สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 8 ต.ค. 69 ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | บล.ดาโอ | ซื้อ | 180.00 | บล.กรุงศรี | ซื้อ | 179.00 | บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล | ซื้อ (Add) | 175.00 | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 174.00 | บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส | ซื้อ | 174.00 | บล.หยวนต้า | ซื้อ | 170.00 | บล.ยูโอบีเคย์เฮียน | ซื้อ | 170.00 | บล.บัวหลวง | ถือ | 168.00 | บล.ลิเบอเรเตอร์ | ซื้อ | 167.00 | บล.ทรีนีตี้ | ซื้อ | 163.00 | บล.เคจีไอ | ถือ | 156.00 |
สรุปปัจจัยบวก + + กำไรสุทธิไตรมาส 3/69 เติบโตแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยคาดการณ์ไว้ที่กรอบ 17,700 - 20,434 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 40% - 63% (บล.หยวนต้า, บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง, บล.ทรีนีตี้, บล.ดาโอ, บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ลิเบอเรเตอร์) + กำไรจากการดำเนินงานหลัก (Core Profit) ไตรมาส 3/69 เติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) ประเมินไว้ที่ 20,200 - 23,200 ล้านบาท (บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง) + ราคาขายก๊าซเฉลี่ยในไตรมาส 3/69 ทำได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยขยับขึ้นแตะระดับ 6.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อ mmbtu ปัจจัยหลักมาจากการปรับราคาย้อนหลังของโครงการ MTJDA A18 และการปรับราคาตามรอบของแหล่งยาดานาและซอติก้า (บล.ทิสโก้, บล.ทรีนีตี้, บล.ลิเบอเรเตอร์) + ได้รับปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวในระดับสูง เนื่องจากความกังวลด้านอุปทานตึงตัวจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและสงครามที่ยืดเยื้อ (บล.หยวนต้า, บล.ทรีนีตี้, บล.ดาโอ, บล.กรุงศรี, บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.บัวหลวง) + ปริมาณการขายในไตรมาส 4/69 มีแนวโน้มฟื้นตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) สู่ระดับ 545 - 550 KBOED เนื่องจากสิ้นสุดรอบการซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซในอ่าวไทย และปริมาณการขนส่งน้ำมันดิบจากโอมานและแอลจีเรียเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล (บล.ทิสโก้, บล.ทรีนีตี้, บล.ดาโอ, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.บัวหลวง, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน) + นักวิเคราะห์มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิในช่วงปี 2569 - 2570 ขึ้นจากเดิม ตามการปรับสมมติฐานราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น (บล.ทิสโก้, บล.กรุงศรี, บล.เคจีไอ, บล.ลิเบอเรเตอร์) + ฐานะทางการเงินมีความแข็งแกร่ง และมีผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับที่น่าสนใจราว 6% - 8% ต่อปี (บล.หยวนต้า, บล.บัวหลวง, บล.ทรีนีตี้, บล.ลิเบอเรเตอร์) สรุปปัจจัยลบ - - กำไรสุทธิไตรมาส 3/69 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยคาดว่าจะลดลงในกรอบ 24% - 35% (บล.หยวนต้า, บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง, บล.ทรีนีตี้, บล.ดาโอ, บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน) - ปริมาณการขายไตรมาส 3/69 อ่อนตัวลงเหลือราว 525 KBOED (ลดลง 8% QoQ) สาเหตุจากการหยุดซ่อมบำรุงตามแผนในอ่าวไทย, ปริมาณการโหลดน้ำมันจากแอลจีเรียลดลง และการหยุดดำเนินงานของ FPSO ในมาเลเซียที่ใช้เวลาซ่อมแซมนานกว่าคาด (บล.ทิสโก้, บล.ทรีนีตี้, บล.ดาโอ, บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.บัวหลวง, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน) - คาดว่าจะรับรู้ผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน (Hedging) ในไตรมาส 3/69 สูงถึงประมาณ 2,500 ล้านบาท (บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง, บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน) - ราคาขายก๊าซเฉลี่ยในไตรมาส 4/69 มีแนวโน้มปรับตัวลดลงจากไตรมาส 3 มาอยู่ที่ประมาณ 6.1 - 6.3 ดอลลาร์สหรัฐต่อ mmbtu เนื่องจากหมดผลบวกจากการปรับราคาย้อนหลัง (บล.ทรีนีตี้, บล.ดาโอ, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน) - ปริมาณการขายเฉลี่ยทั้งปี 2569 มีความเสี่ยงที่จะต่ำกว่าเป้าหมาย (Guidance) ที่ตั้งไว้ระดับ 550 - 560 KBOED จากปัญหาการหยุดชะงักของท่อส่งและการซ่อมบำรุง (บล.ทิสโก้, บล.ทรีนีตี้) - อาจมีความเสี่ยงจากการพิจารณาตั้งสำรองด้อยค่าของสินทรัพย์ (Impairment of assets) ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 (บล.ทิสโก้, บล.ดาโอ) |