GUNKUL ประกาศความสำเร็จครั้งใหญ่ ทุ่มเงิน 7,500 ลบ. คว้าสิทธิพัฒนาโครงการโซลาร์ลอยน้ำในฟิลิปปินส์ มีขนาดใหญ่ที่สุดของอาเซียน เตรียมป้อนกระแสไฟฟ้า 784 เมกะวัตต์ในเฟสแรก ภายในไตรมาส 4/2570 บรรลุเป้าหมาย 2,000 เมกะวัตต์ หนุนการต่อยอดสู่ผู้นำในการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ในระดับภูมิภาค นางสาวนฤชล ดํารงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จํากัด (มหาชน) หรือ GUNKUL แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ขอแจ้งให้ทราบว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร ครั้งที่ 15/2559 เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ เข้าลงนามในสัญญาและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเข้าลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบลอยน้ำ(Solar Floating) ในประเทศฟิลิปปินส์ โดยลงทุน ผ่าน Gunkul International (Mauritius) หรือ GIM ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ด้วยการเข้าเป็น ผู้ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 40 ของจํานวนหุ้น Blue Solar Holdings incorporated (BSHI) และเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 บริษัทฯ ได้ดําเนินการตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องภายใต้สัญญาและเอกสารที่เกี่ยวข้องเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว ภายหลังการเข้าทํารายการ เมื่อรวมสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับภายใต้โครงสร้างการลงทุน บริษัทฯ จะมีกําลังผลิตติดตั้งส่วนทุน (Equity Capacity) เพิ่มขึ้นจํานวน 784.1 เมกะวัตต์ มูลค่าการเข้าซื้อหุ้นและเงินลงทุนส่วนทุนของบริษัทฯ รวมไม่เกิน 7,500 ล้านบาท การเข้าลงทุนในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การขยายธุรกิจพลังงานทดแทนของบริษัทฯ ในต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างฐานการเติบโตในระดับภูมิภาค และเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตลาดต่างประเทศ “การได้รับสิทธิในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์แบบทุ่นลอยน้ำของประเทศฟิลิปปินส์ในครั้งนี้ ถือเป็นแพลตฟอร์มแห่งการเติบโตใหม่ในอาเซียนและก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ของบริษัทฯ ภายใต้เป้าหมายการขยายพอร์ตพลังงานสีเขียวสู่ 2,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2570 บริษัทฯ เชื่อว่า โครงการนี้จะไม่เพียงสร้างการเติบโตของรายได้และผลตอบแทนในระยะยาว แต่คือก้าวสำคัญในการมุ่งสู่การเป็นพันธมิตรด้านพลังงานสะอาดที่ได้รับความไว้วางใจในระดับภูมิภาคเอเชียอย่างยั่งยืน” บริษัทฯ มองว่าฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง ในขณะเดียวกันก็เผชิญความท้าทายจากอัตราค่าไฟฟ้าที่สูงที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ในอาเซียน และมีปริมาณไฟฟ้าสำรองที่จำกัด ทั้งนี้ ด้วยตำแหน่งโครงการซึ่งอยู่ในพื้นที่ทะเลสาบลากูนา บนเกาะลูซอน (Luzon) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ อยู่ใกล้กรุงมะนิลา ซึ่งมีอัตราการใช้ไฟฟ้าคิดเป็น 70% ของความต้องการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศ จึงถือเป็นทำเลยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพรองรับการเติบโตในระยะยาว โครงการเฟสแรกขนาด 784.1 เมกะวัตต์ มีกำหนดจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ไม่เกินสิ้นปี 2570 ซึ่งจะอยู่ภายใต้สัญญารับซื้อไฟฟ้า GEA-4 (Green Energy Auction Program) ของรัฐบาลฟิลิปปินส์บนสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว 20 ปี มีอัตราการจำหน่ายไฟฟ้าคงที่ในราคาสูงถึง 6.53 เปโซ หรือประมาณ 3.53 บาท ต่อ กิโลวัตต์-ชั่วโมงแบบคงที่ (Fixed Tariff) บริษัทฯ ได้ผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตร EPC ท้องถิ่นชั้นนำที่มีประสบการณ์กว่า 35 ปีในการพัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าของประเทศฟิลิปปินส์ โดยบริษัทฯ วางกรอบการลงทุนไว้ที่ประมาณ 7,500 ล้านบาทสำหรับเฟสแรก สำหรับภาพรวมตลาดไฟฟ้าในประเทศฟิลิปปินส์ยังมีศักยภาพการเติบโตอีกมาก จากการที่รัฐบาลฟิลิปปินส์ให้การสนับสนุนด้านการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนอย่างเต็มที่ โดยโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบทุ่นลอยน้ำ (Floating Solar) บนทะเลสาบลากูนา มีความพร้อมด้านการเชื่อมต่อระบบสายส่งและได้รับการรับรองจากรัฐบาลฟิลิปปินส์ให้เป็นโครงการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Investment) ภายใต้ Executive Order No. 18 (EO18) ซึ่งเป็นนโยบายระดับชาติ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเร่งรัดการพัฒนาโครงการที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงทางพลังงานและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ได้รับสิทธิ "Green Lane" ที่ทำหน้าที่เปรียบเสมือน “Fast-Track Permitting Program” ของรัฐบาลฟิลิปปินส์ที่กำหนดให้หน่วยงานภาครัฐทั้งระดับประเทศและท้องถิ่นเร่งรัดการพิจารณาใบอนุญาตและการอนุมัติที่เกี่ยวข้องช่วยให้การพัฒนาโครงการเป็นไปตามกรอบเวลาอย่างรวดเร็ว เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะมีส่วนช่วยสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายพลังงานหมุนเวียน (RE) ของประเทศฟิลิปปินส์ตามแผนพลังงานชาติ (Philippine Energy Plan) ที่ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนไว้ที่ 35% ภายในปี 2030 และ 50% ภายในปี 2583 รวมถึงรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศฟิลิปปินส์อย่างยั่งยืน ความสำเร็จในการคว้าสิทธิพัฒนาโครงการระดับเมกะโปรเจกต์ในประเทศฟิลิปปินส์ครั้งนี้ ถือเป็นการเข้าสู่หนึ่งในตลาดไฟฟ้าที่เติบโตสูงที่สุดของภูมิภาค ซึ่งนอกจากจะส่งผลให้กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น (Equity Megawatt) ของ GUNKUL เพิ่มขึ้น 60.5% เป็น 2,079 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันที่มีอยู่ในมือรวม 1,295 เมกะวัตต์แล้ว หากรวมโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเฟส 2.1 (RE Big Lot) ของบริษัทฯ ที่รอลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเพิ่มเติม จะทำให้กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น (Equity Megawatt) ของบริษัทฯ เพิ่มสูงขึ้นแตะระดับ 2,400 เมกะวัตต์ในอนาคตอันใกล้ สะท้อนศักยภาพของบริษัทฯ ในการพัฒนาและบริหารโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ในระดับสากล และก้าวสู่การเป็นพาร์ตเนอร์ด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสีเขียวที่ครอบคลุมและครบวงจรที่สุด สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมองจากบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่เผยแพร่ล่าสุด ที่เกี่ยวกับหุ้น GUNKUL จาก efin.finance ดังนี้ ที่มา : บล.เอเซียพลัส, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ปัจจัยบวก การประกาศรับซื้อไฟฟ้าโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคาสำหรับภาคประชาชนปี พ.ศ. 2569 จำนวนไม่เกิน 500 MW จะเป็นบวกต่อกลุ่มพลังงานหมุนเวียนในเชิงโครงสร้าง และเพิ่มโอกาสทางอ้อมผ่านธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์ รวมถึงงานติดตั้งระบบไฟฟ้าและบริการด้านพลังงาน ฐานกำไรของบริษัทที่ยังไม่สูงทำให้มีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โดยทุกกลุ่มธุรกิจของบริษัทไม่ว่าจะเป็น EPC, Trading, Private PPA และ PPA กำลังเข้าสู่ช่วงขาขึ้นอย่างชัดเจน แนวโน้มการลงทุนด้านระบบสายส่งไฟฟ้ามีมากขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตของ Data Center ซึ่งประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (Hub) ของภูมิภาค รวมถึงการออกแผน PDP ช่วยสร้างความมั่นใจและหนุนการลงทุนในประเทศ แนวโน้มผลประกอบการในระยะยาวมีทิศทางเชิงบวกภายใต้ธีม Grid investment และการขยายกำลังไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งบริษัทมีโอกาสเติบโตทั้งในประเทศไทยและฟิลิปปินส์ คาดการณ์กำไรปี พ.ศ. 2570 เติบโตแกร่ง โดย บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มีการปรับประมาณการกำไรสุทธิปี พ.ศ. 2570 ขึ้นอีก 27% มาอยู่ที่ 2,509 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโตเพิ่มขึ้น 21% YoY ปัจจัยลบ โครงการโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชนเป็นโครงการขนาดเล็ก และมีกำลังรับซื้อรวมเพียง 500 MW ทั่วประเทศ ซึ่งอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกำลังผลิตรวมของประเทศ จึงยังไม่ได้ส่งผลต่อโครงสร้างรายได้หลักให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญในระยะสั้น ราคาหุ้นในปัจจุบันปรับตัวเพิ่มขึ้นจนเกินราคาเหมาะสม (Fair Value) ของปี 2569 ที่ประเมินไว้ระดับ 3.80 บาท ไปแล้ว จึงแนะนำให้เน้นลงทุนระยะสั้นในลักษณะเก็งกำไรตามกระแสข่าวด้วยความระมัดระวัง (บล.เอเซียพลัส) ต้องการ คำแนะนำ / ราคาเป้าหมาย หรือ ข้อมูลอื่นๆ ของหุ้น GUNKUL เพิ่มเติม เข้าไปที่ https://url.in.th/w-efin-stocknews |