ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดแดนบวกในวันพุธ (19 มี.ค.) โดยดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 383.32 จุด หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามที่ตลาดคาดการณ์ อย่างไรก็ตาม ทั้งเฟดและนักลงทุน ยังคงประเมินผลกระทบจากนโยบายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดเพิ่มขึ้น 383.32 จุด หรือ 0.92% ปิดที่ 41,964.63 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 60.63 จุด หรือ 1.08% ปิดที่ 5,675.29 จุด และดัชนีแนสแดค ปิดเพิ่มขึ้น 246.67 จุด หรือ 1.41% ปิดที่ 17,750.79 จุด เฟด มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 4.25%-4.50% และส่งสัญญาณว่า มีแนวโน้มจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ภายในปีนี้ ซึ่งเป็นการคาดการณ์เดียวกับเมื่อ 3 เดือนก่อน นอกจากนี้ เฟดยังคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเติบโตช้าลงและเงินเฟ้อจะเพิ่มสูงขึ้น โดยบรรดาคณะผู้กำหนดนโยบาย มีความคิดเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับทิศทางในอนาคต ซึ่งสะท้อนถึงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการจัดการผลกระทบจากแผนนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ พร้อมกันนี้ เฟดยังประกาศว่า จะชะลอการลดขนาดงบดุล เนื่องจากเผชิญความท้าทายในการประเมินสภาพคล่องของตลาด ท่ามกลางความขัดแย้งในสภาคองเกรสเกี่ยวกับการเพิ่มเพดานหนี้ของรัฐบาลกลาง ข้อมูลของ LSEG ระบุว่า บรรดานักลงทุนคาดว่า เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างน้อย 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ภายในเดือนธ.ค.นี้ โดยมีโอกาส 62.2% ที่จะปรับลดดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนมิ.ย. 
ตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ยังคงปรับตัวพุ่งขึ้นต่อเนื่องระหว่างที่นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ระบุว่ายังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบจากภาษีต่อเงินเฟ้อ และยากที่จะวัดว่าเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นนั้น เกิดจากภาษีมากน้อยเพียงใด ด้านสหภาพยุโรปประกาศว่าจะใช้มาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นกับโควต้าการนำเข้าเหล็ก โดยจะลดการนำเข้าเพิ่มเติมอีก 15% ตั้งแต่เดือนเม.ย.เป็นต้นไป เพื่อป้องกันเหล็กราคาถูกไหลเข้าสู่ตลาดยุโรป หลังสหรัฐฯ เพิ่มอัตราภาษีใหม่ ด้านหุ้น 11 กลุ่มที่คำนวนในดัชนี S&P 500 ต่างปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย ที่เพิ่มขึ้นเกือบ 2% ขณะที่หุ้นรายตัว พบว่าหุ้น Boeing พุ่งขึ้น 6.84% หลังบริษัทคาดว่า จะยังไม่ได้รับผลกระทบระยะสั้นจากนโยบายภาษี นักวิเคราะห์ระบุว่า ตลาดกำลังจับตาการประกาศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เกี่ยวกับมาตรการกีดกันทางการค้าในวันที่ 2 เม.ย.นี้ ทั้งนี้ แม้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะเผชิญแรงกดดันจากการเทขายในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากตัวชี้วัดเศรษฐกิจหลายตัวบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นผู้บริโภคอาจชะลอตัวลงจากความกังวลด้านนโยบายการค้า แต่ตลาดหุ้นก็เริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัว โดยปิดแดนบวก 3 ใน 4 วันทำการล่าสุด ที่มา Reuters 
|