยาบาล คาดการณ์รายได้ใน Q2/69 จะยังคงสามารถเติบโตเป็นบวกได้ต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourist) โดยเฉพาะผู้ป่วยจากประเทศเมียนมาและภูมิภาคตะวันออกกลาง (บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย)) แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ใน Q2/69 มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการปรับขึ้นค่ารักษาพยาบาลเฉลี่ย 4% มาตั้งแต่ช่วงต้นปี 69 (บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย)) ประเมินว่าผลประกอบการของกลุ่มโรงพยาบาลได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และเตรียมจะกลับมาฟื้นตัวได้อย่างโดดเด่นในครึ่งหลังปี 69 เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มลดระดับความรุนแรงลง ประกอบกับคาดการณ์เศรษฐกิจที่จะเติบโตสูงขึ้นในปี 70 (บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย)) ปัจจัยลบ BH มีการลงทุนในโครงการใหม่อย่างโรงพยาบาลภูเก็ต ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นโครงการ (Ramp-up) อาจจะเข้ามาเป็นปัจจัยกดดันต่อผลประกอบการโดยรวมในระยะสั้น (บล.บัวหลวง) ส่วนมุมมองกลุ่มโรงพยาบาล จากความกังวลเกี่ยวกับเงื่อนไขการร่วมจ่าย (Copayment) ของประกันสุขภาพสำหรับกลุ่มโรคเจ็บป่วยเล็กน้อย ซึ่งอาจส่งผลกระทบและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเข้าใช้บริการของผู้ป่วยในประเทศ (บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย)) สภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัวและอ่อนแอ กดดันให้โรงพยาบาลไม่สามารถส่งผ่านภาระต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังผู้ป่วยได้ยากขึ้น และส่งผลให้อุปสงค์การใช้จ่ายด้านสุขภาพในประเทศปรับตัวลดลง (บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย)) จำนวนผู้ป่วยชาวต่างชาติบางส่วนได้รับผลกระทบชั่วคราว จากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง (บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย)) คาดการณ์อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารต่อรายได้ (SG&A/รายได้) ใน Q2/69 จะปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ท่ามกลางภาวะรายได้และอัตรากำไรที่อ่อนตัวลง (บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย)) ต้องการ คำแนะนำ / ราคาเป้าหมาย หรือ ข้อมูลอื่นๆ ของหุ้น BH เพิ่มเติม เข้าไปที่ https://url.in.th/w-efin-stocknews สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย เตรียมจัดงาน “CAPITAL WITH PURPOSE 2026” งานสัมมนาด้าน ESG สำหรับผู้บริหารองค์กร ที่จะเจาะลึกประเด็น Green Finance เทรนด์การเงินเพื่อความยั่งยืน และโอกาสการเข้าถึงทุนในโลกธุรกิจยุคใหม่ โดยงานจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 26 มิ.ย. 2569 ณ True Digital Park ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและลงทะเบียนเข้าร่วมงาน คลิกภาพ! 
|