จีน กล่าวโจมตีกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (G7) อย่างรุนแรงต่อการแทรกแซงกิจการภายในของตน และตำหนินางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ที่วิพากษ์วิจารณ์นโยบายเกี่ยวกับแร่หายากและเศรษฐกิจของจีน กัว เจียคุน (Guo Jiakun) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ออกมาประท้วงคัดค้านต่อแถลงการณ์ที่ออกโดยมาร์ก คาร์นีย์ (Mark Carney) นายกรัฐมนตรีแคนาดา หลังการประชุม G7 ซึ่งเรียกร้องให้จีน “หลีกเลี่ยงจากการบิดเบือนกลไกตลาดและการผลิตที่เกินกำลังซึ่งเป็นอันตราย” โดยกัวตอบโต้ความคิดเห็นดังกล่าวว่า “ไร้ความรับผิดชอบ เป็นการบงการและเป็นการใส่ร้าย” ซึ่งการโต้ตอบครั้งนี้นำไปสู่การถกเถียงอีกครั้งว่า สินค้าของจีนกำลังทะลักเข้าสู่ตลาดโลกและคุกคามเศรษฐกิจประเทศอื่น ๆ หรือไม่ นอกจากความกังวลเรื่องนโยบายการค้าและอุตสาหกรรมแล้ว ผู้นำ G7 ยังได้หารือเกี่ยวกับ “ความกังวลอย่างต่อเนื่องอย่างจริงจัง เกี่ยวกับกิจกรรมของจีนที่สร้างความไม่มั่นคงในทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้ และความสำคัญของการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพบริเวณช่องแคบไต้หวัน” โดยกัว เจียคุน ปฏิเสธว่าไม่มี “การผลิตล้นตลาดและการบิดเบือนตลาด” ที่เกิดจากการกระทำของจีน โดยกล่าวว่าข้ออ้างดังกล่าวเป็นเพียง “ข้ออ้างในการปกป้องทางการค้า” และบั่นทอนอุตสาหกรรมของจีน และยังกล่าวว่า แถลงการณ์ดังกล่าว “แทรกแซงกิจการภายในของจีนและละเมิดหลักการพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ” 
ขณะเดียวกัน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ยังตำหนิ นางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน (Ursula von der Leyen) ประธาน EC ซึ่งกล่าวในการประชุม G7 ว่าโลกกำลังเผชิญกับ “ปรากฏการณ์ China Shock” ครั้งใหม่ พร้อมกล่าวหาจีนว่า ใช้แนวทางกึ่งผูกขาดตลาดในบางภาคส่วน “ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องมือในการต่อรอง แต่ยังใช้อาวุธเพื่อบ่อนทำลายคู่แข่งในอุตสาหกรรมหลัก ในขณะที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัว รัฐบาลจีนได้ส่งออกสินค้าไหลท่วมตลาดโลก ซึ่งได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาล โดยตลาดของจีนเองไม่สามารถดูดซับได้” ซึ่งความเห็นของนางฟอน เดอร์ เลเยน มีขึ้นในขณะที่สหภาพยุโรปปฏิเสธที่จะจัดการประชุมเศรษฐกิจกับจีน เนื่องจากขาดความคืบหน้าในประเด็นการค้า กัว เจียคุน ยังกล่าวว่า “นโยบายเงินอุดหนุนอุตสาหกรรมของจีนยึดมั่นในหลักการเปิดกว้าง ความเป็นธรรม และการปฏิบัติตามกฎระเบียบมาโดยตลอด” พร้อมเสริมว่า “เราหวังว่าสหภาพยุโรปจะสามารถทำงานร่วมกับจีนเพื่อร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปิดกว้าง โปร่งใส และไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาและผลประโยชน์ร่วมกันของทั้ง 2 ฝ่าย” ทั้งนี้ คาดว่านางเออร์ซูล่า ฟอน เดอร์ เลเยน จะเดินทางเยือนจีนเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดที่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนหน้า ที่มา Bloomberg 
|