สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 14 ส.ค.69 ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย | บล.โกลเบล็ก | ซื้อ | 21.60 บาท | บล.ดาโอ (ประเทศไทย) | ซื้อ | 20.00 บาท | บล.พาย | ซื้อ | 20.00 บาท | บล.เอเซียพลัส | Buy | 19.20 บาท | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 19.00 บาท | บล.กรุงศรี | Neutral | 18.90 บาท |
ปัจจัยบวก + ผลประกอบการ 2Q26/2Q69 แข็งแกร่งตามคาด: กำไรสุทธิ/กำไรปกติอยู่ที่ 1,100 ล้านบาท (+9% YoY) ชดเชยรายได้ที่อ่อนตัวลงได้ (บล.ทิสโก้, บล.โกลเบล็ก, บล.กรุงศรี, บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ, บล.พาย)
+ อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) นิวไฮ/เติบโตเด่น: ทำสถิติสูงสุดใหม่ (ATH) ที่ 42.8% (+0.9ppt YoY, +0.3ppt QoQ) จากการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการลดกิจกรรมส่งเสริมการขาย (บล.ทิสโก้, บล.โกลเบล็ก, บล.กรุงศรี, บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ, บล.พาย)
+ การคุมค่าใช้จ่ายมีประสิทธิภาพ: อัตราส่วน SG&A to sales ลดลง จากการปรับกิจกรรมทางการตลาดให้เหมาะสมและเน้นประสิทธิผลมากขึ้น (บล.ทิสโก้, บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ, บล.พาย)
+ ยอดขายในประเทศยังเติบโต: กลุ่มเครื่องดื่มในประเทศเติบโต 6% YoY (เครื่องดื่มชูกำลังโต 2.6% YoY, Functional Drink โต 21% YoY) และกลุ่ม Personal Care โต 8% YoY ช่วยชดเชยรายได้ต่างประเทศที่ลดลง (บล.ทิสโก้, บล.เอเซียพลัส, บล.พาย)
+ ปัจจัยหนุนจากมาตรการรัฐและสินค้าใหม่: ได้รับปัจจัยบวกจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส รวมถึงการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดของ M-150 ผ่านการออกสินค้าใหม่และการขยายช่วงราคา (10, 12 และ 15 บาท) (บล.ทิสโก้, บล.พาย)
+ ปัญหาใบอนุญาตนำเข้าในเมียนมาเริ่มคลายตัว: ได้รับใบอนุญาตนำเข้าตั้งแต่เดือน มิ.ย. 69 คาดช่วยให้ยอดขายต่างประเทศทยอยฟื้นตัวใน 2H69/2H26 โดยเฉพาะใน 4Q69 (บล.โกลเบล็ก, บล.เอเซียพลัส, บล.พาย) + การจ่ายเงินปันผลสูงน่าสนใจ: ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 1H26/1H69 ที่ 0.45 บาท/หุ้น (Dividend Yield ประมาณ 2.57% - 2.6% สำหรับครึ่งปีแรก และคาดการณ์ทั้งปีอยู่ที่ราว 4% - 6% ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 27 ส.ค. 69) (บล.ทิสโก้, บล.โกลเบล็ก, บล.กรุงศรี, บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ, บล.พาย)
+ Valuation อยู่ในระดับน่าสนใจ: ราคาหุ้นซื้อขายที่ PER ปี 2026F เพียง 14.4x - 14.5x ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว/ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี (-1 SD) และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่ม Beverage ที่ 22x (บล.ทิสโก้, บล.ดาโอ, บล.พาย)
ปัจจัยลบ - ยอดขายรวมและรายได้ต่างประเทศหดตัว: รายได้รวมอยู่ที่ 6.1 พันล้านบาท (-10% YoY, -4% QoQ) โดยเฉพาะรายได้ต่างประเทศชะลอตัวลง (-42% YoY, -16% QoQ) จากปัญหาความล่าช้าในการขอใบอนุญาตนำเข้าในเมียนมาช่วงก่อนหน้า (บล.ทิสโก้, บล.โกลเบล็ก, บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ, บล.พาย)
- ผลกระทบจากการปรับมาตรฐานบัญชีใหม่ (TAS 21): การเปลี่ยนมาตรฐานบัญชีเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (สกุลเงินเมียนมาจัต) ส่งผลให้ตัวเลขรายได้ต่างประเทศลดลงเมื่อแปลงค่ารายการ (บล.โกลเบล็ก, บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ, บล.พาย)
- แนวโน้มผลงาน 3Q26/3Q69 ชะลอตัวลง QoQ: คาดว่ากำไรจะลดลง QoQ เนื่องจากปัจจัยทางฤดูกาล (ฤดูฝนกระทบการขนส่ง) และผลกระทบจากต้นทุนพลังงาน/วัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะสงคราม ซึ่งจะรับรู้เต็มไตรมาสใน 3Q26/3Q69 (บล.โกลเบล็ก, บล.กรุงศรี, บล.เอเซียพลัส, บล.พาย)
- การแข่งขันในอุตสาหกรรมสูง: ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังยังมีการแข่งขันในระดับปานกลางถึงสูง (บล.กรุงศรี)
- ความเสี่ยงด้านต้นทุนและเศรษฐกิจ: แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่อาจปรับตัวสูงกว่าคาด รวมถึงสถานการณ์เศรษฐกิจและภาวะสงคราม (บล.ทิสโก้, บล.เอเซียพลัส)
- อัตราภาษีจ่าย (Tax Rate) สูงขึ้น: เกิดจากสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศที่ลดลงในไตรมาส 2 (บล.ดาโอ)
ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |