สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 15 ต.ค. 69 ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส | ซื้อ | 146.00 | บล.ฟิลลิป | ทยอยซื้อ | 131.00 | บล.เคจีไอ | ถือ | 129.50 | บล.ดาโอ | ถือ | 125.00 | บล.เอเซียพลัส | Trading | 125.00 | บล.พาย | ถือ | 125.00 | บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล | ถือ (Hold) | 122.00 | บล.ทรีนีตี้ | ซื้อเมื่ออ่อนตัว | 121.00 | บล.เมย์แบงก์ | ถือ | 120.00 | บล.ยูโอบีเคย์เฮียน | ถือ | 120.00 | บล.กรุงศรี | Reduce | 115.00 |
สรุปปัจจัยบวก + กำไรสุทธิ 3Q69 ทำได้ดีตามคาดการณ์หรือดีกว่าคาดเล็กน้อย โดยอยู่ที่ 1,805 ล้านบาท เติบโตประมาณ 4% YoY และ 2% QoQ (บล.ดาโอ, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซียพลัส, บล.เมย์แบงก์, บล.กรุงศรี, บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ฟิลลิป, บล.พาย, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน) + คุณภาพสินทรัพย์ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้สัดส่วน NPL ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 2.0 - 2.01% ทำให้ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ (Credit cost) ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยปรับลดลงมาอยู่ในกรอบ 79 - 84 bps (บล.ดาโอ, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซียพลัส, บล.เมย์แบงก์, บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ฟิลลิป, บล.พาย, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน) + รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) ขยายตัว หนุนจากการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ สินเชื่อ SME และส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่กว้างขึ้นจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลงตามทิศทางดอกเบี้ย (บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซียพลัส, บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.พาย) + อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage ratio) อยู่ในระดับสูงและแข็งแกร่งถึง 192.5 - 193% ซึ่งเพียงพอต่อการรองรับความเสี่ยงจากปัจจัยมหภาคและสถานการณ์น้ำท่วม (บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซียพลัส, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.พาย, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน) + ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend yield) ในระดับสูงและสม่ำเสมอ โดยคาดการณ์ผลตอบแทนที่ระดับ 6 - 7% ต่อปี (บล.ดาโอ, บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซียพลัส, บล.เมย์แบงก์, บล.กรุงศรี, บล.พาย) + แนวโน้มรายได้ค่าธรรมเนียมในไตรมาส 4 คาดว่าจะเติบโตได้ดี จากธุรกิจตลาดทุน การขายผลิตภัณฑ์ลดหย่อนภาษีตามฤดูกาล และรับประโยชน์จากงาน Motor Expo (บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซียพลัส, บล.ฟิลลิป, บล.พาย) สรุปปัจจัยลบ - - ราคาหุ้นในปัจจุบันปรับตัวขึ้นมาจนค่อนข้างแพง ส่งผลให้ราคาเป้าหมายเหลืออัพไซด์จำกัด (บล.เมย์แบงก์, บล.กรุงศรี, บล.เคจีไอ, บล.พาย) - รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ในไตรมาส 3 อ่อนตัวลง QoQ สาเหตุหลักมาจากกำไรจากเงินลงทุนที่ลดลง และชะลอตัวตามภาวะตลาด (บล.ดาโอ, บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซียพลัส) - การชะลอตัวของกลุ่มสินเชื่อรายย่อยที่ให้ผลตอบแทนสูง (Yield สูง) เช่น สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ และสินเชื่อที่อยู่อาศัย เนื่องจากธนาคารคุมเข้มการปล่อยสินเชื่อเพื่อรักษาคุณภาพหนี้ (บล.เมย์แบงก์, บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.พาย) - ปัญหาน้ำท่วมอาจส่งผลกระทบต่อหนี้เสียในไตรมาส 4 โดยอาจมี NPL เพิ่มขึ้นราว 100 ล้านบาท และทำให้ต้องตั้งสำรองเพิ่มเติมอีกประมาณ 60-70 ล้านบาท แม้โดยรวมจะยังจัดการได้ (บล.เมย์แบงก์, บล.ฟิลลิป, บล.พาย) |